กาวใจสายสัมพันธ์
นำเข้าเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2558 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [653]  

หนังสือไทยในลาว .....


 

ในหอสมุดแห่งชาติลาว มีข้อ ความบอกว่า“แผนกหนังสือภาษาไทย”

เข้าไปดูพบว่ามีทั้งหนังสือจากประเทศไทยจริง ๆ แถมมีหลากหลายสาขาวิชาการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการท่องเที่ยว สุขภาพ กฎหมาย และเรื่องราวความรู้ทันสมัยต่างๆวางเรียงรายอยู่ในตู้พร้อมให้หยิบยืม

เจ้าหน้าที่บอกว่า คนลาวส่วนใหญ่อ่านหนังสือภาษาไทยออก จึงจัดเตรียมหนังสือภาษาไทยไว้บริการ หนังสือเหล่านั้นบางเล่มแม้จะเก่า แต่ก็ยังมีคนเข้ามาอ่านและหยิบยืม และไม่ลืมบอกว่าคนลาวอ่านภาษาไทยได้ราว 90 เปอร์เซ็นต์

ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่บนแผงหนังสือพิมพ์และนิตยสารของลาวมักมีหนังสือจากประเทศไทยวางอยู่ด้วย ทั้งนิตยสารและการ์ตูน หนังสือภาษาลาวที่เป็นพ็อกเกตบุ๊กมีขายไม่แพร่หลายนัก พอมีให้เห็นในร้านรวงบ้าง อย่างหนังสือรางวัลซีไรต์เรื่อง อาณาจักรบินบน ผลงานของ สมสุก สุขสวัสดิ์ นักเขียนรางวัลซีไรต์ลาว รวมเรื่องสั้นชุดนวนิยาย และบทกวีของนักเขียนลาว

 


โดดเด่นเตะตาคือ หนังสือเรียนภาษาลาว “ก ไก่ ข ไข่ ค ควาย ง งัว...”

เกี่ยวกับการเขียนและอ่านภาษาไทยของคนลาว ท้าวด่อนลี้ บุดอินทองคำ อายุ 21 ปี นักศึกษาปีที่ 4 คณะทรัพยากรน้ำ มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว บอกว่า นักศึกษาลาวได้อ่านนิตยสาร หนังสือพิมพ์ หนังสือสารคดี ตลอดจนตำราต่างๆที่เขียนเป็นภาษาไทย

“ในหอสมุดของมหาวิทยาลัยมีหนังสือภาษาไทย และมีนักศึกษาเข้าไปอ่านกันมาก” นอกจากอ่านเพื่อศึกษาหาความรู้แล้ว “เมื่อเราค้นหา ทำรายงาน ส่วนหนึ่งเราก็อ่านจากภาษาไทย อย่างการทำรายงานที่ต้องการข้อมูลมากและศึกษาอย่างกว้างขวาง เราก็ค้นจากเว็บไซต์ต่างๆ ที่เป็นภาษาไทย เพราะมีมากและหลากหลายกว่าภาษาลาว”

เกี่ยวกับภาษาไทยและภาษาลาวมีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร ผู้เชี่ยวชาญภาษาลาว ผศ.ดร.สมบัติ มั่งมีสุขศิริ อาจารย์ภาควิชาภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อธิบายว่า ภาษาไทยกับภาษาลาวเป็นภาษาตระกูลเดียวกัน เพียงแต่ว่าภาษาลาวเป็นภาษาถิ่นหนึ่ง และภาษาไทยก็เป็นภาษาอีกถิ่นหนึ่ง ภาษาลาวเหมือนกับภาษาถิ่นอีสานของไทย อาจพูดได้ว่าภาษาถิ่นอีสานกับภาษาลาวเป็นภาษาเดียวกัน

 


ส่วนที่เรียกว่าภาษาไทยถิ่นอีสานกับภาษาลาวนั้น เป็นเรื่องเหตุผลทางการเมืองการปกครอง

สำหรับตัวอักษร ภาษาไทยเราเมื่อว่าพ่อขุนรามคำแหงมหาราชประดิษฐ์ขึ้นมา โดยดัดแปลงจากอักษรขอมโบราณและมอญ แต่อักษรเดิมของตระกูลไทย–ลาว เราใช้อักษรธรรม โดยใช้อักษรธรรมสำหรับจารึกตำราต่างๆทางพุทธศาสนา และใช้อักษรไทยน้อยสำหรับบันทึกเรื่องราวทางโลกย์

ตัวอักษรของลาว ชาวลาวส่วนหนึ่งเชื่อว่า บรรพบุรุษของชาวลาวได้ประดิษฐ์อักษรขึ้นมาประมาณ 2-3,000 ปีแล้ว ขณะที่นักศึกษาภาษาศาสตร์ด้านจารึกเชื่อว่า อักษรที่ใช้ในอาณาจักรล้านนาและอักษรที่ใช้ในอาณาจักรล้านช้างสองอาณาจักรนี้เป็นวงศาคณาญาติกัน รวมถึงตัวอักษรด้วย โดยนักจารึกศึกษาเชื่อว่า อักษรที่ใช้ในล้านช้างพัฒนามาจากอักษรที่ใช้ในอาณาจักรล้านนาอีกทอดหนึ่ง

อักษรลาวในปัจจุบันสาเหตุที่มีความใกล้เคียงกับภาษาไทยมากนั้น ผศ.ดร.สมบัติบอกว่า น่าจะดัดแปลงจากอักษรไทยน้อยไป ส่วนวิธีการสะกดการันต์ ลาวได้มีพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง สมัยก่อนเคยมีตัวสะกดการันต์แบบภาษาไทย แต่ต่อมาราชบัณฑิตกำหนดให้ไม่มีการันต์ และสะกดตรงตามมาตรา

