ชมลูกคนอื่น
นำเข้าเมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2559 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [809]  

อย่าเอาแต่ว่าลูกตัวเอง แต่กลับชื่นชมลูกคนอื่น By พญ.สาริณี .....

 

                     สมมุติว่าเราเป็นเลขาฯ กำลังเดินตามเจ้านายไปคุยกับผู้บริหารอีกบริษัทหนึ่ง ซึ่งก็มีเลขาฯ เหมือนกัน พอเจอกันทักทายกันเรียบร้อย เจ้านายก็หันมาพูดกับเราว่า

                    “คุณแต่งตัวสู้เค้าไม่ได้เลยนะ ดูสิ เสื้อผ้าหน้าผมเค้าเป๊ะ ตั้งแต่หัวจรดเท้าเลย แถมทำงานดีไม่มีผิดพลาดอีก คุณควรทำให้ได้อย่างเค้าบ้างนะ”

ลองถามใจตัวเองดูว่า ถ้าเราเป็นเลขาฯ คนที่ถูกตำหนิ เราจะเกิดความรู้สึกอะไรได้บ้าง

                    ถ้าเป็นหมอ คงรู้สึก โกรธ เสียหน้า ผิดหวัง ผิดคาด (นึกว่าเจ้านายรักและเมตตาเรา เพิ่งมารู้ก็วันนี้ว่า เขาไม่ได้รู้สึกอย่างที่เราคิดเอาไว้เลย) และน่าจะรู้สึกน้อยใจ เสียใจ ที่แย่มากๆ คือ รู้สึกอายจนอยากจะมุดลงดิน เข้าใจอย่างกระจ่างชัดเลยจริงๆ ว่าความอายมันเป็นยังไง

                  หมอเห็นคนไทยจำนวนมาก มาก มาก มาก........... ไปแสดงความ “เอ็นดูเด็กคนอื่น” ด้วยการหาเรื่องชมเขา ทั้งที่ไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ แล้วหันมาถล่มลูกหลานของเราเอง

เวลาหมอเจอสถานการณ์อย่างนี้ ก็ได้แต่ทอดถอนใจ สงสาร เห็นใจ เด็กที่ถูกเปรียบเทียบว่า ดื้อกว่า ซนกว่า ขี้เกียจกว่า และสารพัดจะแย่กว่าอีกหลายเรื่อง

ถามว่าเด็กและพ่อแม่เหล่านั้น ที่ได้รับคำชมจากเรา พวกเขารู้สึกดีจริงๆ หรือ ?

                      ขออนุญาตตอบคำถามนี้แทนคนกลุ่มนั้นนะคะ เพราะหมอสองคนมักจะเป็นพ่อแม่คนนั้น คนที่มีคนแปลกหน้ามาต่อว่าลูกของเขาให้ฟัง และแถมด้วยคำชมลูกชายสองคนของหมอ ทั้งหมอทั้งลูกๆ ไม่ได้รู้สึกดีหรอกค่ะ เพราะหมอสอนลูกๆ ว่า เราไม่ควรรู้สึกดี ถ้าคนอื่นถูกทำให้รู้สึกแย่อยู่ตรงนั้น

ลูกชายทั้งสองคนจะรู้สึกเห็นใจเด็กบ้านอื่น แทนที่พ่อแม่เด็กคนนั้นจะแสดงความรัก ความเมตตาลูกตัวเอง แต่กลับทำให้ลูกตัวเองรู้สึกตกต่ำ ย่ำแย่ น้อยอกน้อยใจ

                     พ่อแม่หลายบ้านมี “ทัศนคติผิดๆ” ว่า ชมมากเด็กจะเหลิง และชมคนอื่นให้ลูกฟัง ลูกเราจะได้ “ฮึดสู้” อยากทำให้ได้อย่างนั้นบ้าง ความรู้สึกฮึดสู้ สามารถเกิดได้กับคนบางคนเท่านั้น ไม่ใช่กับทุกคน เด็กหลายคน sensitive อย่างมาก เวลาถูกเปรียบเทียบ หรือถูกทำให้เสียหน้ากับคนอื่น ซึ่งอาจเป็นญาติหรือคนแปลกหน้า จะมีเด็กสักกี่คนที่คิดอยากปรับปรุงตัวให้ดียิ่งขึ้น ขออย่าใช้วิธีนี้ในการฝึกลูกเลยนะคะ

                  ถ้าพวกเรารู้สึกอยากชมเด็กอื่นจริงๆ เพราะความถูกชะตา เพราะเด็กคนนั้นน่ารัก เรียบร้อย เก่งกาจ ก็แค่ชมเขาไปตรงๆ ไม่ต้องมาพูดกระทบกระเทียบกับคนของเราเอง ให้มันรู้สึกแสบๆ คันๆ

                      สำคัญที่สุด ก่อนคิดจะไปชมลูกใคร กรุณาหันมาสำรวจตัวเองจริงจังเสียก่อนว่า เราชมลูกหลานของเราเองมากเพียงพอแล้วหรือยัง

เด็กๆ เขาเฝ้ามองอยู่นะคะ หมอคุยกับเด็กมาเยอะมาก เด็กจำนวนหนึ่งจะมาฟ้องว่า แม่เอาแต่ชมเพื่อนหนู ทีหนูแม่ไม่เห็นชมบ้างเลย ทุกครั้งที่มีเด็กมาเล่าให้ฟังอย่างนี้ ทุกคนจะร้องไห้ประกอบการเล่าเรื่องเสมอ

                       จากนี้ไปขอให้พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย และผู้ใหญ่ทุกคน สามารถชมเด็ก ไม่ว่าจะเป็นลูกคนอื่นหรือลูกเราเอง อย่างมีทักษะ บ้านไหนเคยทำพลาดไปหลายหน จะขอโทษลูกๆ ก็ยังไม่สาย ความรัก ความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน จะได้กลับคืนมาในครอบครัวค่ะ

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้