แฟชั่นสยองของคนอยากสวย
นำเข้าเมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2558 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [1293]  

.....

‘จัดฟันเถื่อน’ แฟชั่นสยองของคนอยากสวย

 
‘จัดฟันเถื่อน’ แฟชั่นสยองของคนอยากสวย
        เพราะวัยรุ่นไทยอยากเก๋ อยากชิค ต้องใส่เหล็กจัดฟัน จึงยอมจ่ายเงินด้วยราคาเบาๆ ยอมเสี่ยงกับการติดเชื้อในช่องปากเพื่อให้กลายเป็นลูกคุณหนู เด็กแนว ร้านจัดฟันเถื่อนจึงมีให้เห็นอยู่ทั่วไปตามท้องตลาด ไม่เว้นแม้แต่ในโลกออนไลน์ สะท้อนให้เห็นว่ากฎหมายไทยไม่เข้มงวดพอ เพราะร้านเถื่อนพวกนี้ก็ยังเปิดกันโต้งๆ อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย!
       
       

       
        
       
       สวยหลอกๆ แต่พังทั้งปาก
       
       “ในรูปกำลังนั่งกินขนมกันเฉยๆ สินะ”
       
       “บ้านนี้เมืองนี้ มีกฎหมายทำไมไม่รู้ ไม่มีคนบังคับใช้กันอย่างเข้มงวดจริงจัง ต้องรอคนตายก่อนถึงตื่นตัว ดีเนอะ”
       
       “แต่เขาบอกไปจัดให้ถึงบ้านเลยนะ จะไม่รู้อะไรเลยหรอ คนดังระดับนี้เขาใช้บริการทำฟันกับหมอแบบนี้หรอ”
       
       “ทำโจ่งแจ้งมาก ทันตแพทย์หรือเปล่า ทำได้มาตรฐานไหม ความสะอาดปลอดภัยล่ะ เกิดติดเชื้อขึ้นมาใครรับผิดชอบ”
       
       “นอกจากผิดกฎหมาย ไม่ได้แก้เรื่องฟันซ้อนเก ถาดพิมพ์ปากที่ใช้ ถ้าไม่ได้รับการฆ่าเชื้อที่ถูกต้องก็อันตรายมากนะคะ”
       
       กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันที เมื่อดารายอดกตัญญูอย่างสาว "แพท-ณปภา ตันตระกูล" มีภาพปรากฏอยู่ในเพจจัดฟันเถื่อนแห่งหนึ่ง โดยเพจดังกล่าวนี้อ้างว่าได้มาทำรีเทนเนอร์ให้กับดาราสาว พร้อมกับเผยภาพของสาวแพท ขณะที่มีการพิมพ์ฟันอยู่ด้วย และนำมาลงภาพโปรโมตในร้าน จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างโหมกระหน่ำทั่วโลกออนไลน์
       
       

       
       

       
       
       ประเด็นดังกล่าว สร้างความแคลงใจให้กับผู้คนไม่น้อยว่าสาวแพทนั้น ใช้บริการดังกล่าวจริงหรือไม่? ไม่เว้นแม้แต่เเฟนเพจชื่อดังอย่าง Drama-addict ก็ได้ออกโรงโพสต์เตือนสาวแพทเช่นเดียวกันว่า คนที่ทำรีเทนเนอร์ให้นั้น ต้องเป็นหมอฟันที่เรียนเรื่องการจัดฟันมาโดยตรง
       
       พร้อมทั้งแสดงความเป็นห่วงว่าการจัดฟันแบบนี้ จะมีผลกระทบในภายภาคหน้า ร้ายแรงอาจถึงขั้นกรามเน่า และลิ้นหัวใจรั่วได้ ส่วนร้านที่เอาภาพคุณแพทไปโพสต์ลงเพจนี้ มั่นใจว่าเถื่อนแน่นอน เช่น กรณีที่เกิดฟันซ้อน ทางร้านกลับบอกว่าสามารถใส่รีเทนเนอร์ได้ แต่จริงๆ ต้องมีการถอนฟัน และที่สำคัญ การจัดฟันแบบนี้ผิดกฎหมาย หวั่นว่าเยาวชนจะทำตาม
       
       

       
       

       
       
