ความทรงจำให้แก่บุคคลทั้ง 8 คน
นำเข้าเมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2559 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [675]  

.....

 

 

 

 

 

 

 

                11 ส.ค. 59 ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กระทรวงวัฒนธรรม จัดงานเปิดตัว 8 บุคคลในภาพที่ได้มีโอกาสถวายงานรับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ตามโครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ขณะที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจทั้งในและต่างประเทศ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559

                  นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดงานและมอบภาพแห่งความทรงจำให้แก่บุคคลทั้ง 8 คน ว่า วธ.สำนึกในพระกรุณาธิคุณในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อพัฒนาประเทศไทยในหลากหลายด้าน ที่ล้วนแต่สร้างความผาสุกและความปลื้มปีติแก่พสกนิกรทุกหมู่เหล่า

                      ดังนั้น เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559 และเผยแพร่พระราชกรณียกิจอันทรงคุณค่าในด้านต่างๆ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันให้เป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชนชาวไทยและชาวต่างประเทศ วธ.โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม จึงได้ดำเนินโครงการตามหาบุคคลในภาพแห่งความทรงจำ เพื่อให้เด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่และประชาชนทั่วไป ได้รับรู้ถึงพระราชจริยวัตรอันงดงามของพระองค์ อันเป็นแนวทางในการอนุรักษ์สืบสานสร้างสรรค์ งานมรดกวัฒนธรรมของชาติต่อไป

                        ด้าน นางดอกไม้ คำวงษ์ ปัจจุบันประกอบอาชีพเกษตรกรรม บุคคลในภาพที่ 1 เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2523 สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงหยอดตาพระราชทานแก่เด็กซึ่งมารับการตรวจรักษาจากแพทย์ที่โดยเสด็จพระราชดำเนิน ระหว่างการทรงเยี่ยมราษฏรบ้านหนองม่วง อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร กล่าวว่า ขณะเข้าเฝ้าฯ บุตรสาววัย 5 เดือน 22 วัน มีอาการตัวร้อนเป็นไข้สูง พระองค์ทรงใช้ผ้าประคบหน้าผากบุตรสาวเพื่อลดอาการไข้ พร้อมทรงหยอดตา และรับเป็นคนไข้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ได้รับการดูแลจากแพทย์และพยาบาลอย่างดีจนหายเป็นปกติ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่อยู่โรงพยาบาล พระองค์ทรงพระราชทานข้าว อาหารเครื่องนุ่งห่ม และเงินสดจำนวนหนึ่ง ปัจจุบันบุตรสาวอายุ 37 ปีพระองค์ทรงรับเป็นสมาชิกศูนย์ศิลปาชีพบ้านทรายทอง (กลุ่มปักผ้า) เพื่อสร้างรายได้เสริมแก่ครอบครัวหลังเสร็จฤดูทำนา

                    "รู้สึกดีใจมากจนพูดไม่ออก นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ทางครอบครัวขอเทิดทูนพระองค์ไว้เหนือเกล้าฯ ตราบชีวิตจะหาไม่" นางดอกไม้ กล่าว

                       นางคำใหม่ โยคะสิงห์ ปัจจุบันประกอบอาชีพแม่บ้าน บุคคลในภาพที่ 2 เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2525 สมเด็จพระนางเจ้าฯ เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรภูไท ตำบลบ้านโพน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ บุคคลในภาพ กล่าวว่า ในภาพนี้เป็นการเข้าเฝ้าฯ รับเสด็จครั้งที่ 3 พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์มาที่บ้าน หลังจากที่เคยไปเข้าเฝ้าฯ ครั้งแรก ในโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนินมาที่บ้านดงสวน สามีซึ่งเป็นหัวหน้าหมวดการศึกษาของอำเภอคำม่วง ได้เฝ้ารับเสด็จฯ ตนจึงมาด้วย และได้ใส่ผ้าแพรวาเป็นสไบพาดมา พอพระองค์เห็นสไบผ้าแพรวา ก็ทรงตรงเข้ามาสอบถามเรื่องผ้า วันรุ่งขึ้นก็ให้ราชเลขาฯ เอาเส้นไหมมาให้ 6 กิโลกรัม แล้วบอกว่าให้ทอผ้าให้สมเด็จ จากนั้น ตนก็รวบรวมชาวผ้าชวนกันทอผ้าแพรวาจนเสร็จ 12 ผืน ใช้เวลา 1 ปี แล้วพากันไปเข้าเฝ้าฯ ถวายผ้าที่พระราชวังไกลกังวล พอพระองค์เห็นผ้าแล้วก็นำขึ้นมาพาดไหล่ แล้วทรงรับสั่งสัญญาว่า จะเสด็จมาหาคำใหม่ที่บ้าน

