รวยๆๆเหลือล้น..จน จนติดดิน
นำเข้าเมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2559 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [616]  

ยึดที่ดินคนรวยที่ครอบครองผิดกฎหมาย นำไปจัดสรรให้คนจน .....

                        1) ก่อนจะมาสู่การใช้อำนาจตามมาตรา 44 คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 36/2559 เรื่องมาตรการแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม โดยมิชอบกฎหมาย เปิดทางให้เจ้าหน้าที่สามารถยึดคืนที่ดิน ส.ป.ก.ที่ถูกครอบครองโดยนายทุนรายใหญ่ ระดับมากกว่า 100 ไร่ และมากกว่า 500 ไร่

เรียกว่า ยึดคืนจากผู้ครอบครองรายใหญ่ๆ

จะเห็นได้ว่า รัฐบาล คสช. มีนโยบายเกี่ยวกับที่ดินหลายเรื่อง เช่น

กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง อันจะนำไปสู่การเก็บภาษีจากคนรวยๆ ถือครองที่ดินเยอะๆ เป็นหลัก

ปฏิบัติการทวงคืนผืนป่าในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

                       ดำเนินนโยบายจัดสรรที่ดินผ่านการมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินแก่ชุมชนชาวบ้านในพื้นที่ เช่น เชียงใหม่ อุทัยธานี เป็นต้น โดยชุมชนจะมีสิทธิใช้ประโยชน์ในที่ดินร่วมกัน โดยไม่สามารถจะนำไปขายต่อให้นายทุนได้เหมือนเอกสารสิทธิส่วนบุคคล

                          26 ก.พ. 2559 ระหว่างลงพื้นที่มอบหนังสืออนุญาตฯ แก่ชาวบ้าน จ.อุทัยธานี พล.อ.ประยุทธ์กล่าวมอบนโยบายว่า การปฏิรูปที่ดินครั้งนี้เพื่อแก้ปัญหาการบุกรุกทำลายป่าไม้ และประชาชนยากไร้ที่ไม่มีที่ดินทำกิน ถือเป็นส่วนหนึ่งการปฏิรูปประเทศ “ต้องปฏิรูปที่ดินให้แล้วเสร็จโดยเร็วทั้งประเทศ และผมจะลงพื้นที่ทุกเดือน”

                            2) ที่ผ่านมา ปรากฏว่า มีที่ดิน ส.ป.ก.จำนวนมากไม่สามารถนำมาจัดสรรแก่ประชาชน เพราะผู้ที่ครอบครองพื้นที่ไม่ให้ความร่วมมือ จำนวน 540 แปลง พื้นที่กว่า 5 แสนไร่

แบ่งเป็นการครอบครองตั้งแต่ 500-999 ไร่ มีจำนวน 394 แปลง พื้นที่รวม 2.6 แสนไร่

การครอบครองตั้งแต่ 1,000-1,999 ไร่ มีจำนวน 127 แปลง พื้นที่รวม 1.6 แสนไร่

และที่ครอบครองมากกว่า 2,000 ไร่ขึ้นไป มีจำนวน 19 แปลง พื้นที่รวม 8.7 หมื่นไร่

ผู้ครอบครองรายใหญ่ๆ เหล่านี้ ล้วนแต่เป็นผู้มีอิทธิพลทั้งสิ้น เช่น

                      ที่กำแพงเพชร มีอดีต ส.ส. ครอบครองนับหมื่นไร่ หรือที่นครราชสีมา อ.ปากช่อง อ.วังน้ำเขียว ที่ จ.กาญจนบุรี จ.สระแก้ว หรือ จ.ฉะเชิงเทรา ล้วนแต่มีนักการเมืองหรือนายทุนใหญ่ทั้งสิ้น

                       3) ตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ออกมาล่าสุดนั้น ผู้อ้างครอบครองที่ดินในพื้นที่เป้าหมาย จะต้องหาหลักฐานมาแสดง เมื่อเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วเห็นว่าฟังไม่ขึ้น ก็เดินหน้ายึดคืนหลวงได้เลย

คาดว่า จะใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 4 เดือน

คำสั่งระบุไว้ด้วยว่า เมื่อยึดที่ดิน ส.ป.ก.กลับคืนมาเป็นของหลวง ก็จะมีการจัดสรรแก่เกษตรกรคนยากจน ทั้งผ่านกลไกคณะกรรมการปฏิรูปที่ดิน และผ่านนโยบายจัดสรรที่ดินแก่ชุมชนตามแบบข้างต้นตามพื้นที่ต่างๆ

