เปิดโปง! .........
นำเข้าเมื่อวันที่ 2 มี.ค. 2559 โดย  
อ่าน [1503]  

เปิดโปง! ผู้ให้กำเนิดยาบ้ารายแรกของโลก .....

 
 


 
โด่งดังทั่วโลก!!  รู้แล้วอึ้งเลย  คนนี่นี้เอง ผู้ให้กำเนิดยาบ้ารายแรกของโลก  ที่แท้คนไทยคนนี้ (มีคลิป)
รู้ดีกันอยู่แล้วว่ายาเสพติดมีโทษร้ายแรงมาก ทั้งผู้ค้า และผู้เสพ  ที่ผ่านมามีข่าวอยู่ตลอดว่า มีผู้เสพยา เกิดอาการคุ้มคลั่งทำร้ายร่างกายตัวเอง และคนรอบข้าง คุณเคยรู้กันบ้างรึป่าวว ว่าแท้จริงเเล้วต้นกำเนิดยาบ้าผู้ให้กำเนิดยาบ้ารายเเรก คือ ผู้หญิงชื่อ"กัลยาณี อร่ามเวชอนันต์" เป็นผู้บุกเบิกยาบ้า รายแรกจองโลก จุดกำเนิดที่แท้จริงแล้ว เกิดจากผู้หญิงไทยคนหนึ่ง ที่ส่งลูกไปเรียนวิชาเคมีที่ประเทศใต้หวัน เพื่อกลับมาผลิตยาม้าเป็นรายแรกของเมืองไทย ปัจจุบันผู้หญิงคนนี้ยังคงติดคุกอยู่เรือนจำลาดยาว เธอจึงเป็นประวัติศาสตร์แห่งวงการยาบ้า ครั้งหนึ่งใช้ชื่อว่ายาม้า

ทางสามีและลูกชาย2 คน  เช่าบ้านย่าน อ.บางกรวย จ. นนทบุรีเพื่อไว้ผลิตยาม้า ต่อมาเธอถูกจับใน เดือนพฤศจิกายน 2530 ไม่กี่วันยาม้าประกาศเป็นยาต้องห้ามแต่ก่อนนั้นยาม้าสามารถนำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อใช้กับม้าแข่งได้ ถึงแม้กัลยาณีและครอบครัวจะถูกคุมขัง ยาม้าก็ไม้เลิกผลิต มีคนงานที่ช่วยผลิตได้เรียนรู้สูตรจากลูกชายสองคนของเธอและขายต่อธุรกิจ บางคนก็แยกย้ายไปทำเองจนสูตรยาบ้าที่กัลยาณีใช้ยี่ห้อเปาปุ้นจิ้น ได้ขยายเป็นยี่ห้อต่างๆ มากมาย จากแหล่งผลิตที่เคยอยู่ใน กทม . ก็กระจายออกสู่ภูมิภาคกระทั่งประมาณกลางปี 2538 คนงานของกัลยาณีบางคนที่แยกมาผลิต ได้ขยายพื้นที่เข้าสู่ชายแดนประเทศพม่าโดยจ่ายค่าคุ้มครองให้ชนกลุ่มน้อยและทหารพม่าบางกลุ่ม

โรงงานของคนไทยได้เติบโตขึ้นในพม่าจนในที่สุดคนกลุ่มน้อยที่แตกตัวมาจากขุนส่า และกลุ่มว้าแดง เริ่มสนใจธุรกิจผลิตยาม้าจึงทั้งขอและบังคับให้เจ้าของบอกสูตรให้

การผลิตและการตลาดของชนกลุ่มน้อยโดยใช้ประสบการณ์จากการค้าเฮโรอีน ทำให้ยาบ้าแพร่ระบาดในประเทศไทยอย่างรวดเร็ว  เมื่อ  19 กรกฎาคม 2539 เปลี่ยนชื่อจาก "ยาม้า" เป็น "ยาบ้า “ เพราะการบริโภคเข้าไปแล้วเป็นบ้าเลย ปี 2520 จำนวน 13,000 เม็ด ปี 2540 จำนวน 24 ล้านเม็ด จับได้ร้อยละ 20 ของยาบ้าที่ผลิตและส่งเข้ามาในประเทศไทย

นั่นหมายถึงว่าคนไทยเสพยาบ้า 120 ล้านเม็ดต่อปี "ภาคเหนือเชียงรายเป็นแหล่งลำเลียงแต่ไม่สามารถเข้าไปจับในพม่าได้

ทหารไม่สามารถเข้าไปทำลายยาบ้าได้แม้มองเห็นโรงงานเคลื่อนที่หลังคาแดงหลังคาเขียวเพียงไม่กี่ร้อยเมตรในหมู่บ้านป่าสักท่าขี้เหล็กประเทศพม่าซึ่งอยู่ตรงข้ามกับ อ.แม่สาย ของไทยโรงงานแห่งนี้เป็นของชาวเขาเผ่าอีก้อชื่อ "อาโต่" เป็นแหล่งพักยาบ้า จ่ายให้ทหารพม่าบางคนเดือนละ 150,000 บาท บรรจุหีบห่อ

ผู้ใหญ่บ้านบอกว่าลูกบ้านส่วนใหญ่รวยจากการผลิตกาแฟ กลุ่มว้าแดงมีกองกำลังติดอาวุธกว่า 6,000 คน มี เว่ย เซียะกัง เป็นหัวหน้าใหญ่ กลุ่มที่แยกตัวจากขุนส่า คือจ้าวยอดศึก วีรบุรุษของชาวไทย ชาวไทใหญ่ปฏิเสธไม่เคยเกี่ยวข้องกับการค้ายาบ้า แต่ปราบปรามการค้ายาบ้า

 
 

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้