คนเสื่อม..พระพุทธ..ยังผ่องใส
นำเข้าเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2559 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [783]  

“ไอ้คำ”ผู้เสพกามใต้ประคต-แฉมี 8 เมีย ปังมาก !!?? ป่วยหนักยังฟาดนางพยาบาล .....

 
 
 
 
“ไอ้คำ”ผู้เสพกามใต้ประคต-แฉมี 8 เมีย ปังมาก !!?? ป่วยหนักยังฟาดนางพยาบาล
        สรรพสิ่งย่อมเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไฟ อันมนุษย์ผู้ก่อกรรมดี-กรรมชั่วย่อมประสบกับผลของการกระทำทุกทั่วตัวคน.....บันทึกศิษย์พระอาจารย์วิรพล ฉันติโก ซึ่งเอ่ยชื่อนี้อาจจะไม่มีใครรู้จักแต่ถ้าบอกว่า “หลวงปู่เณรคำ”ต่างร้องอ๋อ สังคมไทยน้อยคนนักที่ไม่รู้จักสมีหนีคดีผู้นี้...พระอาจารย์วิรพล เป็นบุตรของพ่อรัตน์ แม่สุขใจ สุขพล ชื่อเดิม ด.ช.วิรพล สุขใจ เกิดที่บ้านทรายมูล ต.ทรายมูล อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี มีพี่น้อง 5 คน บวชเป็นเณรตั้งแต่อายุ 6 ขวบพออายุ 13 ขวบแสดงอิทธิฤทธิ์แบบชาวบ้านเล่ากันปากต่อปากว่านั่งสมาธิจนตัวลอยได้
       
       บันทึกแบบพูดเองเออเอง- ขยายความน่าศรัทธาต่อไปว่าพอเริ่มวัยหนุ่มกลายเป็นพระนักวิปัสนามีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักใน อ.พิบูลมังสาหาร เป็นอย่างดี ช่วงสร้างสมบารมีจากเณรน้อย จนเติบใหญ่เป็นพระหนุ่มเณรคำ นิยมปักกลดธุดงค์ บำเพ็ญภาวนาไปเรื่อยๆ จากท้องไร่ปลายนาของครอบครัว ขยับไปจนถึงป่าใหญ่ ว่ากันว่าเส้นทางธุดงค์ผ่านความเป็นความตายมาอย่างโชกโชน ทั้งญาณวิเศษสามารถเห็นนรกภูมิ สัมผัสสวรรค์ ได้เห็นทั้งเทวดา นางฟ้า เห็นเปรต อสุรกาย มานับไม่ถ้วนและมักจะได้ยินพระอาจารย์วิรพล เล่าถึงอภินิหารต่างๆว่าเคยมีโอกาสเข้าเฝ้าพระอินทร์ เข้านมัสการสมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ สรวงสวรรค์ อีกทั้งเชื่อกันว่าสมีหนีคดีผู้นี้คือผู้มีบุญกลับชาติมาเกิดโดยตอนหนึ่งของบันทึกกล่าวไว้ว่า.... “ถ้าเสร็จภารกิจทางโลกแล้ว เราจะไม่กลับมาอีก เราคงเกิดมาหลายชาติแล้ว เราคงพอแก่การเกิดแล้วในชาตินี้ เห็นอะไรก็เกิดความสังเวช สลดไปหมด...จึงเป็นแนวทางทำให้รู้สึกเหมือนกันว่าเรารู้มาก่อน เห็นมาก่อน ตั้งแต่อดีตชาติเหมือนกับจะได้ต่อเติมเส้นทางแห่งปฏิบัติธรรม การบำเพ็ญเพื่อให้หลุดพ้น
       
       “วันหนึ่งระหว่างจำศีลภาวนามีพระภิกษุมาทักอาตมาว่าเห็นรูปกายฉันเป็นพระชราอายุราว 80 - 90 และทุกคนต่างเชื่อว่าอาตมาก็คือหลวงพ่อชรารูปหนึ่งรูปใดกลับชาติมาเกิด จึงเป็นที่มาของฉายาหลวงปู่เณรคำ แต่นั้นมา”
       
