ไทยพ้นเทียร์ 3
นำเข้าเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2559 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [1078]  

กับพ่ายโหวตสมาชิกคณะมนตรียูเอ็นอย่างไหนน่าดีใจกว่ากัน !!.....

 
 
ไทยพ้นเทียร์ 3 กับพ่ายโหวตสมาชิกคณะมนตรียูเอ็นอย่างไหนน่าดีใจกว่ากัน !!
เมืองไทย 360 องศา

แน่นอนว่าเมื่อวันที่ 29 มิถุนายนสำหรับประเทศไทย และคนไทยที่ติดตามข่าวสารต่างประเทศคงจะรู้สึกดีสลับกับความผิดหวังเล็กๆ กับการที่เราพ่ายโหวตเลือกสมาชิกไม่ถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ซึ่งในโควตาประเภทนี้มีอีก 5 ประเทศต้องมีการโหวตคัดเลือกกันทุก 2 ปี ซึ่งในโควตาของทวีปเอเซียมี 1 ประเทศและเราต้องแข่งขันกับประเทศคาซัคสถานจากประเทศในเอเซียกลาง และเราก็พ่ายไปจากการลงคะแนนลับถึงสองรอบ เนื่องจากรอบแรกคาซัคฯชนะด้วยคะแนน 113 ต่อ 77 ไม่ถึงสองในสาม ต้องลงคะแนนกันในรอบสองโดยรอบนี้คาซัคฯได้คะแนนถึง 138 เสียง ก็เป็นอันว่าพ่ายไปอย่างขาดลอย ก็อาจสร้างความผิดหวังบ้าง เพราะทำให้การขยายบทบาทในเวทีโลกยังไม่เต็มที่นัก

แต่นั่นก็คงไม่ใช่เรื่องใหญ่ประเภทที่ว่าต้องมานั่งฟูมฟายเอาเป็นเอาตาย จนราวกับว่าการพ่ายแพ้คราวนี้จะทำให้เราต้องเสียหาย เสียหน้าอย่างใหญ่หลวง เหมือนกับที่ฝ่ายพรรคเพื่อไทยกำลังพยายามขยายวง ให้ความสำคัญด้วยต้องการดิสเครดิตคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)และรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าสาเหตุที่แพ้เพราะเรามีปัญหาในเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน มีการปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมือง พยายามกระทบชิ่งเคลมแบบเหมารวมมั่วๆ นี่ไงที่แพ้เพราะละเมิดสิทธิ์ของพวกเขา อะไรประมาณนี้

แต่สำหรับคนไทยทั่วไปเชื่อว่ามีไม่กี่คนที่สนใจและต้องการรับรู้เรื่องแบบนี้ มีแต่เฉพาะพวกที่ติดตามข่าวสารระหว่างประเทศในวงแคบๆเท่านั้น และเมื่อเราไม่ได้เป็นสมาชิกไม่ถาวรในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติในวาระ 2 ปี ทุกอย่างก็คงค่อยๆเงียบไปและรัฐบาลก็คงไม่อยากจะพูดอะไรมากนัก เพราะถ้าเราได้เป็นก็คงได้หน้าได้ตา ได้เพิ่มบทบาทในเวทีโลกมากขึ้นหลังจากในระยะหลังเราเสื่อมถอยมานานนับตั้งแต่หมดยุครัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ในปี 2523 เป็นต้นมา เพราะในยุคของรัฐบาลพวกนักการเมืองบทบาทในยูเอ็นแทบไม่มีเลยอย่างมากก็เป็นแค่ปลายแถวคอยเป็นลูกมือส่งกองกำลังไปช่วยรักษาสันติภาพในพื้นที่ขัดแย้งทั้งในติมอร์ตะวันออก หรือในแอฟริกา เป็นต้น แต่เป็นไปตามคำร้องขอของประเทศสมาชิกมหาอำนาจเท่านั้น

อย่างไรก็ดีหากเทียบกับข่าวที่รายงานว่าสหรัฐอเมริกาได้ถอดประเทศไทยพ้นจากบัญชีเฝ้าระวังด้านการค้ามนุษย์ จากประเทศที่มีประวัติการค้ามนุษย์ขั้นเลวร้ายหรือที่เรียกส่า "เทียร์ 3" มาสู่ระดับ "เทียร์ 2" หรือ บัญชีประเทศที่ถูกจับตามอง แม้ว่านี่ยังไม่ใช่การแถลงออกมาอย่างเป็นทางการ เป็นเพียงการรายงานข่าวล่วงหน้าของสำนักข่าวต่างประเทศ เนื่องจากต้องรอในวันที่ 30 มิถุนายนที่ฝ่ายสหรัฐฯจะแถลงออกมา

