มหาโจร 5 555
นำเข้าเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2559 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [800]  

มหาโจร 5 ประเภท .....

 

                       บ้านเมืองเราขณะนี้ดูจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นเรื่อยๆ จนเละเทะไปหมด แม้กระทั่งในวงการพุทธศาสนาที่ในขณะนี้เกิดความวุ่นวายจากคนห่มผ้าเหลืองพวกหนึ่ง ซึ่งมีพฤติกรรมในการดำเนินตนในลักษณะที่ไม่ถูกต้องในหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ จนถูกออกหมายจับจากเจ้าหน้าที่ของบ้านเมือง ซึ่งยังชักเย่อกันอยู่ในขณะนี้ในการเข้าจับกุม

                      ทำให้นึกถึงเรื่องในพระไตรปิฎก ที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเคยตรัสติเตียนและสั่งสอนภิกษุทั้งหลายในขณะนั้น ซึ่งมีพระภิกษุรูปนั้นรูปนี้ว่ามีคุณวิเศษอย่างนั้นอย่างนี้จนชาวบ้านหลงเชื่อ นำอาหารมาเลี้ยงดูเป็นอย่างดีจนผิวพรรณผ่องใสอิ่มเอิบ ในขณะที่พระภิกษุจากที่อื่นซูบผอมจนเส้นเอ็นขึ้น ผิวพรรณหม่นหมอง

                    พระพุทธองค์ทรงเรียกประชุมภิกษุทั้งหลาย

              ตรัสเรื่อง “มหาโจร 5 ประเภท” เปรียบเทียบให้ฟังกับภิกษุที่ชอบแอบอ้างหลอกลวงชาวบ้านให้หลงเชื่อในคุณวิเศษต่างๆดังกล่าว ซึ่งประกอบด้วย

            1.มหาโจรจำพวกหนึ่ง คิดรวบรวมพวกตั้งร้อยตั้งพันไปตามคามนิคมราชธานี เพื่อให้บรรพชิตทั้งหลายสักการบูชาอ่อนน้อมด้วยการหลอกลวงในคุณวิเศษต่างๆ จนชาวบ้านหลงเชื่อ บริจาคอาหารและทรัพย์ตลอดจนยารักษาโรคต่างๆให้ แล้วก็ไปยังที่อื่นๆอีก และทำอย่างนี้อีกต่อไปเรื่อยๆ นี้เป็นมหาโจรประเภทที่ 1

                 2.ภิกษุชั่วบางรูป เรียนพระธรรมวินัยที่ตถาคตประกาศแล้ว ก็โกงเป็นของตนเอง แสดงว่าตนคิดได้เอง ไม่ได้เรียนจากใคร นี้เป็นมหาโจรประเภทที่ 2

                3.ภิกษุชั่วบางรูป ใส่ความเพื่อนพรหมจารีผู้บริสุทธิ์ ด้วยข้อหาว่าประพฤติผิดพรหมจรรย์อันไม่มีมูล นี้เป็นมหาโจรประเภทที่ 3

                 4.ภิกษุชั่วบางรูป เอาของสงฆ์ที่ห้ามแจกห้ามแบ่ง เช่น อาราม ที่ตั้งอาราม วิหาร ที่ตั้งวิหาร เตียงตั่งเป็นต้น ไปให้ชาวบ้าน ประจบชาวบ้าน นี้เป็นมหาโจรประเภทที่ 4

                 5.ภิกษุผู้อวดคุณวิเศษที่ไม่มีจริง ไม่เป็นจริง ได้ชื่อว่าเป็นยอดมหาโจรในโลก เพราะบริโภคก้อนข้าวของชาวบ้านทั้งหลายด้วยอาการขโมย

                 พระพุทธองค์ทรงบัญญัติสิกขาบท ห้ามอวดคุณวิเศษที่ไม่มีในตน และเมื่ออวดไปแล้วแม้จะออกตัวสารภาพภายหลัง ก็ต้องอาบัติปาราชิก

ทั้งหมดนี้มาจากพระไตรปิฎก

                        ยกเรื่องอย่างนี้มาพูดให้ฟังก็เพราะเห็นว่าความวุ่นวายทั้งหลายที่กำลังเกิดขึ้นในบ้านเมืองจากคนห่มผ้าเหลืองบางคน บางหมู่บางพวก มีพฤติกรรมที่ไม่ผิดอะไรจากคำสอนของพระพุทธองค์ในเรื่อง “มหาโจร 5 จำพวก” ที่กล่าวมา จนทำให้ทุกวันนี้ยกมือไหว้พระสงฆ์บางรูปไม่ค่อยจะสนิทใจ ว่าเป็นพระภิกษุจริงหรือไม่จริง

