บิ๊กตู่...ปลุกไทยต้านโกง
นำเข้าเมื่อวันที่ 13 พ.ย. 2558 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [800]  

ปฏิวัติร้อยครั้งก็ไร้ประโยชน์ บิ๊กตู่...ปลุกไทยต้านโกง ปฏิวัติร้อยครั้งก็ไร้ประโยชน์ .....

การ
บิ๊กตู่...ปลุกไทยต้านโกง ปฏิวัติร้อยครั้งก็ไร้ประโยชน์
 
                      ปัญหาคอร์รัปชั่นเป็นวาระชาติที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เพื่อหาทางแก้ไข โดยได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนของสังคมที่มีการจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาสอดส่องดูแลเป็นหูเป็นตาไม่ให้มีการทุจริตเกิดขึ้น  โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งที่สโมสรทหารบก ระหว่างเป็นประธานในพิธีเปิดตัวมูลนิธิต่อต้านการทุจริต ซึ่งเป็นความร่วมมือของ 11 หน่วยงาน เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 
 
 
                      การทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นปัญหาของบ้านเมืองที่ยาวนาน ซึ่งขณะนี้รัฐบาลกำลังเร่งปฏิรูป 11 ด้านหลัก โดยมีความก้าวหน้าตามลำดับ ซึ่งในนามของคณะทำงานของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ถือว่ามีความคุ้นเคยกันมาโดยตลอด ทั้งที่ความเป็นจริงทั้งสองฝ่ายเจอกันไม่ได้ เพราะหากเจอกันจะถูกกล่าวหาว่าไม่น่าไว้วางใจ ทั้งที่จริงไม่มีอะไร เนื่องจากเป็นองค์กรอิสระจึงต้องให้ทำงานไป วันนี้เรื่องของการต่อต้านการทุจริตเราจะต้องรู้จักการสร้างเครือข่าย พร้อมกันตามแนวทาง 3 หลัก คือ ป้องกัน ปราบปราม และปลูกจิตสำนึก ซึ่งรัฐบาลดำเนินการในเรื่องการปราบปรามแล้ว ขณะเดียวกันจะต้องมีเรื่องการป้องกันด้วย โดยเฉพาะข่าวสารในสื่อโซเชียลมีเดีย ที่มีการบิดเบือน ส่งผลให้การแก้ไขเป็นได้ยากลำบาก 
 
                      “เราจะต้องช่วยกันแก้ปัญหาให้ประเทศชาติเดินไปข้างหน้า ประชาชน มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ต้องแก้ปัญหาทุกอย่างอย่างต่อเนื่อง วันนี้ประเทศไทยมีปัญหาหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องของรายได้ ที่ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลาง เกษตรกร ข้าราชการ มีรายได้น้อย งบประมาณก็น้อย ดังนั้นอยากให้ประชาชนคนไทยเข้าใจในบริบทของปัญหาภาพรวมของทั้งประเทศ ดังนั้นวันนี้จะต้องร่วมกันหาต้นตอของปัญหาการทุจริต และปัญหาของชาติ ประเทศไทยจะต้องไม่ติดกับดักความที่มีรายได้ปานกลาง และกับดักของประชาธิปไตย วันนี้จะต้องเริ่มการต่อต้านการทุจริตจากสถาบันครอบครัว”
 
                      ถ้าเราขัดแย้งไปทั้งหมด วันนี้อะไรก็เดินหน้าไปไม่ได้ วันนี้มีวาทกรรมเกี่ยวกับเรื่องประชาธิปไตย ละเมิดสิทธิเสรีภาพ หน้าที่ ทุกอย่างเอามาพันกันไปหมด ทำให้แก้ปัญหาไม่ได้ จึงต้องเอาปัญหาของประเทศมาดูว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างไร ซึ่งผมเข้ามาแก้ไขปัญหาเหล่านี้ด้วยเวลาที่มีอยู่ไม่ได้หวังว่าจะอยู่นาน เพราะอยู่ไปก็ไม่ได้อะไร แต่ที่ได้คือประเทศชาติ ซึ่งการลงโทษคนโกงต้องเด็ดขาด เพราะการทุจริตคอร์รัปชั่น เป็นการทำผิดกฎหมาย ทำให้เกิดการสูญเสีย ทั้งเวลา และประชาธิปไตย เพราะทำให้เกิดความไม่เท่าเทียม คนส่วนใหญ่ไม่ได้ประโยชน์ คนได้ประโยชน์เป็นคนส่วนน้อย จึงอยากให้เข้าใจกัน
 
