ทัศนคติ' ดูถูกคน!!
นำเข้าเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2559 โดย  
อ่าน [1132]  

ตบหน้าครูภาษาอังกฤษ! 'สำเนียง' ไม่เป๊ะ ไม่น่าอายเท่า 'ทัศนคติ' ดูถูกคน!! [ชมคลิป].....

 

ตบหน้าครูภาษาอังกฤษ! 'สำเนียง' ไม่เป๊ะ ไม่น่าอายเท่า 'ทัศนคติ' ดูถูกคน!! [ชมคลิป]

 
ตบหน้าครูภาษาอังกฤษ! 'สำเนียง' ไม่เป๊ะ ไม่น่าอายเท่า 'ทัศนคติ' ดูถูกคน!! [ชมคลิป]
        “ขำ ลูกครึ่งอเมริกัน สำเนียงบ้านมากๆ” เมื่อครูสอนภาษาอังกฤษท่านหนึ่ง จงใจคอมเมนต์เสียดสีสำเนียงภาษาอังกฤษของนางเอกสาวชื่อดัง “ชมพู่-อารยา” แบบเกทับจัดเต็ม ในคลิปให้สัมภาษณ์สื่อต่างชาติ ระหว่างไปร่วมเดินพรมแดงเมืองคานส์
       เหล่าติวเตอร์ภาษาชื่อดังทั้ง “ครูอดัม” และ “ครูลูกกอล์ฟ” จึงพร้อมใจกันออกมาเลกเชอร์ให้คุณครูจอมข่มรายนี้ได้เปิดหูเปิดตาเสียใหม่ คาดว่าคงมีความเข้าใจใน “ภาษาอังกฤษ” น้อยเกินไป ถึงได้แยกไม่ออกระหว่าง “สำเนียง” และ “การออกเสียง” ที่ถูกต้อง ย้ำชัดว่าการสื่อสารผ่านภาษาที่ 2 ของชมพู่ ไม่มีจุดบกพร่องให้ตำหนิได้แม้แต่นิดเดียว!!
       

        
       เป็นห่วงนักเรียนไทย ครูอะไร..ขี้ล้อ-ขี้ข่ม!!
       ขำ ลูกครึ่งอเมริกัน สำเนียงแบบบ้านมากๆ พอดีเป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษค่ะ ไม่ได้ว่าไม่ดีหรือพูดไม่รู้เรื่องค่ะ แต่ความเป็นอเมริกันของชม สำเนียงน่าจะดีกว่านี้ค่ะ ขำได้ค่ะ เพราะดิฉันเองพูด 3 ภาษา และพ่อแม่คนไทย และเรียนโรงเรียนในไทย แต่ความใฝ่รู้จึงได้มาค่ะ จะขำก็เชิญค่ะ เพราะฉันไม่แคร์ เราไม่รู้จักกัน และคงไม่ได้อยู่ในสังคมเดียวกันในชาตินี้ค่ะ สวัสดี”
        
       

       
[คลิปชมพู่ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ]

       

       
        ไม่น่าเชื่อว่า คำคอมเมนต์เสียดสีแรงๆ แบบนี้ จะออกมาจากคนที่บอกว่าเป็น “ครู” แถมยังแสดงทัศนคติลบๆ ผ่านภาษาไทยที่สะกดแบบผิดๆ ถูกๆ อีกต่างหาก ส่วน “ลูกครึ่งอเมริกัน” ที่ครูคนนี้หมายถึงก็คือ “ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต” ซึ่งแท้จริงแล้วเป็น “ลูกครึ่งอังกฤษ” ต่างหาก 
        
        และประเด็นสำคัญที่ควรจะเปิดใจรับรู้ความจริงอีกข้อเพิ่มเติมก็คือ นางเอกสาวความสวยระดับอินเตอร์คนนี้ ไม่เคยเรียนโรงเรียนนานาชาติ ไม่เคยเดินทางไปเรียนต่างประเทศ และแทบไม่ค่อยได้พูดคุยเพื่อฝึกภาษากับคุณพ่อชาวอังกฤษเลย แต่ที่เห็นสื่อสารภาษาที่ 2 ได้อย่างน้ำไหลไฟดับกับสื่อต่างชาติ ในงานพรมแดงเมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส อย่างที่เห็นในคลิปทั้งหมดนั้น มาจากความพยายามและการฝึกฝนของเธอเองล้วนๆ
        
       

