ลาว – สิงคโปร์ มองไทย????
นำเข้าเมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2558 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [1038]  

ยกไทยเป็นผู้นำทางสังคม...แต่ซุกปัญหาเพียบ .....

ลาว – สิงคโปร์ ยกไทยเป็นผู้นำทางสังคม...แต่ซุกปัญหาเพียบ

ลาว – สิงคโปร์ ยกไทยเป็นผู้นำทางสังคม...แต่ซุกปัญหาเพียบ
        ครบรอบ 61 ปี คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้จัดเสวนาวิชาการ 'Media & Communiction : Learning from others' ภายใต้หัวข้อ ASEAN Media Move เมื่อวันศุกร์ที่ 27 พฤษจิกายน ที่ผ่านมา ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ ภายในงานนำเสนอผลงานวิจัยของอาจารย์ทรงคุณวุฒิทั้งหกท่านท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชนและเหล่านักศึกษา Life on Campus ก็ได้มีโอกาสเข้าร่วมงานเสวนาในครั้งนี้ด้วย จึงได้เก็บภาพบรรยากาศและหัวข้องานวิจัยที่น่าสนใจมาให้ได้ชมกัน.
       
        ลาวมองไทยเชิงบวก

 
ลาว – สิงคโปร์ ยกไทยเป็นผู้นำทางสังคม...แต่ซุกปัญหาเพียบ
        'บ้านพี่เมืองน้อง' คำที่คนไทยใช้เรียกความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับลาว แต่แท้ที่จริงแล้ว เป็นการสร้างปมในใจชาวลาวและเกิดการตั้งคำถามว่า ใครเป็นพี่ ใครเป็นน้อง ผศ.รุจน์ โกมนบุตร เจ้าของผลงานวิจัย หัวข้อ : ไทยในสายตาของสื่อลาว ศึกษากรณีหนังสือพิมพ์ "ประชาชน" ตลอดปี 2556 โดยดูทั้งหมด 4จุดสำคัญ 1.ตัวข่าว 2.พาดหัวข่าว 3.บทความ และ4.ภาพข่าว ว่าสื่อลาวพูดถึงคนไทยไปในทิศทางลบ กลางและบวก มากน้อยขนาดไหน และบทบาทที่มาพร้อมกับทิศทางนั้นเป็นอย่างไร
       
        สิ่งที่น่าสนใจคือพาดหัวที่เกี่ยวกับคนไทยเป็นในเชิงบวก แล้วก็มีกลางนิดหน่อย แต่เรื่องลบไม่โผล่ในพาดหัวเลย ตัวอย่างพาดหัว ‘งานดนตรีคลาสสิคมิตรภาพลาว - ไทย จะได้จัดขึ้นที่ต้นเดือนมีนาคม 2553 นี้’ อีกอันที่น่าสนใจก็คือภาพข่าว เพราะภาพข่าวเป็นสิ่งที่เตะตาคนดูที่สุด และภาพข่าวที่เกี่ยวกับไทยก็บวกทั้งสิ้น มีเรื่องพันธมิตรด้านสังคมเป็นเรื่องหลัก
       
        จากงานวิจัยพบว่า หนังสือพิมพ์หน้า 1 คือ หน้าฟอนต์เพจ หน้า 4 หน้าสังคม และหน้าสุดท้ายหน้า 12 ข่าวต่างประเทศ เป็นสามหน้าที่พาดพิงถึงประเทศไทยมากที่สุด และแหล่งข่าวสำคัญมีทั้งหมด 3 แหล่ง คือ 1.ผู้สื่อข่าวลาว ซึ่งเวลาเขียนข่าวมักไม่ค่อยอ้างแหล่งข่าว มาจากการเล่าเอง 2.ราชการลาว และ 3.เอกชน เมื่อวิเคราะห์ออกมาพบว่าค่อนข้างพูดถึงไทยในในแง่ดีมาก มีเพียง 7.6 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่มองเป็นเชิงลบ
       