                      ที่ผ่านมามีแต่มุ่งจะหาเงินให้มากที่สุด คิดว่ามีเงินแล้วจะได้รับการเคารพนับถือ ซึ่งเราต้องกลับมาดูว่า สิ่งที่ทำนั้นถูกต้องหรือไม่ เพราะการเป็นหนี้สินเป็นบ่อเกิดแห่งการทุจริต ข้าราชการก็มีการใช้ประโยชน์ แบ่งพรรคแบ่งพวกทำให้เกิดความไม่เท่าเทียม ซึ่งตามหลักประชาธิปไตย นอกจากฟังเสียงส่วนใหญ่แล้ว ก็ต้องฟังเสียงส่วนน้อยด้วย เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง แต่ที่ผ่านมามีการแบ่งคนเป็นส่วนๆ ทำให้ทุกอย่างเสียหายกลายเป็นการเมืองไปทั้งหมด ซึ่งผมจะไม่ทำอย่างนั้น นักการเมืองไม่ต้องกลัวว่าผมจะเขียนอะไรไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งที่ผ่านมานักการเมืองพูดแต่ว่าจะเข้ามาอย่างไร มีอำนาจเต็มหรือไม่ ไม่เคยพูดถึงการป้องกันการทุจริตหรือการพัฒนาประเทศ ขณะเดียวกันสื่อก็ให้ความสำคัญแต่เรื่องรัฐธรรมนูญ
 
                      “ผมมีเวลาเหลือเพียง 18 เดือน แต่ยังมีปัญหาที่ต้องแก้ไขอีกมาก ซึ่งที่ผ่านมามีการเลือกตั้งมาหลายครั้ง แต่ก็มีการปฏิวัติหลายครั้ง วันนี้ผมเข้ามารับผิดชอบจึงรู้ว่ามีปัญหามากมาย ถ้าไม่ให้ความร่วมมือจะปฏิวัติ 100 ครั้งก็ไม่มีประโยชน์ ขณะที่ผมเองก็ไม่ปฏิเสธว่าเข้ามาอย่างไร แต่ให้เอาประเทศเป็นหลักเพื่อไม่ให้วันข้างหน้าเกิดปัญหาขึ้นอีก และต้องทำทุกอย่างเพื่อให้คนไทยทุกคน และสถาบันปลอดภัย”
 
                      ขอทุกคนให้ความสำคัญเรื่องการไม่ทุจริต ไม่ให้ถูกชักจูงในการแสวงหาผลประโยชน์ และขอฝากว่า อย่าทำงานด้วยความเกลียดชัง และความรู้สึกส่วนตัว แต่ต้องใช้กฎหมายดำเนินการ ซึ่งจะไม่ยอมให้มีการทุจริตแบบสมยอมเกิดหรือและจะไม่ให้อภัยคนกระทำความทำผิดที่ไม่เข้ากระบวนการยุติธรรม ซึ่งจะพยายามทำให้เข้าสู่กระบวนการให้ได้ โดยให้ข้าราชการ องค์กรอิสระทำงานด้วยความสบายใจไม่รู้สึกกดดัน ขณะเดียวกันต้องสร้างความน่าเชื่อถือ ความเชื่อมั่น และลดความหวาดระแวงในกระบวนการยุติธรรมด้วย ซึ่งวันนี้มี 2 ส่วน คือ กลุ่มที่เข้าสู่กระบวนการ และที่ไม่เข้ากระบวนการ ซึ่งกฎหมายมีทางออกอยู่แล้ว กฎหมายต้องว่ากัน แต่อย่าตกเป็นเครื่องมือคนที่ไม่เข้าสู่กระบวนการแล้วพูดจาให้ร้ายเสียหาย
 
