รู้ทันเทคโนโลยี
นำเข้าเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2559 โดย  
อ่าน [800]  

รู้ทันเทคโนโลยีสำหรับจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ .....

 

 

รู้ทันเทคโนโลยีสำหรับจัดการข้อมูลขนาดใหญ่
       
ผศ.ดร.นิธินันท์ ธรรมากรนนท์
       สาขาการจัดการระบบสารสนเทศ (ISM) และสาขาวิทยาการข้อมูล (DS)
       คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

       
       ปัจจุบันทุกคนให้ความสนใจกับข้อมูลขนาดใหญ่หรือ big data กันมาก หลายคนและหลายหน่วยงานลงทุนจัดทำคลังข้อมูลเพื่อมาจัดเก็บข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ หรือเข้าอบรมการใช้เทคโนโลยีที่เกี่ยวกับการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่เหล่านี้ ข้อมูลในคลังข้อมูลเหล่านี้อาจมาจากหลายแหล่ง หลายฐานข้อมูล และหลายรูปแบบ (format) เมื่อนำมารวมกันจะทำให้มีปริมาณข้อมูลจำนวนมาก คือมากทั้งจำนวน records และจำนวน fields หรือลักษณะของ record เมื่อจำนวน records และจำนวน field มีมาก ทำให้การประมวลผลแบบเดิมทำได้ยากขึ้น
       
       เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวไม่สามารถประมวลผล ตามความต้องการวิเคราะห์ข้อมูลของผู้ใช้งานได้ หรือถ้าทำได้ก็ใช้เวลานานมากจนไม่เกิดประสิทธิภาพ เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้จึงมีการพัฒนาวิธีการประมวลผลโดยการกระจายและใช้เครื่องคอมพิวเตอร์หลายเครื่องมาช่วยกันประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่เหล่านี้เพื่อให้ทำงานได้เร็วขึ้น หรือมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยหลายคนที่อยู่ในวงการเรียกว่า distributed processing ซึ่งมีการศึกษาค้นคว้าและเรียนรู้กันมากว่า 20 ปี เมื่อการพัฒนาคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะ ด้าน hardware มีความก้าวหน้าจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งการมีความต้องการใช้งานเพื่อประมวลผลข้อมูลขาดใหญ่ หลักการของ distributed processing จึงถูกนำมาประยุกต์ใช้ ร่วมกับการสร้างและการบริหารคลังข้อมูลที่ดึงข้อมูลมาจากหลากหลายฐานข้อมูล และวางขายในรูปของเทคโนโลยี brand name ต่างๆ
       
       ดังนั้นการที่จะเรียนรู้วิธีการใช้เทคโนโลยีที่มีขายในปัจจุบัน ก็คือการเรียนรู้การใช้โปรแกรมหรือระบบคอมพิวเตอร์ที่เขียนขึ้นมาใหม่ เพียงแต่ระบบเหล่านี้จะดึงเอาลักษณะความต้องการใช้เทคโนโลยีทางธุรกิจมารวมกันโดยไม่ต้องยุ่งยากไปเรียนรู้และพัฒนาทีละขั้นตอนทีละชิ้น และผู้ใช้งานก็ไม่ต้องศึกษาให้ลึกซึ้งว่าหลักการการรวมข้อมูลหรือหลักการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ทำอย่างไร
       
       อย่างไรก็ตาม การเรียนรู้วิธีใช้เทคโนโลยีข้อมูลขนาดใหญ่เหล่านี้เพียงอย่างไม่สามารถสร้างองค์ความรู้หรือประโยชน์ในการทำธุรกิจให้แก่หน่วยงานได้ องค์ความรู้ไม่ได้หามาจากจำนวนข้อมูลขนาดมหาศาล สารสนเทศก็ไม่ได้หามาจากจำนวนข้อมูลขนาดมหาศาลอย่างเดียว สิ่งสำคัญของข้อมูลจำนวนมหาศาลที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ก็คือคุณภาพของข้อมูล ข้อมูลที่ไม่ได้คุณภาพจะก่อให้เกิดขยะ หรือได้สารสนเทศที่ใช้งานไม่ได้ หรือหากนำไปใช้งานจะก่อให้เกิดความเสียหายกับผู้นำไปใช้หรือกับผู้อื่น ข้อมูลที่มีคุณภาพดีจะต้องถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ ทันสมัยและสอดคล้องกับสิ่งที่จะนำไปใช้เพื่อหาสารสนเทศและองค์ความรู้ การเรียนรู้วิธีการใช้เทคโนโลยีที่จัดการข้อมูลขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้คุณภาพของข้อมูลดีขึ้น เพราะไม่มีเทคโนโลยีไหนรับรองในเรื่องนี้
       