       
        ดังนั้น การตัดสินว่าลูกครึ่งทุกคนจำเป็นต้องมี “สำเนียง” แบบเจ้าของภาษา จึงเป็นการแสดงทัศนคติที่คับแคบมากๆ สำหรับคนที่มีตำแหน่ง “ครูสอนภาษาอังกฤษ” แบกเอาไว้ ส่วนประเด็นที่สำคัญที่ว่า สำเนียงภาษาอังกฤษของชมพู่น่าเย้ยหยันหรือไม่นั้น “อ.อดัม แบรดชอว์” ครูฝรั่งชื่อดัง ที่พูดได้ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทยได้อย่างถูกต้องและชัดถ้อยชัดคำ ได้ให้คำตอบเอาไว้เรียบร้อยแล้วผ่านการแสดงความคิดเห็นบนแฟนเพจ "อาจารย์ อดัม" จนทำให้เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมา
        
       

       
[อาจารย์อดัม ถึงกับงง เกิดอะไรขึ้นกับทัศนคติของครูสอนภาษาอังกฤษรายนี้]

       
        “เมื่อเร็วๆ นี้ ชมพู่-อารยา ให้สัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ ผมก็ได้เข้าไปดูและรู้สึกว่าชมพู่พูดคล่องและชัดมาก ไม่มีอะไรผิดปกติ แต่เหมือนเดิม ต้องมีคนขี้อิจฉาไปคอมเมนต์ว่า สำเนียงไม่ดีอย่างนี้อย่างนั้น ยิ่งร้ายไปกว่านั้นคือ คนคอมเมนต์บอกว่าตัวเองเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ ผมก็งงมากเลย
       
        ครูสมควรที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้เรียน ไม่ใช่ยกตนข่มท่านและดูถูกคนอื่นนะครับ ถ้าครูดูถูกคนอื่นแบบนี้ต่อไป คนไทยก็จะกลัวการพูดภาษาอังกฤษต่อไปครับ อย่างที่เคยบอกหลายครั้งมาแล้ว คนไทยส่วนใหญ่กลัวพูดภาษาอังกฤษ ไม่ใช่เพราะกลัวฝรั่ง แต่กลัวโดนคนไทยด้วยกันล้อเลียนมากกว่าครับ
       

       
[อ.อดัม ย้ำชัด เอาไว้ในคอมเมนต์ว่า สำเนียงของชมพู่ไม่มีที่ติ]

       
        “การพูดภาษาอังกฤษสำเนียงไทย ไม่ได้เป็นอุปสรรคอะไรเลยกับครูต่างชาติ หรือเพื่อนต่างชาติ เพราะสื่อสารเข้าใจกันดี แต่จะมีคนไทยบางคนชอบดูถูกสำเนียงคนไทยด้วยกันเองค่ะ ทำให้คนไทยส่วนใหญ่ ไม่กล้าพูดภาษาอังกฤษ เพราะกังวลเรื่องสำเนียง” วินนี่ เจ้าของธุรกิจวัย 29 ปี บอกเล่าผ่านประสบการณ์ของเธอ ในฐานะนักเรียนไทยที่ไปเทกคอร์สเรียนภาษาในนิวซีแลนด์ ช่วยย้ำภาพให้เห็นได้ชัดยิ่งขึ้นไปอีกว่า มีแต่คนไทยนี่แหละที่เสียดสีเรื่องสำเนียงกันและกันเอง
       
       คนไทยบางคนก็บอกว่า สำเนียงคุณดูแย่จัง หรือสำเนียงแบบนี้มันไม่ใช่นะ มันต้องแบบนั้นแบบนี้ ซึ่งบางทีก็ไม่จำเป็นขนาดนั้น อยากพูดภาษาอังกฤษได้ ต้องกล้าพูด กล้าใช้ กล้าคุย ถ้าไม่ได้ใช้ เรียนไปก็เท่านั้นค่ะ”
       
        “ส่วนตัวแล้ว เราชอบพูดกับครูต่างชาติมากกว่า” นี่คืออีกหนึ่งมุมมองจาก นิว นักเรียนผู้ลงเรียนกับสถาบันภาษาชื่อดังในไทย ก่อนให้เหตุผลเสริมว่า “เรียนกับครูต่างชาติ ส่วนใหญ่ถ้าพูดผิด ครูก็จะแก้ให้ ไม่ทำให้เสียความมั่นใจ แต่ถ้ากับครูคนไทยบางคน โดยเฉพาะคนเก่งๆ เราเคยมีประสบการณ์ไม่ดีมาก่อน เขาจะชอบติ ชอบขำในเชิงดูถูกสำเนียงเรา ซึ่งมันทำให้เราขาดความมั่นใจ และไม่กล้าที่จะใช้ภาษาอังกฤษ"
       

