กว่าจะมาเป็น...
นำเข้าเมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2559 โดย  
อ่าน [764]  

.....

 พระคุณแม่

          เมื่อมารดาตั้งครรถ์ต้องใช้เวลาถึงสิบเดือนเรียกได้ว่าทุกข์ยากลำบากแสนสาหัส ตั้งครรถ์เดือนแรกชีวิตน้อยๆยังเสมือนหยดน้ำค้างบนใบหญ้าไร้ความแน่นอนตอนเช้าก่อตัวตอนเที่ยงอาจสลายไปก็ได้ พอเดือนที่สองก็คล้ายกับการจับตัวของเนยเหลว พอเดือนที่สามคลับคล้ายกับการจับตัวของก้อนเลือด พอถึงเดือนสี่จึงพอจะเป็นรูปร่างของคนขึ้นบ้าง มารดาตั้งครรถ์เดือนที่ห้าอวัยวะต่างๆของทารกในครรถ์ เช่น ศรีษะ แขนขาจึงค่อยเป็นรูปเป็นร่างขึ้น พอเดือนที่หกทวาร 6 อย่างของทารกในท้องมารดาก็เริ่มเปิดทวาร 6 อย่าง คือ ตา หู จมูก ปาก ลิ้น ใจ พอเดือนที่เจ็ดทารกในครรถ์ก็มีกระดูกครบ360 ชิ้นและยังมีแปดหมื่นสี่พันรูขุมขน พอถึงเดือนที่แปดทารกในครรถ์ก็เกือยจะเป็นเด็กโดยสมบูรณ์มีความรู้สึก มีชีวิตจิตใจ ต่อมาทวารทั้ง 9 ก็เริ่มเปิด เช่น ตา หู จมูก ปาก และทวารขับถ่ายเป็นต้น พอเดือนที่เก้าแขนขาของทารกในครรถ์มารดามักจะขยับตัว เตะถีบ

ดั่งภูเขาเคลื่อนไหวทำให้มารดารู้สึกเจ็บปวดตลอดเวลา ทารกในครรถ์ตั้งแต่แรกเริ่มจนกระทั่งคลอดตลอดเวลาต้องดื่มกินโลหิตมารดาเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงชีวิต พอถึงเดือนสิบ

อวัยวะต่างๆของทารกก็ครบสมบูรณ์พร้อมที่จะออกมาชมโลก

            การตั้งครรถ์สิบเดือนความทุกข์ยากลำบากของมารดาเหลือจะกล่าว เพื่อให้ทารกคลอดสะดวกโลหิตในกายมารดาหลั่งไหลดั่งสายน้ำ ทำให้ทารกในครรถ์ลื่นไหลไปตามสายโลหิต การคลอดที่ปกติทารกจะงอมืองอเข่าเข้าหาตัวศรีษะลงล่างมารดาก็จะไม่เกิดอันตราย ในรายคลอดยากมือและเท้าน้อยๆจะเตะถีบดิ้นรนทำให้มารดารู้สึกเจ็บปวดอย่างยิ่งเสมือนถูกหอกดาบทิ่มแทงสลบแล้วสลบอีกทุกข์ทรมานแสนสาหัส ผู้เป็นบุตรต้องคิดถึงความเจ็บปวดทุกข์ยากของมารดาที่ให้กำเนิด ผ่านความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสมารดาถึงได้คลอดลูกรักออกมา ถ้าหากแยกแยะมารดาจะมีพระคุณอันยิ่งใหญ่ไม่น้อยกว่าสิบประการดังนี้

     ประการที่หนึ่ง พระคุณที่รักทนุถนอมปกป้องทารกในครรภ์

     ประการที่สอง พระคุณที่ได้รับความเจ็บปวดในขณะคลอด

     ประการที่สาม พระคุณที่ยอมทนทุกข์ทรมานเพื่อลูก และเมื่อคลอดลูกรักแล้วก็ลืมความทุกข์      ทั้งปวงจนหมดสิ้น

     ประการที่สี่ พระคุณที่เลี้ยงดู โดยสรรหาแต่อาหารที่ดีมีประโยชน์มาให้กิน

     ประการที่ห้า  พระคุณที่กล่อมลูกน้อยให้หลับและให้นอนในที่อบอุ่น โดยแม่ยอมทนรับความหนาวเย็นและเปียกชื้นแทนลูก

      ประการที่หก พระคุณที่เลี้ยงลูกด้วยนมจากเต้าจนลูกอ้วนท้วน แต่ตนเองต้องผ่ายผอม

       ประการที่เจ็ด พระคุณที่ซักล้างผ้าอ้อมให้ลูกโดยไม่หวั่นเกรงว่ามือจะสกปรก หรือผิวหนังแตก

       ประการที่แปด พระคุณที่เฝ้าห่วงหาอาลัยจนหลั่งน้ำตา เมื่อยามลูกต้องจากอ้อมอกไปไกล

       ประการที่เก้า พระคุณที่คอยให้ความช่วยเหลือและยอมทนลำบากเพื่อลูกทุกอย่าง

     ประการที่สิบ พระคุณที่รักลูกสงสารลูกอย่างไม่มีเสื่อมคลาย..รักและเทิดทูนพระคุณแม่มิรู้คลาย..ตายแทนได้

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้