                       "พระองค์ทรงนำผ้าที่ถวายไปตัดเป็นฉลองพระองค์ แล้วเสด็จเป็นการส่วนพระองค์มาที่บ้านจริง ๆ ซึ่งก็คือเหตุการณ์ในภาพ รู้สึกดีใจมาก เหมือนเทวดามาโปรด ทรงขึ้นบ้านไปประทับบนเสื่อ นั่งคุยด้วยอย่างเป็นกันเอง ไม่ถือพระองค์ หลังจากนั้นก็มีโอกาสเข้าเข้าเฝ้าฯ ทุกปี ทั้งยังทรงให้ทุนการศึกษาแก่ลูก 3 คน จนจบปริญญาตรี"

                    นางคำใหม่ กล่าวต่อว่า ครั้งที่เสด็จเยี่ยมที่บ้านโพนเป็นการส่วนพระองค์นั้น ได้ทอดพระเนตรการแสดงฟ้อนผู้ไทย และทรงฉายพระรูปร่วมกับตนและชาวบ้านทำให้ทุกคนดีใจมาก พร้อมมีรับสั่งว่าไม่อยากกลับเลยอยู่ที่นี่แล้วสนุก และด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ทำให้ผ้าไหมแพรวาของชาวผู้ไทยที่กำลังจะสูญหายได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ จนได้รับฉายาผ้าไหมแพรวาราชินีแห่งไหม ส่งผลให้ชาวผู้ไทยบ้านโพนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

                        นางจันทร์ฉาย ดวงใจ ปัจจุบันประกอบอาชีพครู ตำแหน่ง ครูวิทยฐานะเชี่ยวชาญ โรงเรียนเทศบาลวัดท่าสะต๋อย จังหวัดเชียงใหม่ บุคคลในภาพที่ 3 เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2535 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระราชทานภาพพุทธประวัติแก่ผู้แทนครู เพื่อนำไปประกอบการสอนพุทธศาสนาแก่เด็กนักเรียน ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมโรงเรียนวัดยั้งเมิน อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่

                  นางจันทร์ฉาย กล่าวว่า เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้มีโอกาสเฝ้ารับเสด็จฯ ซึ่งครั้งนั้น พระองค์เสด็จด่วนเพราะใกล้ปิดภาคเรียน ทั้งนี้ พระองค์ทรงเสด็จเยี่ยมโรงเรียน ประชาชน และตรงมาหาคณะครูและทรงมอบสื่อการสอนชุดพุทธประวัติให้

                   "ครั้งนี้ พระองค์ทรงตรัสถามว่า สบายดีมั้ย รู้สึกว่า เป็นเสียงที่ไพเราะที่สุดในชีวิต และสร้างความปลาบปลื้มอย่างหาที่สุดเพราะที่นั่นเป็นพื้นที่ห่างไกล ในถิ่นทุรกันดาร เดินทางลำบาก พระองค์ก็ยังเสด็จไปเยี่ยม เป็นขวัญกำลังใจอย่างมาก เหมือนคำพูดที่ว่าไม่มีพื้นที่ตรงไหนที่ในหลวงและราชินีไปไม่ถึง"

                      นางจันทร์ฉาย กล่าวต่อว่า ส่วนตัวแล้วรักและเทิดทูนพระองค์อย่างสุด การที่พระองค์มอบสื่อการสอนให้นั้น จุดประกายให้เป็นครูที่ดี ใช้สื่อในการเรียนการสอน และการที่พระองค์พระราชทานสื่อพุทธประวัตินั้น ทรงต้องการให้สอนเด็กให้เป็นคนดี มีศีลธรรม ตนจึงตั้งใจพัฒนาสื่อการเรียนการสอน และตั้งใจสอนเด็กให้เป็นคนดี

                 รศ.ศิริชัย หงษ์วิทยากร ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ บุคคลในภาพที่ 4 เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2540 สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทอดพระเนตรแบบจำลองในโอกาสเสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงเปิดโครงการปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์เส้นทางขึ้นสู่พระธาตุดอยสุเทพ และพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ เนื่องในโอกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ณ สนามเฮลิคอปเตอร์ ภูพิงคราชนิเวศน์ จังหวัดเชียงใหม่

                     รศ.ศิริชัย กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนั้น ผ่านมา 20 ปีแล้ว นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ที่ได้รับพระราชทานวโรกาสให้เข้าเฝ้าถวายรายงานฯ เพราะขณะนั้น ม.แม่โจ้ กองทัพบก และกรมป่าไม้ ร่วมมือกันทำโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ 2 ข้างทางขึ้นดอกสุเทพ และพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการอนุรักษ์ป่าและพันธุ์ไม้ป่า ซึ่งเป็นโครงการที่พระองค์ท่านให้ความสำคัญอย่างยิ่ง โดยได้พระราชทานแนวพระราชดำริและนำพสกนิกรปฏิบัติตลอดทุกปีที่ทรงเสด็จเยือนจังหวัดเชียงใหม่และประทับที่พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์