       การจัดการข้อมูลให้มีคุณภาพยังคงต้องใช้บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถทางด้านธุรกิจแต่ละเรื่องที่จะทำการค้นหาความรู้และสารสนเทศ มีความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ ต้นกำเนิดของข้อมูลแต่ละ record และแต่ละ field มีความรู้เกี่ยวกับความหมายของข้อมูลแต่ละชิ้น แต่ละ field นอกเหนือจากความรู้ความสามารถทางด้านการจัดการฐานข้อมูลและการประมวลผลข้อมูล เพื่อที่จะสามารถรวมข้อมูลจากหลายชิ้น หลายฐานข้อมูลเข้ามาอยู่ด้วยกันในคลังข้อมูลเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดในค่าของแต่ละ record และ field ก็ความถูกต้องนั่นแหล่ะ และต้องพยายามรักษาจำนวน records และ field ไว้ให้เยอะที่สุดเพื่อให้การวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติเกิดความหลากหลาย และได้องค์ความรู้ที่น่าเชื่อถือและนำไปใช้งานในเชิงยุทธศาสตร์ของหน่วยงานได้ ก็คือความครบถ้วนของข้อมูล ไม่อย่างนั้นกรณีตัวอย่าง (case) ไม่ครบแน่ ข้อมูลขนาดใหญ่เหล่านี้ส่วนมากจะต้องถูกทำการประมวลผลเบื้องต้นไว้ก่อน ดังนั้นจึงเป็นการยากที่จะทำให้ทันสมัยตลอดเวลา แต่หากมีการวางแผนและจัดการข้อมูลในเบื้องต้นได้อย่างดีมีประสิทธิภาพโดยสอดคล้องกับแนวโน้มการใช้งานทางธุรกิจ การปรับปรุงคลังข้อมูลจะไม่ยากเลย หรือคลังข้อมูลนั้นจะสามารถใช้ในการหาองค์ความรู้ได้หลากหลาย ไม่ใช่จัดทำเพื่อหาองค์ความรู้เพียงองค์ความรู้เดียว ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าองค์ความรู้นั้นจะส่งผลให้เกิดความได้เปรียบทางธุรกิจหรือไม่
       
       การวางแผนสร้างคลังข้อมูลจึงเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าการเลือกซื้อเทคโนโลยีสำหรับจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ ทุกคนคงเคยเรียนและเคยได้ยินว่าเทคโนโลยีจะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา หรืออายุของเทคโนโลยีแต่ละประเภทจะไม่เกิน 5 ปีโดยประมาณ เมื่อครบกำหนดก็จะต้องทิ้ง แต่ข้อมูลมีอายุเท่าไร เมื่อไหร่จะต้องทิ้ง เมื่อไหร่ข้อมูลจะหมดคุณค่า ปัจจุบันก็ยังไม่มีใครตอบได้ รู้แต่ว่าข้อมูลคือทรัพย์สินขององค์กรที่สำคัญ เทคโนโลยีซื้อมาลงใหม่ได้เปลี่ยนใหม่ได้ แต่ข้อมูลคงไม่มีใครทิ้งหรือยกให้คนอื่นแน่นอน การลงทุนในเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวแต่ไม่มีข้อมูลที่มีคุณภาพพอที่จะหาสารสนเทศหรือองค์ความรู้ โดยใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ ก็ไม่มีทางคุ้มทุนที่ลงไปในการซื้อเทคโนโลยีอย่างแน่นอน

 
 

 

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้