ที่เหลือหมดสิทธิ์
นำเข้าเมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2559 โดย  
อ่าน [666]  

ชี้ป่าเมืองน่านเหี้ยนแล้วกว่า 1.6 ล้านไร่! แถมฟื้นฟูได้แค่ 7.2 แสนไร่ ที่เหลือหมดสิทธิ์ .....

 
ชี้ป่าเมืองน่านเหี้ยนแล้วกว่า 1.6 ล้านไร่! แถมฟื้นฟูได้แค่ 7.2 แสนไร่ ที่เหลือหมดสิทธิ์
        น่าน - อธิบดีกรมป่าไม้เผยป่าเมืองน่านเสียหายรวมทั้งหมดกว่า 1.68 ล้านไร่ แถมมีพื้นที่ที่ฟื้นฟูได้แค่ 7.2 แสนไร่ อีกกว่า 9 แสนไร่สิ้นสภาพป่าอย่างถาวร หมดสิทธิ์กู้คืน
       
       นายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยว่า พื้นที่ป่าไม้ในจังหวัดน่านมีทั้งหมด 6 ล้านไร่ ปัจจุบันถูกทำลายไปแล้วร้อยละ 28 หรือประมาณ 1,680,000 ไร่ ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 72 ก็เป็นพื้นที่ไม่ติดต่อกันเป็นผืนใหญ่ ขาดความสมบูรณ์ของผืนป่า ไม่สามารถป้องกันภัยแล้ง อุทกภัย และดินโคลนถล่มได้
       
       นอกจากนี้ยังพบด้วยว่าพื้นที่ป่าที่ถูกทำลายไปนั้นเป็นพื้นที่ที่สามารถฟื้นฟูได้เพียง 720,000 ไร่ ส่วนที่เหลืออีก 960,00 ไร่ไม่สามารถฟื้นฟูได้ เนื่องจากหมดสภาพป่าอย่างถาวรไปแล้ว มีการก่อสร้างทั้งที่อยู่อาศัย และสาธารณูปโภค
       
       อย่างไรก็ตาม ในเดือนมิถุนายน 2559 นี้กรมป่าไม้จะเริ่มปลูกป่าในพื้นที่ใน อ.สันติสุข ที่เปิดยุทธการทวงคืนป่าต้นน้ำมาได้แล้วมากกว่า 7,000 ไร่ โดยพื้นที่ส่วนหนึ่งได้เข้าเจรจาทำความเข้าใจกับประชาชนจนยอมคืนมาให้ แต่ส่วนมากเป็นที่ที่ยึดคืนจากนายทุน
       
       ด้านนายสุวัฒน์ พรมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า ขณะนี้มีหลายหน่วยงาน หลายภาคส่วนติดต่อเข้ามาร่วมสนับสนุนการปลูกป่ากับทางจังหวัดฯ ซึ่งตนยินดีที่จะต้อนรับทุกหน่วยงาน แต่อยากให้ทำความเข้าใจเรื่องการปลูกป่าที่จะให้เกิดผลสำเร็จจริงๆ ต้องทำในระยะยาว ไม่ใช่เป็นกระแส แบบมาปลูกต้นไม้แล้วก็จากไป 

 
ชี้ป่าเมืองน่านเหี้ยนแล้วกว่า 1.6 ล้านไร่! แถมฟื้นฟูได้แค่ 7.2 แสนไร่ ที่เหลือหมดสิทธิ์
        โดยพื้นที่ป่า 1.6 ล้านไร่ที่ถูกบุกรุกไปนั้นยังต้องยึดถือตามคำสั่ง คสช.ที่ 64 และ 66 เพื่อปราบปราบและหยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ที่เป็นการบูรณาการร่วมกันกับหลายหน่วยงาน แต่ต้องแยกแยะพื้นที่ที่ประชาชนทำกินก่อนออก พ.ร.บ.ป่าไม้ ซึ่งขณะที่กำลังเดินหน้าพิสูจน์อย่างต่อเนื่อง และจะต้องไม่มีพื้นที่ถูกบุกรุกเพิ่มขึ้นไปจากนี้อีก
       
       ส่วนแนวทางฟื้นฟูป่าต้นน้ำนั้น ทางจังหวัดจะรวบรวมแนวทางการดูแล บริหารจัดการป่าต้นน้ำและการใช้ประโยชน์ที่ดินของชุมชนต่างๆ ที่ประสบความสำเร็จในการดูแลพื้นที่ป่า เพื่อจัดทำเป็นแผนจังหวัด ภายใต้หลักการให้ชุมชนเป็นผู้บริหารจัดการป่า โดยรัฐเป็นผู้สนับสนุน
       
       ซึ่งแนวทางหลักๆ คงต้องปรับเปลี่ยนการเกษตรจากการปลูกข้าวโพดไปเป็นการปลูกแบบผสมผสาน คือ ปลูกไม้ใหญ่ ประเภทไม้ป่า ไม้ผล ปลูกพืชผัก-ไม้พื้นล่างต่างๆ และให้ชาวบ้านสามารถเก็บหาผลผลิตได้โดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อให้สามารถยังชีพได้ ในขณะที่ภาครัฐจะต้องเป็นฝ่ายสนับสนุนด้านองค์ความรู้ ด้านการจัดการไฟป่า การจัดการแหล่งน้ำ และจัดการเรื่องการตลาดให้แก่ชาวบ้าน
       
       “เชื่อว่ากระบวนการทั้งหมดนี้จะสามารถแก้ปัญหาป่าไม้ และช่วยฟื้นฟูผืนป่าเมืองน่านได้อย่างยั่งยืนต่อไป” 

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้