        
       
       ติวเตอร์บอกเลย! “สำเนียงเป๊ะ” ไม่สำคัญเท่า “ออกเสียงถูกต้อง”
       

       
[ครูลูกกอล์ฟ แนะให้คนเรียนโฟกัสการพูดภาษาอังกฤษให้ถูกจุด]

        “อย่างแรกเลยที่สำคัญมากๆ ในการเรียนภาษาต่างชาติก็คือ เราต้องทำให้คนในประเทศนี้แยกให้ออกก่อนว่า คำว่า 'pronunciation (การออกเสียง)' กับคำว่า 'accent (สำเนียง)' มันต่างกัน”
       
        ครูลูกกอล์ฟ-คณาธิป สุนทรรักษ์ ติวเตอร์ภาษาอังกฤษประจำสถาบัน Angkriz และพิธีกรชื่อดัง ช่วยแนะให้คนไทยหันกลับมาโฟกัสให้ถูกจุด โดยเฉพาะกรณีดรามาเรื่อง “สำเนียง” ในครั้งนี้ ที่สะท้อนให้เห็นว่าแม้แต่คนที่อ้างตัวว่าเป็น “ครู” ยังไม่เข้าใจธรรมชาติของภาษาที่แท้จริงเลย
       
       สิ่งที่จำเป็นต้องโฟกัสในการพูดภาษาอังกฤษก็คือ 'pronunciation' ค่ะ เช่น คำว่า 'table' ครูก็ควรจะต้องสอนให้ออกเสียงว่า 'เท้-เบิ่ล' คือเน้นเสียงหนักไปที่คำแรก หรือคำว่า 'fighting' ฝรั่งเขาจะไม่ออกเสียงว่า 'ไฟ-ติ้ง' แต่จะออกเสียงว่า 'ไฟ้-ถิ่ง' นี่แหละคือการสอนเรื่อง 'การออกเสียง' ค่ะ
       
        ส่วนเรื่อง 'accent' เราต้องเปิดกว้างค่ะ อย่างคนอังกฤษเอง เขาก็จะมีสำเนียงที่หลากหลายเต็มประเทศเลย แม้แต่คนลอนดอนก็พูดสำเนียงไม่เหมือนคนที่อยู่แมนเชสเตอร์หรือลิเวอร์พูลเลย หรือง่ายๆ ถ้าเทียบกับการออกเสียงภาษาไทยก็คือ คำว่า 'โรงเรียน' เราจำเป็นต้องถูกสอนให้หันลิ้นให้ถูกต้อง ส่วนถ้าใครจะติดสำเนียงทองแดง ติด accent แบบไหนมา มันก็เป็นอีกเรื่องนึง เพราะฉะนั้น การเรียนภาษา ถ้าแค่แยกคำว่า 'pronunciation' กับ 'accent' ออกก็จบแล้ว
       
        ปัญหาใหญ่คือ คนไทยเรามีปัญหาเรื่องทัศนคติที่มีต่อภาษาต่างชาติ คือเรากำลังเรียนภาษาต่างชาติ แต่ดันขาดความเข้าใจ กลายเป็นว่าถ้าใครพูดภาษาอังกฤษสำเนียงถูกต้อง จะถูกด่าว่า 'แรด' หรือ 'กระแดะ' หรือใครพูดภาษาอังกฤษสำเนียงไทยมากๆ หรือแกรมมาผิด ก็จะโดนด่าว่า 'โง่' ไม่เก่งแล้วยังจะอยากพูดอีก แต่เรื่องพวกนี้จะหมดไป ถ้าทุกคนในสังคมช่วยกัน และโฟกัสให้ถูกจุดว่า เรามาเรียนภาษาทำไม เราเรียนภาษาเพื่อไปสื่อสาร ก็ให้มองว่านี่คือ 'ภาษาที่ 2' ของเรา
       

       
[คลิปเก่า ที่เคยสัมภาษณ์กับสื่อฝรั่งเศสเอาไว้ ตั้งแต่ปี 2013]