       คำอธิบายสั้นให้สาธุชนที่ติดตามประวัติพระภิกษุหนุ่มทั้งแท่งแท้ๆแต่ทำไมเคี้ยวหมากและในบางครั้งแสดงกริยาคล้ายกับคนแก่ นี่คือจุดกำเนิดแบบสั้นๆที่ไม่มีรายละเอียดมากนัก รู้เฉพาะในข้อมูลที่อยากให้รู้ แกเช่นไก่-วันทนีย์ หยกวิริยะกุล ซึ่งกว่าจะรู้เช่นเห็นชาติยังมีผู้คนทั้งในระดับหัวกะทิ ตำรวจ นักการเมือง นักพนันระดับประเทศ นักข่าว เคยตกเป็นเหยื่อกันมาแล้ว
       
       หลักการเดียวกับมิจฉาชีพที่ใช้ความไว้เนื้อเชื่อใจหลอกเหยื่อ....ไฉนโล้นห่มเหลืองที่หยิบแรงศรัทธามาเป็นจุดอ่อนจะหลอก-ล่อให้ผู้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาต้องกลายเป็นแมลงเม่าบินเข้ากองไฟได้อย่างง่ายดายไม่ได้
       
       พลังศรัทธาขยายวงไปมากขึ้น บาปกรรมของเณรคำ ก็ได้สะสมด้วยการทำชั่วไปเรื่อยๆ ปี 2552 เกิดโครงการใหญ่คือกฐินยักษ์ใหญ่ที่สุดในโลก ณ วัดป่าสันติธรรม ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ รวมทั้งหมด 36 ต้นตามความตัวเลขความเชื่อเรื่องการบูชาเทพยดาฟ้าดิน พ่อแม่ผู้ให้กำเนิด และเทวดาฟ้าดิน กฐินยักษ์ดังกล่าวมีความสูงถึง 9 เมตรใช้ธนบัตรใบละ 1,000 บาท 500 บาทและ 100 บาทประดับอร่ามตา รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 57 ล้านบาทเศษโดยจุดประสงค์ของเณรคำซึ่งทราบว่ามีความนับถือองค์แก้วมรกต ต้องการสร้างพระแก้วมรกตจำลองขนาดใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งต้องระดมทุนไปซื้อหยกขนาดมหึมาจากประเทศจีน รวมทั้งเครื่องทรงต่างๆ ที่เป็นเพชรพลอย และทองคำแท้
       
       ภาพต้นกฐินต้นขนาดเสาไฟฟ้าแถมด้วยธนบัตรโบกพลิ้วอะร้าอะร่ามตาทำให้สังคมเริ่มเกิดมีคำถาม...และในในคนขี้สงสัยชื่อสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายแผ่นดิน...“เรื่องราวมันเป็นแบบนี้นะครับ...คือหลังจากที่เห็นข่าวกฐินยักษ์ ผมก็เกิดความสนใจ และเมื่อพิจารณาแล้วเริ่มสงสัยเพราะว่าวัดป่าสันติธรรม เป็นวัดชนบทอยู่ห่างไกล เรียกว่าเดินทางอีกนิดเดียวก็ข้ามไปฝั่งเพื่อนบ้านแล้วพระหนุ่มอายุแค่นี้ทำไมถึงมีคนศรัทธากันมาก เงิน 5-60 ล้านชาวบ้านธรรมดาคงไม่สามารถทำบุญได้ ลักษณะมันคล้ายๆกับการระดมทุน พอผมเซิร์ทข้อมูลเข้าไปดู...โอ้โหมันอลังการเหลือเกิน หรือว่ามันจะมีอะไรแอบแฝงด้วย”ทนายสงกานต์ เล่าความเป็นมาให้ฟัง
       
