หมอพื้นบ้านไทยดีเด่นแห่งเมืองน้ำดำ “พรมมา แสงชมภู”
นำเข้าเมื่อวันที่ 13 ก.ย. 2558 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [1384]  

.....

หมอพื้นบ้านไทยดีเด่นแห่งเมืองน้ำดำ “พรมมา แสงชมภู”

13 กันยายน 2558 17:57 น.

หมอพื้นบ้านไทยดีเด่นแห่งเมืองน้ำดำ “พรมมา แสงชมภู”

 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
หมอพื้นบ้านไทยดีเด่นแห่งเมืองน้ำดำ “พรมมา แสงชมภู”

โดย...สิรวุฒิ รวีไชยวัฒน์
       
       ในพื้นที่ชุมชนกุดหว้า อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ยังคงมีหมอพื้นบ้านที่ใช้สมุนไพรในการรักษาผู้ป่วยแต่ละครอบครัวและชุมชนมายาวนานกว่า 63 ปี จนเป็นที่ยอมรับนับถือของผู้คนโดยทั่วไป และเรียกขานหมอพื้นบ้านว่า “หมอพรมมา แสงชมภู” ซึ่งปัจจุบันมีอายุถึง 86 ปีแล้ว แต่ยังคงยืนหยัดใช้ความรู้ที่ตนมีรักษาผู้ป่วยต่อไป
       
       ความรู้ความชำนาญของ “หมอพรมมา” นั้น เป็นที่พึ่งของคนชุมชนกุดหว้าและชุมชนใกล้เคียง ซึ่งกรรมการวิชาชีพสาขาแพทย์แผนไทยได้ประเมินแล้ว และได้มอบใบประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนไทย ประเภทเวชกรรมไทยให้แก่ “หมอพรมมา” เมื่อปี 2554 ถือเป็นการการันตีความสามารถของหมอพื้นบ้านแห่งเมืองกาฬสินธุ์หรือเมืองน้ำดำว่าเป็นของแท้ ไม่มีหลอกลวง
       
       ล่าสุด กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ก็ได้มอบรางวัลและเกียรติบัตรหมอไทยดีเด่นประจำปี 2558 ให้แก่ หมอพรมมา ภายในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติครั้งที่ 12 ด้วย โดย หมอพรมมา กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจที่ได้รับรางวัลนี้ เพราะในการให้การรักษาคนป่วยก็ตั้งใจว่าจะหายาสมุนไพรให้ลูกหลานกิน
       
       สำหรับความชำนาญในการรักษาของหมอพรมมานั้น เจ้าตัวระบุว่า ชำนาญในการรักษาโรคสตรี (ประจำเดือนผิดปกติ ตกขาว ยาบำรุงน้ำนมในสตรีหลังคลอด) โรคกระเพาะอาหาร โรคนิ่วในไต โรคหอบหืด โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ไขมันอุดตันในเส้นเลือด โรคตับ โรคริดสีดวงทวาร และอาการไข้ต่างๆ เป็นต้น โดยส่วนใหญ่จะใช้สมุนไพรเป็นตำรับยาต้มและยาฝน แต่ก่อนรักษานั้นจะต้องถามผู้ป่วยก่อนว่า แพทย์แผนปัจจุบันวินิจฉัยว่าป่วยเป็นอะไรก่อน จากนั้นจึงตรวจโดยการดูลักษณะทางกายภาพของผู้ป่วย ซักถามอาการป่วยจากตัวผู้ป่วยและญาติ จึงจัดยาและให้คำแนะนำต่างๆ
       
