พุทธวิถี.........
นำเข้าเมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2559 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [467]  

.....

พุทธวิถี

                    วันนี้เป็นวันอาสาฬหบูชา พรุ่งนี้เป็นวันเข้าพรรษา ทั้งสองวันดังกล่าวนี้เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ซึ่งชาวพุทธทั้งหลายจะเข้าวัดทำบุญฟังเทศน์ฟังธรรมตามธรรมเนียมปฏิบัติที่มีกันช้านาน

                     เพราะฉะนั้นในวันนี้ขอพูดเรื่องอย่างนี้บ้าง ว่าชีวิตของเราที่ผ่านมานั้นเป็นอย่างไร เพื่อให้ลองพิจารณาว่าที่ผ่านๆ มา นั้นขาดทุนหรือกำไรในชีวิตที่เราปฏิบัติมา โดยเฉพาะในการประพฤติปฏิบัติของตัวเราเอง เพื่อจะได้แก้ไขส่วนบกพร่องให้ถูกต้องตามพุทธวิถี

พุทธะคือผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานแจ่มใสเราตื่นหรือเปล่า เรามีความเบิกบานแจ่มใสด้วยคุณธรรมในจิตใจของเราหรือเปล่า เป็นเรื่องที่เราควรพิจารณาด้วยตัวเองของเราเอง

รู้จักตัวเอง รู้จักสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวของเราเองรู้ว่าสิ่งนั้นมันให้คุณให้โทษให้ทุกข์กับตัวเราเอง และจะออกจากสิ่งเหล่านั้นได้อย่างไร

                การเป็นผู้รู้นั้นต้องรู้สรรพสิ่งทั้งหลายตามสภาพที่เป็นจริง ทำอะไรก็ทำด้วยความรู้ คิดด้วยความรู้ พูดด้วยความรู้ ไปไหนมาไหนก็ไปและมาอย่างผู้รู้ จะไม่ผิดพลาด และไม่เกิดความเสียหาย

ผู้ตื่นคือผู้มีสติประจำใจ พร้อมที่จะรับสิ่งต่างๆด้วยปัญญา รับด้วยสติ ไม่ได้รับด้วยความโง่

ถ้ารักด้วยความโง่ ด้วยความโกรธ ด้วยความหลง อย่างนี้ก็มืดมัว แต่ถ้ารับด้วยปัญญา รับด้วยสติ ก็มองเห็นหมดทุกอย่าง ไม่เป็นผู้หลับที่ไม่รู้จักตื่น

                  ชาวพุทธจึงต้องเป็นผู้ตื่นอยู่ตลอดเวลา มองเห็นอะไรชัดเจนตามสภาพความเป็นจริง คนไม่ตื่นและยุ่งอยู่กับความโลภ ยุ่งอยู่กับความโกรธ ยุ่งอยู่กับความหลง ยุ่งอยู่กับความริษยาวุ่นวายไปด้วยความวิตกกังวลอย่างนี้ ชีวิตจะเต็มไปด้วยความทุกข์ ไม่มีความสุข

                     การดำรงชีวิตอยู่อย่างเรียบง่าย หิวก็กิน ง่วงก็นอน เหนื่อยจากงานก็พักผ่อน ร้อนก็อาบน้ำหรือพักใต้ร่มไม้ชายคา แผ่นดินก็มีเดิน ตะวันก็มีส่อง อย่างนี้จะไปเดือดร้อนอะไรมีอะไรที่ทำให้ต้องเป็นทุกข์ ให้รู้จักพิจารณา

ความทุกข์ที่เราเกลียดและกลัวที่สุดนั้น เกิดจากสาเหตุและปัจจัยอะไรบ้าง ต้องมองให้เห็น และเราได้แก้ไขสิ่งเหล่านั้นถูกวิธีหรือไม่

มนุษย์อยากสุขแต่ไม่รู้จักสุขอยากหนีทุกข์แต่ไม่รู้จักทุกข์

สุ่มสี่สุ่มห้าเดินอยู่แต่ในความมืด บางคนอ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยเนรมิตความมืดให้เป็นความสว่าง ทั้งๆที่มันสว่างอยู่แล้วแต่เราไม่ลืมตาขึ้นมาดูเอง

                 ภาษาธรรมะเรียกว่าเป็นผู้มีแต่อวิชชาอวิชชาคือความโง่เมื่อไม่รู้ก็เกิดปัญหา มีความทุกข์เดือดร้อนใจ

                  ตรงข้ามกับ วิชชา คือความรู้แจ้ง เห็นแจ้งในสิ่งที่ถูกต้อง วิชชาทำให้เกิดปัญหา วิชชาทำให้เกิดสติยั้งคิด รู้จักรับผิดชอบชั่วดี

                    เพราะฉะนั้นผู้เป็นชาวพุทธจึงต้องเป็นผู้ตื่นอยู่ตลอดเวลา มองเห็นอะไรชัดเจนตามสภาพของความเป็นจริง ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเพียงกระแสธรรมชาติที่ไหลไปตามอำนาจของการปรุงแต่ง หมดอำนาจการปรุงแต่งเมื่อไรมันก็แตกกันไปตามธรรมชาติ

ไม่มีอะไรจะฝึกธรรมชาติไปได้

                  พระพุทธองค์จึงสอนให้เรารู้จักธรรมชาติทั้งหลายว่า มันมีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ชีวิตเราก็เปลี่ยนแปลง สิ่งแวดล้อมก็เปลี่ยนแปลง ดินฟ้าอากาศก็เปลี่ยนแปลง เงินทอดในกระเป๋าก็เปลี่ยนแปลง

ไม่มีอะไรตั้งมั่นคงโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงก่อนมีก็ไม่มีก่อนเป็นก็ไม่เป็น

                ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามเหตุ ตามปัจจัยตามทางแห่งธรรมชาติ แม้กระทั่งทะเลหรือมหาสมุทรมีหรือที่จะว่างจากคลื่นลม เส้นทางอันยาวไกลมีหรือที่จะราบเรียบตลอด แผ่นดินบนโลกนี้มีหรือที่จะเสมอกัน

ใบไม้ในป่าประเภทเดียวกันมีหรือจะเท่ากันฟ้ามีหรือจะไม่เปลี่ยนสีหรือปราศจากเมฆตลอดเวลาและกระแสน้ำมีหรือที่จะหวนกลับแก่แล้วมีหรือที่จะลอกคราบกลับเป็นหนุ่มสาวได้อีก

                      ถ้าคิดอย่างนี้เสียได้ มองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างตามสภาพที่เป็นจริง สติปัญญาจะเพิ่มขึ้น สามารถนำมาใช้แก้ข้อบกพร่องให้กลายเป็นส่วนที่ถูกต้องเรียบร้อย ชีวิตย่อมมีค่า

ความสุขนั้นอยู่ที่ตัวเราเองถ้าได้เดินตามพุทธวิถี

เป็นความสุขที่สูงกว่า ประณีตกว่าและปราศจากโทษ

หาได้ด้วยตัวของเราเอง ไม่มีใครที่ไหนให้เราได้หรอก

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้