มหา'ลัยฟาร์ม..น่าเรียนที่สุด จาก USA
นำเข้าเมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2558 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [913]  

10 อันดับ มหา'ลัยฟาร์ม..น่าเรียนที่สุด จาก USA .....

10 อันดับ มหา'ลัยฟาร์ม..น่าเรียนที่สุด จาก USA
         
       ใครที่รักการเล่นเกมส์ทำฟาร์มปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ และเก็บผลผลิต นำมาแปรรูปสินค้า แล้วส่งออกขายในตลาด ติดกันงอมแงมทั่วบ้านทั่วเมือง นอกจากชีวิตในเกมส์ที่หลายคนหลงใหลแล้ว ในมหาวิทยาลัยต่างประเทศยังได้มีหลักสูตร “วิทยาลัยฟาร์ม หรือ Farm College” ในชีวิตจริงเพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้วิถีชีวิตของเกษตรกรแบบเข้มข้นและจริงจัง เรียนรู้ทุกขั้นตอนของการเกษตรแบบยั่งยืน และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม วันนี้ Life on campus จึงของหยิบยกตัวอย่าง 10 อันดับมหาวิทยาลัยฟาร์มที่ดีที่สุดจากประเทศสหรัฐอเมริกา ผลการจัดอันดับ “The 20 Best College Farms” จากเว็บไซต์ Best College Reviews มาให้ได้ชมกัน นอกจากวิวสวย ๆ บรรยากาศดี ๆ ของแต่ละวิทยาลัยแล้ว ยังทำให้เรารู้ว่าวิชาการเกษตรในต่างประเทศได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก
        
       
       1. วิทยาลัยวอร์เรน วิลสัน (Warren Wilson College)

 
10 อันดับ มหา'ลัยฟาร์ม..น่าเรียนที่สุด จาก USA
         
       วิทยาลัยวอร์เรน วิลสัน เป็น 1 ใน 7 วิทยาลัยฟาร์มของรัฐบาลที่มีชื่อเสียง และมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ยาวนาน โดยเริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1894 ในฐานะโรงเรียนฟาร์มเล็ก ๆ และได้ขยายขนาดจนกลายมาเป็นวิทยาลัยฟาร์มในปัจจุบัน วิทยาลัยวอร์เรน วิลสัน ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 275 เอเคอร์ ท่ามกลางหุบเขา “Swannanoa Valley” อันกว้างใหญ่และสวยงาม ในแต่ละปีวิทยาลัยวิลสันเปิดรับนักศึกษาที่หลายหลายกว่า 45 รัฐ และมากกว่า 10 ประเทศทั่วโลก เปิดทำการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรีทั้งหมด 25 สาขา โดยมีเป้าหมายหลักคือให้นักศึกษาทุกคนที่สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยแห่งนี้ได้เรียนรู้การเกษตรแบบยั่งยืน การทำฟาร์มในรูปแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีศักยภาพทางเศรษฐกิจควบคู่กันไป

 
10 อันดับ มหา'ลัยฟาร์ม..น่าเรียนที่สุด จาก USA
         
       งานหลัก ๆ ของนักศึกษาในวิทยาลัยฟาร์วอร์เรน วิลสัน ประกอบไปด้วย การปลูกพืชผสมและการทำปศุสัตว์ เลี้ยงวัว หมู ไก่ แกะ เป็นต้น นอกจากนี้ที่ฟาร์มยังได้ทำการจำหน่ายผลผลิตของฟาร์มให้กับประชาชนทั่วไปตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นพืช ผัก ผลไม้ ไข่ เนื้อสัตว์ต่าง ๆ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตร เรียกได้ว่านักศึกษาที่มาเรียนต่อทางด้านนี้จะได้เรียนรู้ทุกขั้นตอนการผลิต ไปจนถึงการแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่าทางการเกษตรให้มากขึ้นอีกด้วย
       
       รายละเอียดเพิ่มเติม : Warren Wilson College
       
       2. วิทยาลัยโอซาร์ก (College of the Ozarks)