       
        สิ่งที่เราจะบอกเด็กเสมอก็คือ วิธีเรียนให้ง่ายก็คือให้โฟกัสไปที่เรื่อง 'การสื่อสาร' เป็นหลัก คือเมื่อไหร่ก็ตามที่เราอ้าปากสื่อสารออกไป แล้วสามารถส่งสารนั้นไปได้ หมายความว่าการสื่อสารนั้นสมบูรณ์ คือถ้าเรากลับมามองเรื่องการสื่อสารเป็นหัวใจสำคัญ เวลาพูด 'ภาษาไทย' กัน จะเห็นว่าเราจะไม่ล้อกันเวลาเจอคนพูดสำเนียงต่างกัน มีทั้งสำเนียงใต้, อีสาน, เหนือ ฯลฯ บางคนเหน่อ เวลาได้ยินคนพูดสำเนียงแปร่งๆ ก็ไม่มีใครไปชี้หน้าด่าเขาว่า อุ๊ยตาย! สำเนียงเธอตลกจังเลย
       
        พอเห็นครูคนนั้นคอมเมนต์สำเนียงพี่ชมมาแบบนี้ เราก็หงุดหงิดมากนะ อ้างว่าเป็นครูแต่ไม่มีความเข้าใจเรื่องแบบนี้ มันคืออะไรกัน ถามหน่อยว่า 'อะไรคือสำเนียงที่เพอร์เฟกต์?' ง่ายๆ เลย ลองให้คนไทย 100 คนมาพูดภาษาไทยแล้วจับผิดกัน ก็จะเจอข้อบกพร่องเต็มไปหมดแหละ บางคนหันลิ้นไม่ได้ ออกเสียง ร.เรือ, ส.เสือ ไม่ชัดก็มี
       
        ดังนั้น ต้องให้ครูทุกคนเข้าใจว่า เวลาจะสอนภาษาให้นักเรียน ต้องเปิดใจแล้วก็ทำความเข้าใจเรื่องของภาษาว่า มันไม่มีคำว่า perfection คือบางคนอาจจะบอกว่าภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง ต้องเป็นแบบนักข่าวจาก BBC แต่ถ้าเป็นคนอเมริกัน เขาก็จะอ้าง CNN และนักข่าวในฝั่งเอเชียก็จะมีสำเนียงของตัวเองเหมือนกัน
       
        ประเด็นการล้อสำเนียงในบ้านเรา มันเกิดขึ้นบ่อยครั้งอยู่เหมือนกัน หรือแม้แต่เราที่เป็นติวเตอร์แล้วทำคลิปออกมา ยังเคยถูกวิจารณ์เลยค่ะ มีเด็กมาล้อสำเนียงเรา ว่าเราพูดด้วยสำเนียงไท้ไทย แต่สุดท้ายก็คุยกันจนเข้าใจ เราก็อธิบายให้เขารับรู้ว่า เราเลือกที่จะพูดภาษาอังกฤษด้วยความเป็นไทยเล็กๆ แบบนี้ เพราะเราไม่ใช่คนอังกฤษ และเราก็ภูมิใจกับการมีสำเนียงไทยเล็กๆ อยู่ในรากของตัวเองด้วย ในที่สุด เด็กก็มาขอโทษเราที่เขาเข้าใจผิด และเรื่องมันก็จบไป
       

       
[แม้แต่ครูลูกกอล์ฟก็เคยโดนแขวะ เรื่องพูดภาษาอังกฤษสำเนียงไทยจากคลิปนี้ จนกลายเป็นประเด็นให้ต้องอธิบาย]

       
        สิ่งที่ควรจะต้องทำความเข้าใจในเรื่องการเรียนภาษาก็คือ ไม่ต้องไปสนใจเรื่องสำเนียง แต่ให้สนใจเรื่องการออกเสียงเป็นหลัก ให้สนใจเรื่องการเน้นน้ำหนักในแต่ละคำให้ถูกต้อง ให้เหมือนหรือคล้ายเจ้าของภาษาให้มากที่สุด เพื่อความง่ายในการสื่อสารก็พอ เพราะสุดท้าย เวลาแต่ละชาติสื่อสารภาษาอังกฤษ เขาก็จะมีสำเนียงของตัวเองอยู่ดี ง่ายๆ เลย ลองไปฟังสัมมนาของ UN ก็ได้ค่ะ จะเห็นเลยว่าแต่ละชาติเขาพูดภาษาอังกฤษเป็นยังไง จะได้เข้าใจว่าไม่มีใครในวงสนทนานั้น มานั่งโฟกัสว่า เฮ้ย! สำเนียงเอ็งตลกว่ะ เขาพูดคุยกันเพื่อไปเอาเนื้อความ เอาการสื่อสารที่สำคัญออกมา
       

