อย่ารอให้มีอาการ
นำเข้าเมื่อวันที่ 7 มี.ค. 2559 โดย  
อ่าน [821]  

มะเร็งตับ........

 

มะเร็งตับ...อย่ารอให้มีอาการ

© สนับสนุนโดย Kom Chad Luek มะเร็งตับ...อย่ารอให้มีอาการ

  

เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจในโซเชียลเน็ตเวิร์กเมื่อปลายปีที่ผ่านมา เมื่อนักข่าวหนุ่มวัยเพียง 30 ปีมาทราบว่าตัวเองป่วยเป็นมะเร็งตับมากแล้ว ทั้งที่พึ่งเริ่มมีอาการไม่นาน ทำเอาผู้คนที่ทราบข่าวพากันให้กำลังใจกันอย่างล้นหลาม นอกจากเรื่องการรักษาที่ผู้คนพยายามแนะนำและให้กำลังใจกันมากมายแล้ว ยังมีอีกหลายแง่มุมที่จะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่าน

                ในการดูแลตนเองให้ห่างไกลจากโรคนี้ ประเด็นแรก หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมอายุก็ยังไม่มาก เป็นมะเร็งตับได้ยังไง สาเหตุหลักในผู้ป่วยมะเร็งเซลล์ตับที่อายุน้อยแบบในรายนี้ ส่วนใหญ่เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง

                โดยอาจได้รับเชื้อมาตั้งแต่เกิดจากมารดาที่เป็นโรคนี้อยู่เดิม หรือได้รับเชื้อนี้ภายหลังจากการติดทางเลือดหรือทางเพศสัมพันธ์ มีทั้งแบบที่เป็นพาหะไม่มีอาการอะไรกับแบบแอ็กทีฟที่มีอาการอ่อนเพลียจากการที่เซลล์ตับถูกทำลายมากกว่า ถ้าเป็นชนิดที่เซลล์ตับถูกทำลายมาก ก็มีโอกาสที่จะเกิดพังผืดในเนื้อตับกลายเป็นตับแข็งหรือเป็นมะเร็งตับได้เร็วมากขึ้น

                  ยิ่งถ้าได้รับสารก่อมะเร็งตับที่มีอยู่มากมายในบ้านเรา เช่น สารอะฟลาทอกซิน สารพัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็ยิ่งเร่งให้เป็นมะเร็งเซลล์ตับชนิดนี้ได้เร็วขึ้นไปอีก เพราะฉะนั้นใครที่ร้อยวันพันปียังไม่เคยตรวจเลือดว่าติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบีและชนิดซีหรือไม่ มีภูมิต้านทานไวรัสที่ว่านี้แล้วหรือยัง โดยเฉพาะคนที่มีพ่อแม่

                ญาติพี่น้องป่วยเป็นมะเร็งตับมาก่อน มีโอกาสเป็นพาหะของโรคนี้และมีโอกาสเป็นมะเร็งเซลล์ตับมากกว่าคนทั่วไป ก็มาเจาะเลือดตรวจให้เป็นเรื่องเป็นราวเสียทีตั้งแต่ต้นปีแบบนี้ ประเด็นที่ 2 คือเป็นมากขนาดที่ผ่าตัดไม่ได้แล้วแบบนี้ ทำไมไม่มีอาการแสดงหรือเตือนให้ทราบล่วงหน้ากันบ้างเลยหรือ จริงๆ แล้วก็อาจมีอาการทั่วไปทางช่องท้องนำมาก่อน เช่น แน่นท้อง ท้องอืด แต่ผู้ป่วยอาจไม่สนใจ

                 แต่อาการเฉพาะของมะเร็งเซลล์ตับคือ เบื่ออาหาร น้ำหนักตัวลดลงมาก ส่วนใหญ่จะแสดงอาการออกมาก็ตอนที่มะเร็งลุกลามไปเกินกว่าครึ่งของเนื้อตับทั้งหมดไปเรียบร้อยแล้ว เป็นเพราะตับเป็นอวัยวะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในร่างกาย มีพลังงานสำรองมาก พอเป็นก้อนมะเร็งขนาดเล็กๆ จึงแทบไม่แสดงอาการอะไร เพราะยังมีเนื้อตับปกติทำงานได้อยู่อีกมาก เพราะฉะนั้นไม่มีทางหามะเร็งตับในระยะที่เป็นน้อยๆ ได้เลย

                 ถ้าไม่มาตรวจค้นหามะเร็งตั้งแต่ที่ยังไม่แสดงอาการ ประเด็นสุดท้าย พอเป็นมากแบบนี้ แนวทางการรักษามาตรฐานที่ยังพอมีหวังก็คือ การใส่สายสวนเข้าหลอดเลือดแดงบริเวณขาหนีบ ย้อนขึ้นไปในหลอดเลือดแดงของตับ เพื่อไปฉีดยาเคมีบำบัดเฉพาะที่ตับแล้วตามด้วยการอุดหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงก้อนมะเร็ง

                ซึ่งถ้าได้ผลก็ต้องทำแบบนี้เป็นระยะๆ ให้ก้อนมะเร็งยุบลง เพื่อยืดชีวิตให้นานที่สุด เพราะฉะนั้น มะเร็งตับไม่ต้องรอให้มีอาการ ตรวจก่อน เจอก่อน ผ่าก่อน หายขาดก่อนนะครับ...ขอบอก

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้