 
10 อันดับ มหา'ลัยฟาร์ม..น่าเรียนที่สุด จาก USA
         
       วิทยาลัยอันดับ 1 จากการจัดอันดับ มหาวิทยาลัยและวิทยาลัยคริสเตียนที่ดีที่สุด ประจำปี 2015 ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 1,000 เอเคอร์ ในรัฐมิสซูรี่ ประเทศสหรัฐอเมริกา เรียกได้ว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในมิสเวส และมีชื่อเสียงในด้านบัญชี และศิลปะการทำอาหาร โดยจะเปิดให้ทุนการศึกษาฟรีแก่นักศึกษาจำนวน 1,400 คน ในแต่ละปี โดยมีข้อแม้ว่านักศึกษาจะต้องทำงานต่าง ๆ ในวิทยาลัยอย่างน้อย 15 ชั่วโมง ต่อสัปดาห์ และ 40 ชั่วโมงในสองอาทิตย์ จนมีสโลว์แกนเกี่ยวกับวิทยาลัยว่า “Hard Work U” และหนึ่งในงานที่นักศึกษาได้รับมอบหมายนั่นก็คืองานในฟาร์มของวิทยาลัย แม้ว่าจะไม่ใช่นักศึกษาในคณะเกษตรแต่ก็สามารถทำงานในฟาร์มได้เช่นเดียวกัน นักศึกษาของวิทยาลัยโอซาร์ก จะได้รักการฝึกฝนทางด้านการเกษตรแบบไดนามิก และฟาร์มเกษตรแบบอุตสาหกรรม

 
10 อันดับ มหา'ลัยฟาร์ม..น่าเรียนที่สุด จาก USA
         
       เอกการเกษตรมีหลากหลายวิชาที่เกี่ยวกับการเกษตรด้านต่าง ๆ ให้นักศึกษาได้เลือกเรียน เช่น ธุรกิจการเกษตร, พืชไร่, สัตวศาสตร์, วิทยาศาสตร์น้ำนม และการปลูกพืชสวน เป็นต้น นอกจากเนื้อหาเชิงวิชาการแล้วนักศึกษายังได้ลงมือปฏิบัติจริงทุกขั้นตอนที่นอกจากงานในฟาร์มแล้วยังเรียนรู้การทำงานในสำนักงาน การจัดระเบียบ การบำรุงรักษา และการบันทึกรายงานในส่วนต่าง ๆ ของฟาร์ม เช่น ฟาร์มหมู ฟาร์มวัวเนื้อ ฟาร์มวัวนม ตลาดเกษตรกร เรียนรู้การผลิตอาหารสัตว์ การปลูกพืชไร่ พืชสวน และสวนผลไม้ ไปจนถึงโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์ 
       
       รายละเอียดเพิ่มเติม : College of the Ozarks
       
       3. วิทยาลัยดีพสปริงส์ (Deep Springs College)

 
10 อันดับ มหา'ลัยฟาร์ม..น่าเรียนที่สุด จาก USA
         
       วิทยาลัยฟาร์มดีพสปริงส์ ตั้งอยู่กลางทะเลทรายอันเวิ้งว้าง แห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งในปี ค.ศ.1917 จากสามแนวคิดที่สำคัญ คือ นักวิชาการ, แรงงาน และการกำกับดูแลด้วยตนเอง ในแต่ละปีจะรับนักศึกษาเพียง 26 คน และรับเฉพาะนักศึกษาชายเท่านั้น เป็นหลักสูตรเข้มข้น 2 ปีเต็ม โดยนักศึกษาที่ผ่านการสอบคัดเลือกจะได้เข้าเรียนฟรีแบบไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหารหรือค่าที่พัก และยังได้รับเงินทุนการศึกษาจำนวน $50,000 ต่อปี คิดเป็นเงินไทยประมาณ 1,700,000 บาท อีกด้วย หลังจากสำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยดีพสปริงส์แล้วนักศึกษาส่วนใหญ่จะได้รับคัดเลือกไปเรียนต่อยังมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในระดับโลกได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นวิทยาลัยดีพสปริงส์จึงกลายเป็นวิทยาลัยที่มีนักศึกษาอยากเข้าเรียนมากที่สุดแห่งหนึ่ง