อย่างไรก็ดีนี่ถือว่าเป็น"ข่าวดี"สำหรับประเทศไทยและคนไทย ซึ่งน่าจะเป็นเนื้อเป็นหนังมากกว่าการได้รับเลือกเป็นสมาชิกไม่ถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเสียอีก เพราะการที่ไทยหลุดพ้นจากบัญชีเทียร์ 3 นั้นย่อมส่งผลดีต่อสินค้าส่งออก โดยเฉพาะสินค้าจำพวกอาหารทะเลที่แต่ละปีมีมูลค่าการส่งออกไปสหรัฐและสหภาพยุโรปนับแสนล้านบาท

แม้ว่าการขึ้นบัญชีหรือถอดออกจากบัญชีดำดังกล่าวบางครั้งอาจมองในเรื่องการเมืองและผลประโยชน์ระหว่างประเทศของสหรัฐฯก็ตาม แต่ตราบใดที่เรายังต้องพึ่งพาการส่งออกไปยังประเทศนี้พวกนี้เราก็ยังต้องแคร์ และนอกเหนือจากนั้นยังเป็นการแสดงให้เห็นทางอ้อมอีกว่าการแก้ปัญหาในด้านการค้ามนุษย์ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)เป็น"กลุ่มเผด็จการ"ที่สหรัฐเคยรังเกียจก็ดูเหมือนจะได้รับการยอมรับกลายๆเหมือนกัน

เพราะในปีที่ผ่านมาสหรัฐฯได้ขึ้นบัญชีดำไทยให้อยู่ในระดับเทียร์ 3 ขณะเดียวกันได้ปลดมาเลเซียพ้นจากบัญชีดังกล่าว จนถูกเสียงวิจารณ์ว่ามีเรื่องผลประโยชน์แอบแฝงที่ต้องการดึงให้มาเลเซียเข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เอเซีย-แปซิฟิกหรือ (ทีพีพี) ขณะที่ไทยยังไม่ได้ตัดสินใจเข้าร่วม ทำให้ต้องจับตามองกันต่อไปว่านี่อาจเป็นสาเหตุที่ยกระดับไทยขึ้นมาหรือไม่ เพราะหากยังติดอยู่ในบัญชีสามก็จะเป็นอุปสรรคต่อการเข้าร่วมเจรจาเป็นสมาชิกในเขตการค้าเสรีที่สหรัฐฯเป็นหัวเรือใหญ่อยู่ในเวลานี้หรือไม่ ซึ่งนั่นเป็นเรื่องอนาคต

แต่สำหรับเฉพาะหน้าผลดีจากการถูกปลดพ้นบัญชีสาม ก็ย่อมทำให้ไทยมีเครดิตในสายตานานาชาติมากขึ้นกว่าเดิม อย่างน้อยก็ไม่ใช่เป็นประเทศป่าเถื่อน ด้อยพัฒนา ขณะเดียวกันสำหรับรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาตินาทีนี้คงยิ้มหน้าบาน เพราะนี่คือชัยชนะครั้งสำคัญหลังจากที่ผ่านมาได้พยายามแก้ปัญหาการค้ามนุษย์อย่างเต็มที่ มีการใช้มาตรา 44 เข้ามาแก้ปัญหาให้รวดเร็ว ซึ่งที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช.ได้ให้ความสำคัญในลำดับต้นๆ และเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาก็เพิ่งออกคำสั่งพิเศษย้ายข้าราชการระดับสูงในจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นแหล่งแรงงานต่างด้าวจำนวนมาก ซึ่งมีเสียงวิจารณ์ว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับการร้องเรียนเรื่องการค้ามนุษย์รวมอยู่ด้วย

ขณะเดียวกันอย่าได้แปลกใจที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในฐานะหัวหน้าทีมในการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์จะมีความยินดีจนออกนอกหน้า โดยกล่าวขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมมือกันจนพ้นจากบัญชีดำในที่สุด

ดังนั้นหากพิจารณาผลประโยชน์ที่ได้รับทั้งในเรื่องสินค้าส่งออกของอุตสาหกรรมอาหารทะเล รวมไปถึงสินค้าอื่นๆจะไม่ถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขเรื่องการค้ามนุษย์เหมือนในอดีตแล้ว จะมีผลดีต่อตลาดส่งออกและสำหรับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มันก็เหมือนกับการได้รับการยอมรับกลายในเรื่องสิทธิมนุษยชน ซึ่งสวนทางกับภาพลักษณ์เผด็จการทหาร แต่ขณะเดียวกันก็ต้องติดตามกันต่อไปว่านี่คือเงื่อนไขใหม่ที่ต้องการเปิดทางให้ไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่ม ทีพีพี ที่สหรัฐฯเป็นหัวเรือใหญ่เหมือนกับกรณีของมาเลเซียหรือไม่ !!

 
 
 
 
 
 


เว
 

 
 

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้