       จากนั้นจึงค่อยๆรวมรวมหลักฐานจนทราบจากเพื่อนที่เป็นเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ซึ่งเขาดูแลเรื่องการขออนุญาตก่อสร้างพระพุทธรูปสำคัญๆอยู่ เพื่อนบอกว่าทางวัดป่าสันติธรรม ไม่เคยมาขออนุญาต ส่วนการโหมโฆษณาว่าจะนำรายได้ไปสมทบสร้างอาคารโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เมื่อตรวจสอบก็พบว่าทางโรงพยาบาลได้ปฏิเสธไปแล้วเพราะไม่เชื่อใจเช่นกันเนื่องจากทางวัดไม่แจ้งรายละเอียดต่างๆ เช่นหาเงินมาอย่างไร จะหักเป็นค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ มีงบประมาณสร้างอาคารได้แค่ไหน ทางวัดตอบไม่ได้เลยจึงไม่อนุญาตแต่ก็ยังโฆษณาอยู่
       
       “ผมมั่นใจว่าต้องมีความไม่ชอบมาพากลแน่ๆ อีกอย่างมีข่าวดังเรื่องเณรคำแอบไปมีลูกเมีย ผมในนามประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จนนิ่งเฉยได้อย่างไร วันต่อมาจำได้ว่าเป็นวันเสาร์ก่อนออกจากบ้านผมจุดธูป 36 ดอกอธิษฐานขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยเปิดทางให้ผมทำงานสำเร็จ ถ้าเขาผิดจริงเวลาผมไปแจ้งความที่กองปราบปราม จะต้องมีนักข่าวอยู่ด้วย แต่ถ้าไม่มีแสดงว่าเขาไม่ผิด ผมคิดแบบนี้จริงๆและถ้าวันนั้นเกิดไม่มีนักข่าวเพราะมันเป็นวันเสาร์ ปมก็จะล้มเลิกความตั้งใจ...ตอนถึงกองปราบฯ พ.ต.อ.ประสบโชค พร้อมมูล รองผบก.ป.เข้ามาพอดี ผมคุยอยู่นานแต่ก็ยังไม่ได้แจ้งความร้องทุกข์ ปรึกษาหารือกันได้พักหนึ่ง ท่านก็ช่วยสอบถามลุกน้องว่ามีนักข่าวเข้ามาไหม สิบเวรฯบอกยังไม่มีใครเข้ามาเลย คุยกันนานผมเห็นว่าฟ้าคงปิดแล้วจึงเตรียมลาพอลงมาข้างล่างปรากฏว่ามีนักข่าวอยู่คนสองคน สักครู่ก็ตามมากันเป็น 10 ผมจึงตัดสินใจเปิดแถลงข่าวซัดกับเณรคำ ตั้งแต่วันนั้น”
       
       ทนายสงกานต์ บอกกับทีมข่าวฯว่า... แม้ความผิดและลีลาของเณรคำ จะแตกต่างจากหญิงไก่ - วันทนีย์ หยกวิริยะกุล อยู่บ้างแต่หลายๆอย่างก็คล้ายกันเพราะเป็นพฤติการณ์เฉพาะของพวกมิจฉาชีพ ส่วนข้อมูลต่างๆเมื่อสื่อเล่นข่าวนี้ไปปรากฏว่าข้อมูลไหลบ่าเข้ามาอย่างนับไม่ถ้วน ทั้งเรื่องแอบไปมีลูกมีเมียหรือพฤติการณ์หลอกเงินชาวบ้าน...
       