                            เป็นพวกบริโภคก้อนข้าวของชาวบ้านด้วยอาการแห่งขโมยหรือไม่ สะสมทรัพย์สินสิ่งของที่มีผู้บริจาค หรือนำมาทำบุญแล้วเอาไปเป็นของตนเอง ซึ่งผิดวิสัยของเพศบรรพชิตผู้สละแล้วซึ่งกิเลส ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินเงินทอง ข้าวของเครื่องใช้ หรือที่ดิน

                          โดยเฉพาะจำพวกประเภทที่ 5 ซึ่งชอบหลอกลวงชาวบ้านด้วยของวิเศษต่างๆ ทั้งเครื่องรางของขลังนานาชนิด แม้กระทั่งผ้ายันต์ต่างๆ และปั๊มพระพุทธรูปออกขายโฆษณาว่า ศักดิ์สิทธิ์อย่างโน้นอย่างนี้ ซึ่งพระพุทธองค์ทรงเรียกภิกษุจำพวกนี้ว่า เป็นยอดมหาโจรในโลกทีเดียว

                         “มหาโจร 5 ประเภท” ดังกล่าวนี้ ถ้าจะว่าไปแล้วสามารถนำมาเปรียบเทียบกับวงการบางวงการในบ้านเมืองได้ โดยเฉพาะวงการทางการเมือง เพราะมีพฤติกรรมและวิธีการหลอกล่อคล้ายคลึงกันในบางสิ่งบางอย่าง

                       รวบรวมผู้คนตั้งเป็นพรรคการเมือง จาริกไปตาม “คามนิคม” แม้กระทั่งเมืองใหญ่และ “ราชธานี” โฆษณาให้ประชาชนเชื่อถือและลงคะแนนให้ แต่ไม่ได้ทำอย่างที่พูด ที่โฆษณาหรือโอ้อวดไว้เมื่อได้รับเลือกแล้ว มีโอกาสเมื่อไร หรือหาช่องทางอะไรๆดีๆได้ก็ลงมือ “ปล้น” ทรัพย์สินของแผ่นดินเพื่อเอามาเป็นของตนเองและพรรคพวก

ปรักปรำใส่ร้ายโจมตีนักการเมืองดีๆ หรือฝ่ายตรงข้าม

                      หาเรื่องกับข้าราชการดีๆ ที่ไม่ร่วมมือทุจริตด้วย โดยโยกย้ายออกจากตำแหน่งหน้าที่ไปอยู่ที่อื่น แล้วแต่งตั้งพวกของตนมาทำงานแทน

                     อวดอ้างความดี ความวิเศษของตนต่างๆนานาทั้งที่ไม่มีจริง หรือไม่เป็นจริง แต่ชาวบ้านที่รู้จริงในคนเหล่านี้จะไม่เชื่อถือ เพราะรู้ว่าเป็นคนที่มีกำพืดมาอย่างไร แม้กระทั่งคนในครอบครัวเป็นคนอย่างไร ชาวบ้านก็รู้ จนบางครอบครัวได้รับการขนานนามว่า “ชั่วทั้งโคตร” นั่นเอง

                        ในวงการเมืองแม้ในวงการราชการในบ้านเมืองของเราขณะนี้ ก็มี “มหาโจร” ไม่ประเภทใดประเภทหนึ่งใน 5 ประเภทดังกล่าวให้เห็นอยู่ในขณะนี้

                      กระทั่งพวกที่เข้ามาได้อำนาจทางการเมืองไปถือในมือด้วยวิธีการที่ไม่เป็นไปตามกระบวนการในระบอบประชาธิปไตยที่กำหนดไว้ก็ตาม ถ้าประพฤติปฏิบัติตนล่วงก้าวเข้าไปในประเภทใดประเภทหนึ่งของคำสอนของพระพุทธองค์ในเรื่อง “มหาโจร 5 ประเภท” ดังที่กล่าวมา ก็ต้องจัดเข้าไปอยู่ในหมู่พวกนี้ได้เช่นเดียวกันไม่มีข้อยกเว้น

                  พระสงฆ์ดีๆมีมาก เช่นเดียวกับนักการเมืองที่ดีๆก็มีมาก ข้าราชการดีๆทุกหมู่เหล่าก็มีอยู่มาก แต่พวกที่ไม่ดีซึ่งมีอยู่ไม่เท่าไรมักจะโด่งดังกว่า อิ่มเอิบอ้วนพีกว่า และมีอิทธิฤทธิ์มากกว่า อย่างที่เห็นกันอยู่ในขณะนี้ในบ้านเมืองของเรา

น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ

 


 

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้