ATM.....?เป็นชิปการ์ด
นำเข้าเมื่อวันที่ 10 พ.ค. 2559 โดย  
อ่าน [663]  

.....

 

หลายปีที่ผ่านมามีแก๊งมิจฉาชีพต่างชาติเข้ามาขโมยทั้งข้อมูลจากบัตรเอทีเอ็มและเงินจากตู้เอทีเอ็มที่เรียกว่า สกิมเมอร์ สร้างความเสียหายให้กับประชาชนเจ้าของบัตร ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีนโยบายให้ธนาคารพาณิชย์ปรับเทคโนโลยีบัตรเอทีเอ็มเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ด้วยการปรับเปลี่ยนบัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิตมา เป็นชิปการ์ดตามมาตรฐานชิปการ์ดไทย ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2559 นี้

                     นางทองอุไร ลิ้มปิติ รองผู้ว่าการ สายเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธปท. เปิดเผยว่า บัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิตที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งในประเทศจะเปลี่ยนจากระบบแถบแม่เหล็ก เป็นชิปการ์ด สำหรับบัตรเดิมที่ลูกค้าถืออยู่ในปัจจุบันที่มีอยู่ทั้งสิ้น 60 ล้านใบ ยืนยันว่ายังใช้ได้ต่อ โดยธนาคารพาณิชย์จะทยอยเปลี่ยนบัตรตามมาตรฐานชิปการ์ดของไทยภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2562

                แนวทางการเปลี่ยนบัตรรูปแบบดังกล่าวเริ่มมาตั้งแต่ปี 2556 โดยคณะกรรมการระบบการชำระเงิน หรือ กรช. กำหนดนโยบายให้ธนาคารพาณิชย์เปลี่ยนบัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิตของไทยจากแถบแม่เหล็ก เป็นชิปการ์ด ซึ่งกรช.ถือเป็นมาตรการที่สำคัญที่จะช่วยให้ผู้ถือบัตรมีความปลอดภัยเพิ่มขึ้นช่วยแก้ปัญหาการปลอมแปลงบัตรในประเทศ ที่เกิดจากช่องโหว่ของบัตรแถบแม่เหล็กที่อาจถูกโจรกรรมข้อมูล เพื่อนำไปทำบัตรปลอมและใช้ถอนเงิน และช่วยสร้างความเชื่อมั่นในการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านเครื่องเอทีเอ็มด้วย

                ขณะเดียวกันการชำระสินค้าและบริการที่ร้านค้าผ่านเครื่องรับบัตร แทนการใช้เงินสด ซึ่งนโยบายดังกล่าวของกรช.มีความสอดคล้องกับหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศในภูมิภาคอาเซียน เช่น มาเลเซีย ที่มีการปรับเปลี่ยนบัตรให้เป็นระบบชิปการ์ดเพื่อยกระดับความปลอดภัย

                ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ผู้เกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วนเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้การปรับเปลี่ยนบัตรได้สำเร็จโดยเฉพาะสมาคมธนาคารไทย ซึ่งได้กำหนดมาตรฐานชิปการ์ดของไทย เพื่อใช้กับบัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิตที่ออกในประเทศ เพื่อให้ลูกค้าธนาคารต่างๆ สามารถใช้งานเครื่องเอทีเอ็มระหว่างกันได้ นอกจากนี้ ภาคธนาคารยังร่วมปรับเปลี่ยนระบบงาน และพัฒนาเครื่องเอทีเอ็มและเครื่องรับบัตรให้พร้อมรองรับการใช้งานบัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิตแบบชิปการ์ดด้วย

อย่างไรก็ตาม การนำมาตรฐานชิปการ์ดมาใช้ในประเทศไทยครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาต่อยอดบริการชำระเงินโดยช่วยส่งเสริมการใช้ e-payment ให้มีความแพร่หลายมากยิ่งขึ้น และสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ National e-Payment ของรัฐบาล ที่ต้องการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ cashless society ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาด้านการชำระเงินของประเทศ

                ด้านนายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย และในฐานะประธานสมาคมธนาคารไทยกล่าวว่า ระบบชิปการ์ดจะสามารถป้องกันการลอกข้อมูลของเจ้าของบัตรได้ สำหรับระบบชิปการ์ดซึ่งจะเริ่มใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 16พฤษภาคมนี้และลูกค้าที่มาสมัครบัตรเดบิตและเอทีเอ็มหลังจากวันดังกล่าว จะเป็นบัตรชิปการ์ดทั้งหมด และสามารถกดเงินผ่านตู้เอทีเอ็มทั่วประเทศอย่างน้อย 80% ที่เหลือจะยังคงใช้บัตรแถบแม่เหล็กได้ เพื่อความสะดวกก่อนจะเปลี่ยนเป็นบัตร
ชิปการ์ดทั้งหมด

                หลังจากการปรับเปลี่ยนบัตรจากระบบแถบแม่เหล็กเป็นระบบชิปการ์ดแล้ว ในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ ถึงช่วงต้นปี 2560 จะเริ่มพัฒนาไปสู่การใช้ระบบ ชิปแอนด์พิน สำหรับการนำบัตรเดบิตไปใช้ในการชำระค่าสินค้า และบริการตามร้านค้าจากปัจจุบันใช้ลายเซ็นสลักหลังบัตร สำหรับการกดพินจะสามารถแสดงตัวตนของผู้ใช้บัตร และมีความปลอดภัยสำหรับเจ้าของบัตรเพิ่มขึ้น หากเกิดกรณีบัตรเดบิตถูกขโมยไปซื้อสินค้าและบริการ

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้