       “ผมฟัดกับทนายเณรคำ รวมทั้งลุกศิษย์ลุกหาเขานานเป็นเดือนจนคุณธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนพิเศษ มารับไปทำคดีซึ่งในส่วนของท่านว่าในเรื่องสัมพันธ์ชู้สาว และมีการข่มขืนเด็กหญิงบางคน แต่ลึกๆผมไม่เห็นด้วยนะเพราะก็รู้กันอยู่ว่าพวกนั้นอยู่ในฐานะเมียเก็บ เณรคำเขาส่งเสียเลี้ยงดูทุกคน เหตุผลก็คงเพราะความยากจนนั่นแหละจึงยอมรับสภาพกัน ส่วนตัวผมเองดำเนินการเกี่ยวกับข้อหาฉ้อโกงประชาชน มีผู้เสียหายจำนวนมากตั้งแต่ระดับคนธรรมดาจนถึงเศรษฐีมหาเศรษฐี เป็นเจ้าของกิจการยาสีฟันชื่อดัง...ข่าวเณรคำเสนอต่อเนื่องนานถึง 43 วันผมเก็บไว้หมด จนถึงวันที่เขาขึ้น ฮ.หลบหนีจากประเทศเพื่อนบ้านนานอยู่ 3 ปีจึงเพิ่งมีข่าวดี”
       
       ตัดฉากคำสัมภาษณ์ทนายคนดังผู้เป็นขวัญใจชาวไทยอยู่ในขณะนี้ ขอวกกลับไปยังบรรดา “เมียเก็บ”ทั้ง 8 ของเณรคำ ซึ่งเชื่อว่าหลายคนอาจยังไม่ทราบ แต่อีกหลายคนเช่นกันโดยเฉพาะ “คอข่าว” ผจก.ออนไลน์ ย่อมเคยผ่านสายตากันมาบ้างแล้ว
       
       มีข้อมูลเก่ามาเล่าใหม่ให้ฟังว่าเกือบ 1 โหลของเมียเก็บทั้งหมดนั้นเฉพาะเงินสดๆในแต่ละเดือนที่ส่งเสียให้บรรดาเมียๆทั้งหลายเข้าหลักครึ่งล้านบาทกันเลยทีเดียว...ขอเริ่มจาก “น้อง ญ หรือสีกา ญ.เป็นคนแรก ขณะนั้นมีอายุ 25 ปี เป็นสาวสวยประจำบ้านโนนจาน เกิดปิ๊งกันระหว่างสมีเณรคำ ไปเปิดสำนักสงฆ์ริมห้วยสำราญ ต.โพธิ์ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ แอบอยู่กินเป็นผัว-เมียหลายปีจนได้ลูกชาย ตอนเกิดเรื่องราวกำลังเรียนอยู่ชั้นประถม 4 ว่ากันว่ามีการส่งเสียเลี้ยงดูให้เดือนละ 2 หมื่นบาทผ่านตำรวจทางหลวง สมมุติชื่อ หมวด ก.แต่ต่อมาเกิดเรื่องราวฝ่ายหญิงไม่อาจทนสภาพได้เรียกร้องเงินจำนวนหนึ่งหากไม่ให้เปิดโปง...เณรคำ ควัก 1 ล้านบาทเป็นค่าปิดปาก และต่อมามีข่าวว่าสีกา ญ. ไปได้ผัวใหม่แต่โชคร้ายผัวติดยาบ้าชีวิตครอบครัวจึงไม่ราบรื่น
       
       เมียคนที่ 2 ชื่อย่อ น้อง พ.อายุราว 26 ปีเป็นสาวสวยประจำบ้านหนองพะแนงคุ้ม 11 โนนม่วง ต.รุ่งระวี อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ ติดพันได้-เสียเป็นผัวเมียกันตั้งแต่น้อง พ.เรียนอยู่ ป.4 ข่าวว่าสินสอดทองหมั้นเป็นเงินสด 2 หมื่นบาท สร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท หลังจากเสพสุขกับเด็กหญิงจนเรียนถึงมัธยม “ เณรคำ-ไม่มีหาง” ออกรถเก๋งมิตซูบิชิมือสองให้ 1 คัน โดยสาวน้อยก็ขับไปเรียนหนังสืออวดฐานะตัวเอง และเป็นที่มาของ “ภาพเด็ด” นอนหลับในสภาพเปลือยครึ่งซีกโพสต์ลงในโลกโซเซี่ยลฯด้วยเหตุฝ่ายน้อง พ.ขอให้สึกออกมาอยู่กินเปิดเผย ส่วน “เณรคำ-ไม่มีหาง”รู้ดีว่าถ้าสึกจากพระคงอดตายจึงเกิดเป็นปากเสียง...ที่สุดตกลงกันได้โดยฝ่ายชายต้องจ่ายเงิน 5 ล้านบาทเพื่อยุติเรื่องทั้งหมด
        