                      "ขอย้ำว่า เราจะต้องมีการเลือกตั้งในเดือนกรกฎาคม 2560 ซึ่งผมไม่คิดที่จะอยู่เกินแม้แต่วันเดียว ไม่รู้เป็นกรรมหรือไม่ที่มาเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ก็ช่วยไม่ได้ เดี๋ยวหาว่าบ่นอีก สื่อก็จับคำพูดมาวิจารณ์เป็นท่อนๆ เรื่องๆ ไม่มองว่าพูดหลักการเหตุผล แล้วฟังไม่จบหรอก ผมสังเกตนะ พอพูดตรงนี้ว่าจะปิดประเทศ ก็เอาละ เริ่มกดส่งโทรศัพท์ละ ผมยังพูดไม่จบมันจะปิดอะไรตอนไหน ไม่สนใจผมแล้ว ผมก็โดนด่าทั้งวัน ต้องไปแก้ตัวต้องไปอธิบายให้กระทรวงการต่างประเทศ ไปอธิบายกับทูตทั้งหมด เราจะไม่สนใจเขาไม่ได้ เราจะบอกว่าเราปิดประเทศไม่ได้ เพราะวันนี้โลกเราไร้พรมแดน วันหน้าอย่างไรเราก็ต้องเป็น องค์กรต่างๆ เยอะแยะ การกระทำต่างๆ ถูกจับตาโดยต่างประเทศทั้งสิ้น เราจะบอกว่าเราอยู่ของเราก็ต้องมองย้อนหลังไปว่ารายได้ของประเทศมาจากไหน มาจากการค้าขายกับต่างประเทศเกิน 70 เปอร์เซ็นต์”
 
                      วันนี้ยังมีคนบิดเบือนอยู่ ทำให้เสียสมองไปมาก โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาโครงการรับจำนำข้าว แทนที่จะเดินหน้าประเทศต่อไป ซึ่งในเรื่องของกฎหมายจะผิดหรือไม่ ไม่ทราบ และพูดไม่ได้ แต่มีข้าราชการเดือดร้อน และต้องมาเสียเวลาในเรื่องที่ไม่ควรจะเสีย โครงการนี้ชาวนาได้ประโยชน์หรือไม่ ไม่ทราบ แต่ต้องแยกให้ออกเรื่องของการทุจริต ถ้ายังมีโครงการแบบนี้อีกเราก็ไม่ได้มานั่งตรงนี้ เพราะประเทศล้มไปแล้ว เพราะไม่มีเงิน วันนี้จึงต้องมาแก้ให้ได้ จึงขออย่าพูดว่าไม่เป็นธรรม เพราะกฎหมายมีอยู่แล้ว วันนี้ที่ต้องพูด เพราะอยากอธิบายว่าไม่ได้เกลียดชังใคร 
 
                      นอกจากนี้ขอร้องสื่อในฐานะเป็นกระบอกเสียงของประชาชน และรัฐบาลมีสองหน้าที่คือ เป็นสื่อ และเป็นคนไทยที่ต้องทำเพื่อบ้านเมือง ไม่ใช่อยู่ตรงกลางความผิดหรือถูก ขณะเดียวกันต้องทำให้ประชาชนมีความเข้มแข็งมีรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล ต้องฝาก กรธ.และสปท. ในเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งที่ผ่านมามีหลายฉบับ แต่ต้องเขียนให้เขียนเป็นสากล และปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับการปฏิรูป
 
                      “วันนี้เหนื่อย พูดไปก็เจ็บคอ เครียด ไม่เคยทำงานหนักขนาดนี้ เป็นทหาร ผบ.ทบ. มา 38 ปี ไม่เคยเหนื่อยเท่านี้ ยอมรับว่าบางวันท้อแท้ ไม่อยากมาทำงาน แต่เมื่อเข้ามาแล้วก็ต้องทำ เพราะเป็นชายชาติทหาร ขอให้เห็นใจผมบ้าง เพราะมีเวลาจำกัด เข้ามาแบบนี้ก็อันตราย ครอบครัวก็อันตราย ซึ่งไม่เป็นอะไรเพราะเสียสละอยู่แล้ว แม้แต่เพลงคืนความสุข วันนี้ก็มีคนมาทวงในท่อนที่ว่าขอเวลาอีกไม่นาน ก็มาทวงว่าแล้วเมื่อไหร่จะไปสักที ไม่สนใจเลยว่าทำอะไรไปให้บ้าง แต่วันนี้ต้องเดินหน้าตามกฎหมาย และรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ แต่ก็มีหลายคนอยากให้อยู่ต่อไปแบบนี้ จะปิดประเทศก็ได้ แต่อันตรายฉิบหาย”
 
                      ขอบคุณการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตำรวจเป็นต้นทางของกระบวนการยุติธรรมทั้งหมด ถ้าโทษแต่ตำรวจแล้วใครจะมาดูแลประเทศ จะให้ยาม หรืออาสาสมัคร มาดูแลได้อย่างไร 
 
                      วันนี้คนมียศต้องได้รับการดูแลจากรัฐมากกว่าเก่า เพื่อให้มีกำลังใจในการทำงาน ใครไม่ดีก็ออกไป...!!!

 

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้