 
10 อันดับ มหา'ลัยฟาร์ม..น่าเรียนที่สุด จาก USA
         
       งานของนักศึกษาในฟาร์มกลางทะเลทราย จะต้องตื่นนอนก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ดูแล ให้อาหาร รีดนมวัวในฟาร์มกว่า 300 ตัว งานในสวนผลไม้, เรือนกระจก, ฟาร์มไก่, แปลงผัก และการดูแลหญ้าสำหรับเป็นอาหารวัวและสัตว์อื่น ๆ บนพื้นที่กว่า 152 เอเคอร์ ไปจนถึงเวลา 4.30 น. และทุก ๆ 7 สัปดาห์ นักเรียนจะได้รับมอบหมายให้ทำงานในตำแหน่งของแรงงาน ซึ่งรวมไปถึงการเป็นคาวบอย และเป็นคนฆ่าวัวเพื่อชำแหละเนื้อเพื่อจำหน่าย และนำมาผลิตอาหาร
       
       รายละเอียดเพิ่มเติม : Deep Springs College
       
        
       4. วิทยาลัยแฮมป์เชียร์ (Hampshire College)

 
10 อันดับ มหา'ลัยฟาร์ม..น่าเรียนที่สุด จาก USA
         
       โปรแกรมการเกษตรของวิทยาลัยแฮมป์เชียร์ ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1970 ภายหลังการก่อตั้งของวิทยาลัยเพียง 5 ปี (ค.ศ.1965) โดยคณะวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ เพื่อเป็นแหล่งทดลองวิธีการทำการเกษตรแบบยั่งยืน สนับสนุนการเกษตรแบบชุมชน ให้นักศึกษาได้มีโอกาสสัมผัสกับการทำฟาร์มและการเกษตรอย่างแท้จริง โดยการเริ่มต้นจากการเป็นผู้ผลิตและผู้บริโภคที่ดี ภายใต้พื้นที่กว่า 100 เอเคอร์ ให้นักศึกษาได้ลงมือปฏิบัติไม่เพียงการเรียนรู้แต่ในตำราเรียนเท่านั้น นักศึกษาจะได้เรียนรู้วิธีการปลูกผัก ผลไม้ การเก็บเกี่ยวผลผลิต แปรรูปผลิตภัณฑ์ การดูแลสัตว์ในฟาร์มที่นอกจาก วัว หมู แกะ ไก่ ธรรมดาแล้ว วิทยาลัยแฮมป์เชียร์ยังสอนเรื่องการเลี้ยงผึ้ง เพื่อนำมาผลิตเป็นน้ำผึ้งเพื่อจำหน่ายอีกด้วย

 
10 อันดับ มหา'ลัยฟาร์ม..น่าเรียนที่สุด จาก USA
         
       อีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจของวิทยาลัยแฮมป์เชียร์ที่ได้เปิดตัวภายใต้โปรแกรมการเกษตรก็คือ “อาหาร ฟาร์ม และการพัฒนาแบบยั่งยืน” โดยเริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2012 เพราะนอกจากการผลิตและการเรียนรู้ทางการเกษตรแล้ว สุขภาพที่ดีจากอาหารก็เป็นสิ่งที่วิทยาลัยแฮมป์เชียร์ตระหนักถึงเช่นเดียวกัน โดยใช้อาหารเป็นสื่อการสอน เพื่อผลิตอาหารรูปแบบใหม่ เพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ ในชุมชน
       
       รายละเอียดเพิ่มเติม : Hampshire College
       
       5. วิทยาลัยบุท (Butte College)