       เมียคนที่ 3 ชื่อย่อ น้อง ม. อายุ 25 ปีรู้จักกันขณะเดินทางไปกำกับดูแลการก่อสร้างวัดป่าฯที่อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ น้อง ม.บ้านอยู่ ต.ยาง ได้เสียเป็นเมียพระจนได้ลูกชาย 1 คนก่อนย้ายเข้ามาอยู่ กทม.และเป็นช่วงงานเข้าทำให้มีรายได้ดีเณรคำ จึงซื้อบ้านจัดสรรหรูมูลค่าถึง 15 ล้านบาทกับรถเก๋งฮอนด้า แอคคอร์อีก 1 คัน พร้อมค่สาเลี้ยงดูเดือนละ 5 หมื่นบาท
       
       เมียคนที่ 4 ชื่อย่อ น้อง น. ภรรยาคนนี้ไม่ใช่ใครอื่นไกลแต่เป็นน้องสาวแท้ๆของพระติดตาม สำหรับน้อง น.เมียคนกลางนั้นว่ากันว่าเณรคำ - ไม่มีหาง ติดอกติดใจเป็นที่สุด อาจเป็นเพราะหน้าตาสะสวย จมูกโด่ง ผิวเข้ม ตาคม รูปร่างแม้จะเล็กแต่สัดส่วนไม่เล็กตาม “เมียเก็บ”รายนี้เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเปิดแห่งหนึ่งซึ่งเณรคำ-ไม่มีหางส่งเสียจนจบปริญญาโท มีค่าใช้จ่ายให้เดินละ 5 หมื่นบาท
       
       มียคนที่ 5 น้อง จ. อายุเพียง 14 ปี เรียนอยู่ประถม 6 พบเจอกันระหว่างเดินทางไปเปิดสาขาที่อ.เจริญศิลป์ จ.สกลนคร หลังตกล่องปล่องชิ้น “กินตับเด็ก”ไปแล้วเณรคำ-ไม่มีหางจ่ายเงินสด 1 ล้านบาทให้กับพ่อแม่น้อง จ.เป็นค่าสินสอดทองหมั้น กับรถเก๋งฮอนด้าซิตี้ 1 คัน เงินดูแลอีกเดือนละ 5 หมื่นบาท...สำหรับตำนานรักที่มีกับ น้อง จ.นั้นเกือบจบสิ้นเมื่อครั้งหนึ่งเณรคำ นั่งรถเบนซ์ประจำตัวพร้อมกับเมียสาววัยกระเตาะผ่านด่านตรวจตำรวจทางหลวงแห่งหนึ่ง ปรากฏว่าตำรวจคนตั้งด่านเป็นลูกน้องเก่าที่รู้ไส้รู้พุงกัน ตอนแรกถึงขั้นเตรียมจับสึกแต่ “เงิน”สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ ...งานนี้ต้องจ่ายไปอีก 2 ล้านบาทเพื่อแลกกับอนาคตของตัว
       