       ภายหลังต่อมา เมื่อเกิดกระแสดรามาอย่างโหมกระหน่ำน้องสาวของแพทได้ออกโรงโต้ ยืนยันว่า ว่าแพทไม่ได้อยากทำรีเทนเนอร์ใหม่ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเรื่องนี้ ไม่เคยช่วยโปรโมตร้านนี้ เพราะแพทเองเคยจัดฟันมานานแล้ว และในส่วนของสาวแพทนั้นจะออกมาชี้แจงกับสื่อในภายหลัง
       
       "เขาบอกว่า เขาเป็นแฟนคลับพี่แพท เขาเลยอยากทำรีเทนเนอร์ให้พี่แพทด้วย ซึ่งก่อนทำก็เลยต้องพิมพ์ฟัน พี่แพทเขาก็เลยไม่ได้คิดอะไร เพราะถ้าเขาทำให้ก็รับมา ถ้าบอกไม่ทำ ไม่รับ คนก็จะมองว่าพี่เขาหยิ่งอีก ส่วนภาพที่เขาถ่าย เขาก็ถ่ายเองและทางเพจก็นำมาลงเอง ซึ่งหลังจากทางเพจเอาไปลง พี่แพทก็ขอให้เขาลบออก โดยทางร้านก็ไลน์มาหาหนูฝากขอโทษพี่แพทด้วย และตัวพี่แพทก็ไม่ได้ติดใจอะไร ยืนยันพี่แพทไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่เคยลงไอจีโปรโมตร้านขายอุปกรณ์ทำฟันนี้ เพราะพี่แพทเคยจัดฟันมานานมากแล้วค่ะ"
       
       

       
       จัดฟันเองไม่ได้เด็ดขาด!
       
       “ทันตแพทย์จะไม่ทำการจัดฟันแฟชั่นทุกกรณี เพราะการจัดฟันแฟชั่นผิดกฎหมาย พ.ร.บ.ประกอบโรคศิลปะ กระทรวงสาธารณสุข หากจัดฟันโดยไม่มีข้อบ่งชี้ และมีการพิสูจน์ได้ว่าทำการจัดฟันแฟชั่นจริง จะต้องถูกถอนใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ”
       
       รศ.(พิเศษ) ทพญ.สมใจ สาตราวาหะ ประธานกรรมการที่ปรึกษาสมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งประเทศไทย เคยกล่าวเอาไว้กับทีมข่าว Manager อีกทั้ง ยังกล่าวเสริมอีกว่า การจัดฟันแฟชั่นดังกล่าวมีโอกาสที่จะติดเชื้อในช่องปากสูง เพราะวัสดุที่เอาเข้าไปในปากไม่ถูกสุขลักษณะ
       
       การทิ่มลวดอาจทิ่มไปโดนเหงือก หากเหงือกอักเสบอยู่แล้วยิ่งมีโอกาสติดเชื้อมากขึ้น โรคติดเชื้อจากเหงือก สามารถแพร่ไปถึงหัวใจทำให้เกิดความเสี่ยงเป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจได้ และเคยมีรายงานการเจาะลิ้นแฟชั่นทำให้ติดเชื้อในช่องปากแพร่ไปที่สมองทำให้เป็นโรคเอ๋อได้เช่นกัน
       
       
       

       
       อย่างไรก็ตาม การขายอุปกรณ์จัดฟันแฟชั่นดังกล่าวมีความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค ตามคำสั่งคณะกรรมการที่ 1/2549 ห้ามขายสินค้าลวดจัดฟันแฟชั่น หากฝ่าฝืนจะมีโทษตามมาตรา 56 ต้องระวางจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
       
       และผู้ลักลอบดำเนินการจัดฟันแฟชั่นจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.วิชาชีพทันตกรรม พ.ศ. 2537 มาตรา 28 ซึ่งห้ามมิให้ผู้ใดที่มิได้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม ทำการประกอบวิชาชีพทันตกรรม หรือแสดงด้วยวิธีใดๆ ให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนเป็นผู้มีสิทธิประกอบวิชาชีพดังกล่าว โดยมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตฯ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
       
       การจัดฟันเอง คือเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะต้องมีความรู้ของโครงสร้างในช่องปากด้วย ประธานกรรมการที่ปรึกษาสมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งประเทศไทย กล่าวเสริม
       