 


แนวคิดแบบนี้ “บางคนบอกว่าสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ไทยปฏิวัติการเขียนให้สะกดตรงตามมาตรา แนวคิดนี้อาจส่งไปยังลาวก็ได้ เพราะปราชญ์ลาวอย่างท่าน มหาสิลา วีระวง ท่านก็มาอยู่ในประเทศไทย”

ด้วยตระหนักถึงความสัมพันธ์และความต้องการหนังสือวิชาการ ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ ประธานกรรมการบริหารศูนย์หนังสือมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ และ รศ.นพ.จิตตินัดด์ หะวานนท์ ผอ.รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยแห่งชาติลาวจัดงาน “สัมมนาวิชาการและวางแสดงปึ้มครั้งที่ 5”

งานจัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว ระหว่างวันที่ 7-11 ธันวาคมที่ผ่านมา ศูนย์หนังสือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นำหนังสือไปวางขายกว่า 40,000 เล่ม แต่ละเล่มนั้นผ่านการตรวจสอบและกลั่นกรองจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลลาวเป็นอย่างดี

หลังเปิดงานอย่างเป็นทางการ นักศึกษา อาจารย์ และพระภิกษุสงฆ์ลาวที่เข้ามาเลือกซื้อหนังสืออย่างคึกคัก พระภิกษุสงฆ์แต่ละรูปล้วนรู้จักนักเขียนไทย วรรณคดีไทย และพระภิกษุสงฆ์ไทยที่เขียนหนังสือ และตำราในประเทศไทยเป็นอย่างดี

ดร.สมคิดบอกว่า สาเหตุที่นำหนังสือมาวางแสดงและขายนั้น เพราะว่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กับมหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมายาวนาน นักศึกษาจากลาวมีไปเรียนมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์และจบมาแล้วหลายรุ่น และยังมีการอบรมช่วงเวลาสั้นๆอีกหลายรุ่นเช่นกัน”

และอธิบายว่า “การมาครั้งนี้ เรานำหนังสือเป็นจำนวนมากและมีเนื้อหาทุกประเภทมาแสดง คิดว่าจะได้รับความสนใจจากนักศึกษาลาวอย่างเช่นปีที่ผ่านๆมา ซื้อหาเพื่อจะได้นำไปศึกษาค้นคว้าให้กว้างขวางออกไป”

คนเลือกซื้อหนังสือ นางพูวัน นักศึกษาคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติ บอกว่า หนังสือในประเทศลาวมีไม่หลากหลาย การที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นำหนังสือเข้ามาวางแสดง เป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษาลาวได้พบหนังสือใหม่ และได้เลือกซื้อหนังสือหลากหลายขึ้น

 


มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว (ด่งโดก) ท้าวจันสี พวงสุเกด บอกว่า ลาวมีโอกาสทางการศึกษาดีขึ้นกว่าเดิม ปัจจุบันนักศึกษาในมหาวิทยาลัยมีถึง 27,000 คน มีคณะต่างๆ ถึง 12 คณะ อาทิ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ สังคมศาสตร์ กฎหมาย เป็นต้น คณะที่นักศึกษาชอบมากคือ เศรษฐศาสตร์บริหารธุรกิจ สาเหตุเพราะว่า ผู้ปกครองของเด็กต้องการให้ลูกหางานได้ง่าย เรียนแล้วไม่ตกงาน

ค่าเล่าเรียน รัฐบาลเป็นผู้จ่ายค่าเล่าเรียนภาคบังคับ ในระดับมหาวิทยาลัย รัฐบาลจ่ายให้ 20 เปอร์เซ็นต์ อีก 80 เปอร์เซ็นต์นักศึกษาจ่ายเอง “แต่จ่ายไม่มาก ปริญญาตรีประมาณ 200 ดอลลาร์ต่อปี ระดับปริญญาโทเรียนจนจบจ่าย 3,000 ดอลลาร์ และปริญญาเอกเรียนจนจบจ่าย 10,000 ดอลลาร์”

สำหรับการเปิดรับอาเซียน “เราทำไปหลายอย่างแล้ว อย่างการจัดหลักสูตรเราก็มีการรองรับอยู่ นอกจากสอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจของชาติแล้ว เรายังเชื่อมต่อกับอาเซียนด้วย และเรายังให้ความสำคัญในเรื่องภาษาอาเซียนด้วย”

ตัวอย่างการปรับรองรับอาเซียน อาจารย์ยกตัวอย่างเวลาเรียนปริญญาตรี ก่อนนั้นต้องเรียน 5 ปี แต่เดี๋ยวนี้ปรับเป็น 4 ปีเท่ากับประเทศไทย และยังบอกว่านักศึกษาลาวเข้ามาเรียนในประเทศไทยมาก ทั้งในมหาวิทยาลัยขอนแก่น ธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏต่างๆ และมหาวิทยาลัยอื่นๆอีกหลายแห่ง

สำหรับการนำหนังสือไปวางแสดงและขายครั้งนี้ ผศ.ดร.อัจฉรา ปัณฑรานุวงศ์ ผช.อธิการบดี มธ.บอกว่า ยอดขายถือว่าดี คนเข้างานคึกคักพอๆกับครั้งที่ผ่านมา หนังสือที่ขายดีคือพจนานุกรม และหนังสือด้านวิศวกรรมศาสตร์ เกษตรศาสตร์ สุขภาพ ตำราแพทย์ และหนังสืออ่านเล่นตามลำดับ

เหนือจากราคาหนังสือที่ได้รับและอื่นใด คือคุณค่าแห่งมิตรภาพที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ที่ไม่อาจตีค่าเป็นเงินได้.

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้