                      4) ที่ดิน ส.ป.ก.เป้าหมายตามคำสั่งล่าสุดนี้ ประกอบด้วย

ส่วนมาก เป็นที่ถือครองโดยมิชอบแปลงใหญ่เกิน 500 ไร่ ใน 25 จังหวัด เช่น

นครราชสีมา 130 แปลง เนื้อที่ 111,074 ไร่

สระแก้ว 78 แปลง เนื้อที่ 87,257 ไร่

กำแพงเพชร 55 แปลง เนื้อที่ 51,889 ไร่

ลพบุรี 12 แปลง เนื้อที่ 40,997 ไร่

ฉะเชิงเทรา 27 แปลง เนื้อที่ 21,979 ไร่

กาญจนบุรี 13 แปลง เนื้อที่ 13,663 ไร่

ชลบุรี 14 แปลง เนื้อที่ 16,070 ไร่

สุราษฎร์ธานี 8 แปลง 9,842 ไร่

ตาก 1 แปลง เนื้อที่ 1,319 ไร่

เพชรบูรณ์ 4 แปลง เนื้อที่ 3,696 ไร่

สุโขทัย 8 แปลง เนื้อที่ 6,613 ไร่

อุตรดิตถ์ 1 แปลง เนื้อที่ 1,218ไร่

อุทัยธานี 9 แปลง เนื้อที่ 8,594 ไร่

กาฬสินธุ์ 1 แปลง เนื้อที่ 742 ไร่

ชัยภูมิ 3 แปลง เนื้อที่ 2,784 ไร่

บุรีรัมย์ 1 แปลง เนื้อที่ 871 ไร่

อุดรธานี 9 แปลง เนื้อที่ 6,859 ไร่

จันทบุรี 2 แปลง เนื้อที่ 1,128 ไร่

ตราด 5 แปลง เนื้อที่ 3,523 ไร่

ประจวบคีรีขันธ์ 1 แปลง เนื้อที่ 527 ไร่

ราชบุรี 9 แปลง เนื้อที่ 6,898 ไร่

สระบุรี 8 แปลง เนื้อที่ 4,803ไร่

กระบี่ 18 แปลง เนื้อที่ 13,951 ไร่

ชุมพร 3 แปลง เนื้อที่ 7,578 ไร่

ยะลา 2 แปลง เนื้อที่ 2,482 ไร่

นอกจากนี้ ยังมีที่ดินที่ไปกว้านซื้อ หรือฮุบเอามาจากเกษตรกร 100 ไร่ขึ้นไป เนื้อที่ 488 ไร่ ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และนครราชสีมา

และที่ดินที่ศาลมีคำสั่งถึงที่สุดให้ขับไล่แล้วด้วยซ้ำ ในพื้นที่ 3 จังหวัด 5 แปลง เนื้อที่ 5,906 พันไร่ ที่จังหวัดกระบี่ สุราษฎร์ธานี และนครราชสีมา

                       5) ในโอกาสเช่นนี้ รัฐบาล คสช. ควรพิจารณาทางเลือกในการใช้ประโยชน์จากที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่คนยากจนผู้ถือครอง เพราะบางที่อาจมีศักยภาพอื่นนอกจากการเกษตร เช่น การท่องเที่ยว ฯลฯ ควรหาวิธีการบริหารจัดการที่ทำให้ชาวบ้านมีอำนาจจัดการที่ดินของเขา โดยที่ผลประโยชน์สูงสุดตกแก่ชาวบ้านตัวจริงอย่างยั่งยืน โดยมิให้ขายแก่นายทุนกลับไปสู่วงจรเดิมๆ ด้วยหรือไม่

ถ้ารัฐบาล คสช.สามารถดำเนินการได้จริง แม่นยำ มีประสิทธิภาพเชื่อว่าจะกลายเป็นผลงานโบแดง

ชาวบ้านจะเล่าขานไปชั่วลูกชั่วหลาน

ยึดที่ดินคนรวย มาแจกจ่ายคนจน

รวมทั้งจัดสรรผ่านการให้สิทธิชุมชนทำกิน

ช่วยให้คนจนเข้าถึงทรัพยากรที่ดิน ซึ่งมีปัญหาความกระจุกตัวสูงมากในประเทศไทย

คนยากคนจนกี่หมื่นกี่แสนชีวิตที่จะได้ประโยชน์ ได้อนาคตใหม่

             สำคัญ คือ รัฐจะต้องดำเนินการด้วยความมุ่งมั่น แม่นยำ มีประสิทธิภาพ และโปร่งใสที่สุด เพื่อมิให้เกิดปัญหาที่ดินไปตกแก่คนรวย จะกลายเป็นดาบสองคม ถูกนำมาโจมตีในภายหลัง

และควรทำให้เสร็จก่อนเลือกตั้งครั้งต่อไปด้วย เพราะไม่เช่นนั้น จะถูกนักการเมืองบางกลุ่มเข้ามาสวมตอ จะทำให้การแก้ปัญหายุ่งยากซับซ้อน

สารส้ม


 

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้