       
[มีเด็กมาแขวะสำเนียงภาษาอังกฤษของครูลูกกอล์ฟ]

       

       
[ครูลูกกอล์ฟอธิบายให้ฟังด้วยเหตุผล และแนะให้โฟกัสให้ถูกจุด "พูดภาษาอังกฤษสำเนียงไทย" ไม่ผิดอะไร มันคือทางเลือก]

       
        อยากบอกว่าจริงๆ แล้ว ฝรั่งเขาเปิดกว้างกว่าเราเยอะนะเรื่องสำเนียง เพราะเขารู้ว่ามันมีสำเนียงมากมายบนโลกใบนี้ เราไปเรียนที่อังกฤษมา เรารู้เลยว่าคนที่นั่นเขาจะไม่มานั่งแคร์กับเรื่องการเปลี่ยนสำเนียงของตัวเองเลย คือถ้าใครมาจากเหนือก็จะพูดสำเนียงเหนือมาเลย เรียกว่าเขาก้าวข้ามเรื่องพวกนี้ไปหมดแล้ว และเท่าที่เคยเจอเพื่อนชาวฝรั่งที่เป็นเจ้าของภาษา เราไม่เคยเจอใครที่มานั่งวิจารณ์เรื่องแบบนี้เลย ส่วนใหญ่จะพยายามทำความเข้าใจเรามากกว่า
       
        เขาเข้าใจค่ะว่า ถ้าเป็นคนเอเชียที่เกิดที่อังกฤษ นั่นคือคนอังกฤษ จะได้สำเนียงเจ้าของภาษา แต่ถ้าเราเป็นคนเอเชียที่โตที่ประเทศอื่น แล้วเรียนภาษาอังกฤษเพิ่ม อันนี้ต่างชาติเขาเข้าใจค่ะว่า เราเรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ 2 นะ เขารู้ว่าเราพยายามอย่างหนัก และเราได้ 2 ภาษา ในขณะที่เขาได้ภาษาเดียว เขายิ่งชื่นชมเรานะ ปัญหามันคือตัวเราเองนี่แหละ
       
        ก็อยากจะฝากถึงคนที่วิจารณ์ด้วยว่า จริงๆ แล้ว เราสามารถ 'ติเพื่อก่อ' ได้ ติในเชิงสร้างสรรค์ แนะนำเพื่อให้คนอื่นๆ ดีขึ้นได้ แต่คนบางคนก็ไม่ได้ติเพื่อก่อ แต่ติเพราะอยากติ ติเพราะอยากจะโชว์เหนือ ติเพราะว่าอยากจะกดคนอื่น ตรงนี้ไม่มีประโยชน์ และถ้าอยากให้ประเทศไทยก้าวข้ามจุดนี้ไปให้ได้ ก็เลิกได้แล้ว ทุกคนต้องช่วยกันเปลี่ยนแปลงทัศนคติตรงนี้
       
        จริงๆ แล้ว คนไทยเราคือชาติที่ได้เปรียบที่สุดในการเรียนภาษาแล้วนะ เพราะทักษะในการเรียนภาษาทุกภาษาคือ ฟัง-พูด-อ่าน-เขียน การฟังสำคัญที่สุด คือรากฐานเลย และคนไทยของเราเป็นชาติที่หูดีมาก เพราะระบบวรรณยุกต์ของเราละเอียดมาก ดังนั้น ให้แก้เรื่องทัศนคติ แล้วเราจะไปไกลมากในเรื่องของภาษา
       
       

       
[สิงโต นำโชค อีกหนึ่งตัวอย่างคนพูดภาษาอังกฤษสำเนียงไทย แต่ฝรั่งเข้าใจได้ชัดเจน ตัวอย่างคนที่ฝึกภาษาอังกฤษเอง หลังเลิกเรียนตั้งแต่ ป.6]

       
       ข่าวโดย ผู้จัดการ Live
       ขอบคุณภาพและข้อมูล: แฟนเพจ “อาจารย์ อดัม”, "Angkriz" และ “LG and Friends
       
       

 

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้