        ทางด้านบวก สื่อลาวมองว่าไทยเป็นพันธมิตรด้านเศรษฐกิจ พันธมิตรด้านสังคมและวัฒนธรรม และพันธมิตรด้านการเมือง ในขณะเดียวกันทางด้านลบ กลับมองว่าไทยเป็นผู้ใช้อำนาจเหนือทางเศรษฐกิจ เนื่องจากเวลาเราเข้าประเทศลาวเราสามารถใช้เงินบาทได้เลย ไม่ต้องแลกเงินกีบ จึงก่อให้ความรู้สึกแปลก ๆ ในใจรัฐบาลลาว ผู้รุกราน ซึ่งย้อนไปตอนสมัยเจ้าอนุวงศ์ ผู้พ่ายแพ้ เพราะครั้งหนึ่งไทยเคยแพ้บอลลาว ด้วย 3 ประตูต่อ 0 ผู้ปฏิบัติงานล่าช้า เนื่องจากครั้งที่สร้างสะพานมิตรภาพที่ 4 ที่เชียงของ ปรากฏในข่าวบอกว่าฝั่งลาวเสร็จเรียบร้อยแต่ฝั่งที่ไม่เสร็จคือฝั่งไทย เและผู้มีปัญหาทางด้านสาธารณสุข เนื่องจากกรณีข่าวในหน้า 12 การสั่งแบนกุ้งกับปูที่นำเข้าจากไทย

 
ลาว – สิงคโปร์ ยกไทยเป็นผู้นำทางสังคม...แต่ซุกปัญหาเพียบ
        “เวลาผมไปสัมภาษณ์กับบก.ศรีเวียงแขก ประจำหนังสือพิมพ์ประชาชน ก็ต้องไปสัมภาษณ์โดยทำหนังสืออย่างเป็นทางการ โดยบก.จะยื่นไปยังรัฐมนตรีกระทรวงแถลงข่าวก่อนจะอนุญาตให้สัมภาษณ์ เนื่องจากข่าวต่างประเทศนั้นอยู่ภายใต้รัฐบาล เป็นไปตามนโยบายของพรรค ตามสโลแกน ‘สันติภาพ เอกราช มิตรภาพและความร่วมมือโดยไม่แทรกแซงกิจการภายใน’ ซึ่งก็หมายความว่า ความหวานที่เราเห็นมาจากการคอนโทรลโดยพรรค”
       
        ผศ.รุจน์ โกมนบุตร กล่าวว่า ในขณะที่พูดคุยกับบก.ศรีเวียงแขก ท่านแทบจะไม่พูดเลยว่าเรื่องลบในใจคืออะไร จนผศ.รุจน์ โกมนบุตร ต้องถามเพิ่มเติม และพบว่า การเผชิญหน้าร่วมกันที่เหตุการณ์ร่มเกล้า เป็นเรื่องที่เป็นปมในใจชาวลาว ท่านยังได้ฝากขอเสนอแนะถึงทัศนคติที่ไทยมีต่อลาวว่าเป็นเมืองพี่เมืองน้อง ส่งผลให้เวลาทำอะไรด้วยความเป็นพี่จึงไม่เกรงใจน้องเลย จนน้องต้องเก็บไว้กลายเป็นความไม่ราบรื่นเล็กน้อยในความสัมพันธ์
       
        นอกจากนี้สื่อมวลชนไทยก็มีส่วนในการสร้างทัศนคติที่ไม่ดี เช่น นำเสนอในเชิงขบขันหรือล้อเลียนเกี่ยวกับคนลาว อย่างในกรณีภาพยนตร์หมากเตะโลกตะลึง ดังนั้นจึงอยากให้ลองไตร่ตรองให้ดีและทิ้งท้าย ด้วยคำพูดของอาจารย์กาญจนี ละอองศรี ว่า
       
        “การทำความเข้าใจประวัติศาสตร์รอบข้าง โดยเฉพาะคนไทย ความเข้าใจที่เปิดกว้างนั้นจะสร้างภูมิคุ้มกันให้ในสภาวะที่เปลี่ยนแปลง “
       