       “การจัดฟันด้วยตัวเอง เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะทันตแพทย์จัดฟันต้องมีความรู้เกี่ยวกับกายวิภาคศาสตร์ของช่องปากและฟัน ซึ่งเป็นเรื่องของโครงสร้างในช่องปาก กระดูกขากรรไกรและฟัน ต้องรู้ว่าการเคลื่อนฟันโดยไม่ทำให้เกิดอันตรายจะทำได้อย่างไร ฯลฯ เนื่องจากสภาพความผิดปกติของการสบฟันของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
       
       ดังนั้น ต้องใช้วิธีการและเครื่องมือจัดฟันที่แตกต่างกันออกไป ขณะที่ผู้รับจัดฟันแฟชั่นไม่มีความรู้ทางด้านนี้เลย ต่อให้ใช้เครื่องมือจัดฟันที่ถูกต้อง ไม่มีสารพิษเจือปน มีการทำความสะอาดที่ถูกต้อง การติดตรงตำแหน่งที่ถูกต้อง และแม้ติดตรงตำแหน่งที่ถูกต้องก็ยังมีอันตรายจากกรดทาเนื้อฟันก่อนการติดเครื่องมือจัดฟันเข้ากับตัวฟัน
       
       

       
       
       ซึ่งต้องเป็นกรดที่สามารถใช้ในช่องปากได้โดยไม่มีอันตราย ต้องทานานแค่ไหนจึงจะไม่เกิดอันตราย กาวที่นำมาใช้ติด เพราะมีโอกาสเกิดอันตรายได้ทุกขั้นตอน โดยเฉพาะลวดและยางที่มาใช้เคลื่อนฟัน ลวดจะทำให้เกิดแรงที่ไม่เท่ากัน ต้องใช้ในขั้นตอนที่ไม่เหมือนกัน รวมถึงยางด้วย ทุกอย่างทำให้เกิดผลข้างเคียงที่เราไม่ต้องการและทำให้เกิดอันตรายในการเคลื่อนฟันได้ ซึ่งต้องรู้วิธีป้องกัน”
       
       นอกจากนี้การทำฟันทุกอย่างควรปรึกษาทันตแพทย์ที่มีใบอนุญาตในการประกอบโรค ไม่ควรรับบริการจากคลินิกเถื่อน เพราะอาจเกิดแผลติดเชื้อได้ หรืออาจมีปัญหาในการบดเคี้ยว ส่งผลให้เป็นโรคปวดข้อต่อ หรือโรคปวดหัวที่เกิดจากการบดเคี้ยวไม่ถูกต้อง
       
       

       
       มันหมดยุคแล้ว! ที่จะหลอกลวง
       
        
       เกี่ยวกับเรื่องนี้ กอบกิจ ประดิษฐผลพานิช หัวหน้าภาควิชาการสื่อสารการตลาด คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ในแสดงความเห็นในเชิงการตลาดให้กับทีมข่าวว่า ร้านค้าเถื่อนพวกนี้มีเจตนาโดยตรงที่จะเลี่ยงการควบคุมดูแล ทำให้มีผู้บริโภคหลายคนรู้ไม่เท่าทัน
       
       “ธุรกิจที่เถื่อนในยุคนี้มักจะหลบเลี่ยงไปทำการสื่อสารการตลาดในโลกออนไลน์ ทั้งผ่าน Line, IG, Facebook อาจจะใช้การรีวิวคลิป โพสต์พันทิป แกล้งตอบอย่างแนบเนียน ซึ่งรูปแบบการสื่อสารการตลาดพวกนี้ มีเจตนาโดยตรงที่จะเลี่ยงการควบคุมดูแลจากผู้เกี่ยวข้อง คล้ายกับกรณีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้มีผู้บริโภคหลายคนไม่รู้เท่าทัน ยิ่งมีการใช้เซเลปบริตี้ คนดัง ดารา มาช่วยด้วยแล้ว ยิ่งทำให้เข้าถึงคนจำนวนมากทั้งเพิ่มความน่าเชื่อถือ”
       
       

       
       
       ถือเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคอย่างชัดเจน เพราะกรณีนี้เข้าข่ายหลอกลวงผู้บริโภคว่ามีมาตรฐาน เป็นการอวดอ้างใบรับรอง หลอกลวงสถานะตนเองว่าเป็นผู้ที่น่าเชื่อถือ สามารถประกอบวิชาชีพทันตกรรมได้ และหลอกลวงด้วยการอวดอ้างใบรับรอง หัวหน้าภาควิชาการสื่อสารการตลาดกล่าวเสริม
       
       “เกิดอันตรายได้ทั้งขั้นตอนการพิมพ์ฟัน ที่อาจจะมีอะไรหลุดลงลำคอไป และการได้สินค้าที่ไม่มีมาตรฐานมาก่อปัญหาในช่องปาก ส่วนผลเสียต่อผู้ที่ทำร้านจัดฟันเถื่อน หรือผู้ที่ช่วยโปรโมตเป็นฝ่ายสื่อสารการตลาดให้เขา ก็ผิดกฎหมายหลายประการ เพราะยุคสื่อเครือข่ายสังคมหากคุณทำอะไรไม่ถูกต้อง ไม่นานนักทั้งสื่อออนไลน์ และสื่อหลักต่างๆ ก็จะช่วยกันแชร์เรื่องนี้ มันหมดยุคแล้ว ที่จะหลอกลวงหรือทำอะไรไม่ถูกต้อง”
       
       
       

       
       ปฏิเสธไม่ได้อีกเช่นกันว่า ‘ดารา’ คือบุคคลสำคัญที่มีอิทธิพลเป็นอย่างมากในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค เพราะกลุ่มผู้บริโภคเหล่านี้คิดว่าดารามีความน่าเชื่อถือ ต่อให้ร้านค้าร้านนั้นเป็นร้านเถื่อนและไม่ได้มาตรฐานก็ตาม
       
       “ปัจจัยที่ทำให้ผู้บริโภคกลุ่มหนึ่งอุดหนุนสินค้าปลอม หรือร้านเถื่อนคือ 1.ปัจจัยด้านรายได้ รายได้น้อยแต่อยากมีอยากเป็น ทำให้ไม่เลือกวิธีการที่ถูกต้อง ยอมเลือกวิธีการที่ถูกตังค์เป็นอันดับแรก 2.ปัจจัยด้านการไม่รู้เท่าทันการสื่อสารการตลาด คือเห็นดารามาเป็นพรีเซนเตอร์ เป็นคนโพสภาพ ก็เชื่อ เพราะคิดว่าดารามีความน่าเชื่อถือมีเงินมากยังเลือกวิธีการนี้
       
       3. ปัจจัยด้านขาดตรรกะในความคิด ขาดการไตร่ตรอง คือเท่าที่สัมภาษณ์มาหลายคนเห็นเพื่อนทำ แล้วมีบ้างที่พอไปได้อยู่ ก็เลยไม่ไตร่ตรอง คิดเชิงตรรกะมั่วๆ เอาว่า เห็นตัวอย่าง 1 คนแล้วเป็นตัวแทนของทั้งหมด จึงไปทำแล้วคิดว่าผลที่ออกมาน่าจะดี”
       
       

       
       
       เพราะฉะนั้น ผู้บริโภคอย่างเราๆ ต้องรู้เท่าทันสื่อในสมัยนี้ ต้องไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนเสียก่อนว่าสินค้าราคาถูกที่ได้มานั้นจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีหรือไม่ ผู้เชี่ยวชาญทางการตลาดกล่าวทิ้งท้าย
       
       “อยากให้ผู้บริโภครู้เท่าทันสื่อ โดยเฉพาะยุคนี้สื่อที่กลุ่มร้านเถื่อนใช้ เป็นสื่อออนไลน์ สื่อเครือข่ายสังคมที่ผู้บริโภคต้องรู้เท่าทันด้วยตัวเอง ดังนั้น หากอะไรไม่แน่ใจก็ควรต้องไปถามกลุ่มวิชาชีพที่คอยช่วยกันควบคุมดูแลกันเองอยู่ รวมไปถึงกลุ่มสื่อมวลชนเองก็ต้องช่วยกระจายข่าวให้กว้างขวาง เพื่อเป็นการส่องตะเกียงนำทางให้ความรู้แก่มหาชนอีกทางหนึ่ง”
 

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้