       ประสบการณ์การรักษาที่สั่งสมมากว่า 63 ปี จึงทำให้หมอพรมมาเป็นที่ยอมรับ โดยแต่ละเดือนมีผู้ป่วยมาขอให้หมอรมมารักษาเฉลี่ยประมาณเดือนละ 50 คน สำหรับจุดเริ่มต้นของการประสิทธิประศาสตร์ความรู้ด้านนี้ หมอพรมมา เล่าว่า เริ่มตั้งแต่เมื่ออายุ 11 ปี หลังจากเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ก็ได้บวชเป็นสามเณรที่วัดป่ากุดหว้า ขณะที่บวชได้ศึกษาธรรมมะและยาสมุนไพรจากตำราใบลานที่เขียนด้วยอักษรธรรมและอักษรลาว จากหลวงปู่เสน และได้ช่วยเตรียมยาสมุนไพรในการรักษาคนป่วยในชุมชน จนกระทั่งหลวงปู่เสนมรณภาพ จึงรับการรักษาเองจนอายุ 23 ปี จึงลาสิกขา และยังคงใช้ยาสมุนไพรรักษาผู้คนเรื่อยมา
       
       ส่วนการดำเนินงานในปัจจุบัน เพื่อสืบสานภูมิปัญญาการใช้สมุนไพรรักษาผู้ป่วยให้คงอยู่ต่อไป หมอพรมมา กล่าวว่า ได้ตั้ง “กลุ่มสมุนไพรขันติธรรม” ขึ้น เพื่อถ่ายทอดภูมิปัญญาความรู้เรื่องตำรับสมุนไพรให้กับชาวบ้านในตำบลกุดหว้า เพราะตัวยาที่ใช้นั้นเป็นสมุนไพรที่มีอยู่ในท้องถิ่นของชุมชนกุดหว้าเกือบทั้งหมด และการปรุงยาของตนก็เป็นกรรมวิธีง่ายๆ ไม่ซับซ้อน ควรแก่การสืบทอดองค์ความรู้ รวมทั้งเพื่อให้เกิดการอนุรักษ์ป่าชุมชน ทรัพยากรธรรมชาติท้องถิ่น ในการใช้เป็นอาหาร เครื่องใช้ และยารักษาโรค
       
       “อยากถ่ายทอดให้คนในท้องถิ่นเรียนรู้วิธีการเก็บยา การใช้ยาอย่างยั่งยืน คือ เก็บบางส่วนเอาเฉพาะที่ต้องการ โดยไม่ทำลายต้นไม้ หรือสัตว์ป่า และมีการปลูกทดแทนอยู่เสมอ เพื่อต่อไปในอนาคตคนชุมชนต้องสามารถดูแลสุขภาพตัวเองด้วยยาสมุนไพร โดยการปลูกสมุนไพรไว้ใช้ทุกหลังคาเรือน และสามารถดูแลสุขภาพยามเจ็บป่วยเบื้องต้นให้คนในครอบครัวได้ อีกทั้งยังอยากให้สืบทอดภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้านให้แก่ชนรุ่นหลังไว้ให้คงอยู่สืบไป
       
       นอกจากนี้ หมอพรมมา ยังเป็นผู้สูงอายุต้นแบบของชุมชนและได้รับการยกย่องเป็นคนดีศรีสาธารณสุขกุดหว้าด้านการแพทย์แผนไทยด้วย โดยเคล็ดลับการมีอายุยืนของหมอพรมมา คือ รับประทานแต่ผัก และผลไม้พื้นบ้าน งดเว้นเนื้อสัตว์ ปฏิบัติธรรม ทำให้สุขภาพแข็งแรง ซึ่งนอกจากการเป็นบุคคลต้นแบบแล้ว ที่บ้านของหมอพรมมา ยังเป็นแหล่งเรียนรู้สมุนไพรของชุมชนกุดหว้า เนื่องจากบริเวณบ้านได้ปลูกสมุนไพรไว้มากมายหลายชนิด เป็นผู้ให้ความรู้แก่หน่วยงาน นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เยาวชนที่ท้องถิ่น หรือบุคคลที่สนใจเรื่องสมุนไพร มีการแปลคัมภีร์ใบลานเกี่ยวกับสมุนไพรของหลวงปู่เสน เป็นการถอดตำรับยาออกจากคัมภีร์ และยังเป็นผู้ให้องค์ความรู้แก่นักศึกษาปริญญาโท คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เรื่อง “การศึกษาภูมิปัญญาหมอยาฝนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย” ด้วย

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้