       
        สิงคโปร์ชี้...ไทยเป็นประเทศที่มีปัญหาการเมือง

 
ลาว – สิงคโปร์ ยกไทยเป็นผู้นำทางสังคม...แต่ซุกปัญหาเพียบ
        “ถ้าเราดูจากสื่อหลาย ๆ อัน เราจะเจอว่าไทยกับสิงคโปร์พยายามแย่งความเป็น hubในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ ศูนย์กลางด้านการเงิน เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราอยากรู้ คือ เขามองเราเป็นแบบไหนพันธมิตรหรือคู่แข่ง แต่แน่นอนว่าไทยก็จะมีความรู้สึกลึก ๆ ว่าสิงคโปร์มองเราไม่ค่อยดี มองเราเป็นคู่แข่ง”
       
        นี่คือที่มาที่ไปของผลงานวิจัยหัวข้อ : การนำเสนอเนื้อหาที่เกี่ยวกับประเทศไทยที่ปรากฏที่ปรากฏในหนังสือพิมพ์รายวันภาษาอังกฤษกรณีศึกษาหนังสือพิมพ์สิงคโปร์ ที่อาจารย์เกศราพร ทองพุ่มพฤกษา ได้กล่าวไว้ โดยเลือกศึกษาจากหนังสือพิมพ์ 'เดอะเสตรทไทมส์' ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดในสิงคโปร์และเป็นเจ้าตลาดสื่อยักษ์ใหญ่ของสิงคโปร์ รวมถึงมีนิตยสารในเครือมากมาย
       
        จากการศึกษาพบว่า บทบรรณาธิการที่กล่าวถึงไทยทั้งหมดมีเพียง 4 ชิ้นและปรากฏเป็นเรื่องการเมืองทั้งหมด และในส่วนทิศทางการนำเสนอของข่าวค่อนข้างจะมองตรงกันข้าม ในเรื่องการเมืองจะมองในแง่ลบ มองว่าเป็นประเทศที่มีปัญหาทางการเมือง มีความขัดแย้งทางการเมือง มีรัฐประหาร ไม่มีความเสถียรภาพ ในขณะทีด้านเศรษฐกิจ มองว่าไทยเป็นผู้นำทางด้านเศรษฐกิจและเป็นพันธมิตรที่สำคัญ เนื่องจากมีกลุ่มผู้ลงทุนบางกลุ่มของไทยเข้าไปลงทุนที่สิงคโปร์และทำให้ตลาดหุ้นเจริญเติบโต ส่วนที่ทางด้านสังคมและวัฒนธรรมก็มองว่าเป็นผู้นำในภูมิภาคนี้ และมีการรับวัฒนธรรมบางอย่างของไทย เช่น การจัดประเพณีสงกรานต์ในสิงคโปร์

 
ลาว – สิงคโปร์ ยกไทยเป็นผู้นำทางสังคม...แต่ซุกปัญหาเพียบ
        นอกจากนี้คนที่เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ของไทยก็ถือว่าเป็นผู้นำ โดยเฉพาะประเภทหนังสยองขวัญ สังเกตได้จากแม้กระทั่งงานฮาโลวีนมีการเชิญผู้กำกับของไทยไปให้ไอเดียในการสร้างความสะพรึงกลัว หรืออย่างภาพยนตร์ชัตเตอร์ก็ประสบความสำเร็จมาก
       
        “สรุปก็ คือบทบาทของไทยในสายตาของสิงคโปร์ ได้แก่ ประเทศที่มีปัญหาการเมืองมากที่สุด ประเทศที่มีปัญหาด้านสังคมวัฒนธรรม ในกรณีการค้ามนุษย์ ผู้อพยพและการทำบัตรปลอมแปลง และผู้นำทางด้านสังคม วัฒนธรรม”

 
ลาว – สิงคโปร์ ยกไทยเป็นผู้นำทางสังคม...แต่ซุกปัญหาเพียบ
       

 
ลาว – สิงคโปร์ ยกไทยเป็นผู้นำทางสังคม...แต่ซุกปัญหาเพียบ
       

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้