                 "ในครั้งนั้น ได้เลือกดอกไม้ที่ทรงโปรดมาใช้ปรับปรุงภูมิทัศน์ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ทรงโปรดดอกไม้ทุกชนิด โดยเฉพาะดอกไม้ไทย โดยได้เลือกดอกพญาเสือโคร่ง และดองโคสีขาว ซึ่งเป็นดอกไม้ป่าแถบดอกสุเทพมาใช้ ทั้งนี้พระองค์เคยตรัสไว้ว่า ในหลวงเป็นป่า พระองค์เป็นน้ำ ซึ่งป่าและน้ำเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาป่าและสิ่งแวดล้อม ซึ่งตนได้เดินตามพระราชดำริในการทำงานเกี่ยวกับการอนุรักษ์ปรับปรุงสิ่งแวดล้อมมาตลอด ปัจจุบัน เราอาจได้ยินคำใหม่ ๆ ในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น โลกร้อน และมีความพยายามต่าง ๆ ในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่จริง ๆ ในหลวงของเรา ท่านได้ริเริ่มเกี่ยวกับเรื่องนี้มาตั้งแต่เมื่อ 30 ปีที่แล้ว"

                  นายสะมะแอ กะนิ ปัจจุบันประกอบอาชีพเกษตรกรรม บุคคลในภาพที่ 5 เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2541 สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทอดพระเนตรการประกวดผลิตภัณฑ์ของสมาชิกมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในเขต 14 จังหวัดภาคใต้ ณ ตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า ในขณะนั้น ตนเป็นหนึ่งในสมาชิกของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ และอยู่ในระหว่างฝึกการเขียนลายเส้นบนเรือกอ และด้วยฝีมือการวาดลายเส้นที่สวยงาม ตนจึงถูกคัดเลือกให้เข้าเฝ้าสมเด็จพระนางเจ้าฯ ในวันดังกล่าว พระองค์ท่านได้ตรัสว่า "เรือกอและสวยงามมาก" เป็นครั้งแรกในชีวิตที่มีโอกาสใกล้ชิดสมเด็จพระราชินี รู้สึกปลาบปลื้มตื้นตันใจมาก ไม่คิดว่าจะได้มีโอกาสได้เข้าเฝ้าพระองค์ท่านได้อย่างใกล้ชิด

                      นายอูเซ็ง สะแลแม ปัจจุบันประกอบอาชีพเลี้ยงปลาในกระชัง บุคคลในภาพที่ 6 เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2542 สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทอดพระเนตรการเลี้ยงปลากะพงขาวในกระชังตามพระราชดำริ ณ บ้านปาตาตีมอ ตำบลตะลุบัน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี กล่าวว่า รู้สึกปลาบปลื้มมากที่ได้มีโอกาสใกล้ชิดพระท่าน ซึ่งพระองค์ได้เสด็จมาเยี่ยมเยียนราษฎรในพื้นที่ และส่งเจ้าหน้าที่มาคอยช่วยเหลือชาวบ้านอยู่ตลอด

                       นางวาสนา แก้วหานาม ปัจจุบันประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป บุคคลในภาพที่ 7 เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2547 สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงเยี่ยมราษฎรในโครงการส่งเสริมศิลปาชีพบ้านทรายทอง หมู่ที่ 11 ตำบลปทุมวาปี อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร นางวาสนา กล่าวว่า ได้รับคัดเลือกจากผู้ใหญ่บ้านให้เข้าเฝ้าเพราะมีฐานะยากจน พระองค์ได้พระราชทานผ้าสำหรับปักพร้อมอุปกรณ์และภาพตัวอย่างเป็นภาพดอกบัวอยู่กลางบึง 4 ผืน ให้นำไปปัก พร้อมรับสั่งว่าเป็นการบ้าน และยังทรงรับตนเข้าเป็นสมาชิกศูนย์ศิลปาชีพบ้านทรายทอง กลุ่มปักผ้าทำให้ตนและครอบครัว รวมถึงชาวบ้านปลาบปลื้มและประทับใจในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นที่พระองค์ได้พระราชทานความช่วยเหลือชาวบ้านที่ยากไร้ไม่มีที่ทำกินให้มีอาชีพ และมีรายได้เลี้ยงครอบครัว

                     "ในครั้งนั้น พอทรงทราบว่า ไม่มีที่ทำกอร ก็ทรงรับสั่งถามว่าจะไปอยู่ที่ภูพานไหม ทูลตอบไปว่า ไปไม่ได้ เพราะต้องดูแลแม่ ก็ทรงถามต่อว่า อยากทำงานไหม ทูลตอบว่า อยากทำ พระองค์จึงให้มาฝึกปักผ้า และปักผ้าส่งศูนย์ศิลปาชีพบ้านทรายทอง ยังความปลื้มปิติ ในสมเด็จที่ทำให้พวกเรามีอาชีพ"

                    ภาพที่ 8 เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2550 สมเด็จพระนางเจ้าฯ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดนิทรรศการของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ณ พิพิธภัณฑ์เฟอล์กเคอร์คุนเดอ ณ นครมิวนิค สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันนีบุคคลในภาพ คือ คุณหญิง Barbara Margret Rose Riepl ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกงศุลใหญ่กิตติมศักดิ์ ประจำนครมิวนิก สหพันธ์สาธารณารัฐเยอรมนี อย่างไรก็ตาม คุณหญิง Barbara ไม่สะดวกในการเดินทางมาในครั้งนี้

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้