       เมียคนที่ 6 น้อง ก.อาชีพเป็นพยาบาลสาวประจำโรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร...คราวนี้ถึงคิวป่วยหนักถึงกับหามเข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.เอกชน ชื่อดังมีการลำเลียงเณรคำ - ไม่มีหาง โดยเฮลิคอปเตอร์มาลงที่ดาดฟ้าโรงพยาบาลแห่งนั้น .... เมื่ออาการเริ่มกระเตื้องขึ้นโล้นห่มเหลืองผู้ไม่เคยว่างจากกามโลกีย์เกิดต้องชะตากับพยาบาลสาว อักษรย่อ ก.ถึงกับเล่นบทอัศจรรย์กันในห้องผู้ป่วย วีไอพี. กระทั่งหายเจ็บไข้ไปแล้วแต่เณรคำ เกิดติดใจและชอบบรรยากาศแปลกๆจึงเช่า ฮ.เหมาลำมาตรวจสุขภาพ ณ โรงพยาบาล แห่งนี้เป็นประจำ ซึ่งน้อง ก.พยาบาลสาวเมียเก็บคนที่ 6 ได้ค่าเลี้ยงดูเดือนละ 7 หมื่นบาท
       
       เมียคนที่ 7 ชื่อย่อ น้อง ค.สาวมหาสารคาม เป็นนักศึกษาเรียนมหาวิทยาลัยเปิดแห่งหนึ่งใน กทม. เธอเป็นลูกศิษย์ที่มีโอกาสมีฟังเทศน์ฟังธรรมแล้วรู้สึกเคลิบเคลิ้มจนตกเป็นอนุภรรยาไปอีกคน...น้อง ค.ได้ค่าเลี้ยงดูเดือนละ 6 หมื่นโดยการโอนเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ เณรคำ-ไม่มีหาง แจกรถฮอนด้า แอคคอร์ทป้ายแดงให้ 1 คันพร้อมเช่าแมนชั่นหรูให้อยู่
       
       เมียคนที่ 8 ช่อย่อ เจ้ จ.สาวใหญ่ผิวขาวอายุ 45 ปี เธอมีสามีเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้วฐานะทางบ้านร่ำรวยเนื่องจากครอบครัวทำธุรกิจแต่ระยะหลังสามีสุขภาพไม่สู้ดีจึงออกทำบุญ นั่งวิปัสสนาเพื่อสงบสติอารมณ์ กระทั่งมาได้รับการฝึกฝนแนะนำจากเณรคำ -ไม่มีหาง ชีวิตของเจ้ จ.จึงเปลี่ยนแปลงจากหน้ามือเป็นหลังมือ ว่ากันว่าเจ้ จ.หลงเสน่ห์โล้นคำอย่างหนัก ถึงกับแอบขโมยทองเก่าแก่ของตระกูลมีน้ำหนักประมาณ 50 บาทมามอบให้ ยังไม่รวมเงินสดอีกนับล้านจนลูกชายรู้เรื่อง เกิดการโวยวายจะเอาผิดกับเณรคำ จนต้องรีบคืนทองให้ แต่คามสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวยังคงดำเนินต่อไป มีข่าวเม้าท์ว่าเจ้ จ.เมียบุญทุ่มขี้หึงขนาดหนัก ไม่ยอมให้สีกาคนไหนเข้าใกล้ผัวใหม่แม้แต่นิดเดียว ขนาดเดินทางไปอินเดีย เนปาล ฝรั่งเศส หรือสหรัฐฯ เจ้ จ.ก็จะตามไปเฝ้าปรนนิบัติพัดวีทุกหนทุกแห่ง
       
       จวบจนวันสุดท้ายที่สมีคำ เผ่นหนีอาญาแผ่นดินไปจากประเทศไทยไปยังสหรัฐฯ และกำลังจะถูกส่งตัวกลับในฐานะนักโทษหนีคดี....ด้วยความเป็นนักรักตัวพ่อ....ไม่แน่ใจว่าเขาอาจจะได้เมียแหม่มอีกหลายคน เพราะเงินทองอีกนับร้อยล้านที่ติดตัวไปสามารถบันดาลทุกสิ่งได้ดังใจ... หากไม่เหลือบ่ากว่าแรงจริงๆทีมข่าว MGR Online จะพยายามคุ้ยแคะเพื่อสนองต่อท่านผู้อ่านอีก
 

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้