 
10 อันดับ มหา'ลัยฟาร์ม..น่าเรียนที่สุด จาก USA
         
       สถาบันการศึกษาที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในด้านของการเกษตรแบบยั่งยืน บนพื้นที่ฟาร์มกว่า 85 เอเคอร์ โดย 17 เอเคอร์บนพื้นที่ของฟาร์มได้รับการรับรองมาตรฐานให้เป็นฟาร์มออร์แกนิค จาก California Certified Organic Farmers ประกอบไปด้วยข้าวโอ๊ต ข้าวสาลี พืชผักสวนครัว และผลไม้หลากชนิด อีก 6 เอเคอร์เป็นส่วนของไร่องุ่นสำหรับผลิตไวน์แดง 3 พันธุ์ด้วยกัน ดังนั้นนักศึกษาจะได้เรียนรู้เรื่องการเกษตร ปลูกพืชผัก ผลไม้ แบบออร์แกนิคแล้วยังได้เรียนรู้เรื่องของการแปรรูปสินค้า และการตลาดเพื่อจัดจำหน่ายสินค้าทางการเกษตร 

 
10 อันดับ มหา'ลัยฟาร์ม..น่าเรียนที่สุด จาก USA
         
       ก่อนที่วิทยาเขตหลักจะถูกสร้างขึ้น พื้นที่กว่า 900 เอเคอร์ เคยเป็นที่อาศัยและหลบภัยของสัตว์ป่านานาชนิด ผู้ที่จัดตั้งวิทยาลัยก็มีความประสงค์ที่จะไม่ไปรบกวนธรรมชาติและความความงามของชนบทแต่อย่างใด วิทยาลัยบุทจึงเป็นวิทยาลัยที่ผสมผสานกับธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน มีการนำแผงโซล่าเซลล์มาใช้ภายในวิทยาลัยกว่า 10,000 แผง เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าใช้เอง เป็นการเรียนรู้การใช้ชีวิตที่ไม่รบกวนสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง
       
       รายละเอียดเพิ่มเติม : Butte College
       
       6. วิทยาลัยแอตแลนติก (College of the Atlantic)

 
10 อันดับ มหา'ลัยฟาร์ม..น่าเรียนที่สุด จาก USA
         
       “เราสามารถหาอาหารกินได้โดยไม่ทำลายธรรมชาติได้หรือไม่? วิธีการในระบบอาหารของเราสามารถบำรุงทั้งชุมชนและสิ่งแวดล้อม” เป้าหมายหลักจากโปรแกรม “Farming & Food Systems” ของวิทยาลัยแอตแลนติก ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 73 เอเคอร์ ท่ามกลางหุบเขาทะเลทราย และสูงกว่าพื้นดินถึง 300 ฟุต ด้วยกัน “บีช ฮิลล์ ฟาร์ม (Beech Hill Farm)” คือพื้นที่การเรียนรู้ของนักศึกษาในด้านการเกษตร การใช้ชีวิตในระบบนิเวศน์ จากการทำฟาร์มออร์แกนิคแบบเต็มรูปแบบและได้รับมาตรฐานจาก MOFGA Certified Organic โดย 80 เปอร์เซนต์ ของผลผลิตจะถูกขายให้กับผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชม และชาวบ้านในระแวกใกล้เคียง

 
10 อันดับ มหา'ลัยฟาร์ม..น่าเรียนที่สุด จาก USA
         
       นักศึกษาจะได้เรียนรู้วิธีการทำฟาร์มแบบออร์แกนิคในทุกขั้นตอน รวมถึงการผลิตสินค้าต่าง ๆ เช่น การทำน้ำผึ้ง ผลไม้กวน เนื้อสัตว์ ไข่ ผลิตภัณฑ์จากนม ผลิตภัณฑ์อบแห้ง ผัก-ผลไม้สดจากไร่ และอาหารป่าจานพิเศษ จากบีช ฮิลล์ ฟาร์ม บนพื้นที่เพาะปลูก ก่อนที่จะเริ่มภาคปฏิบัติอย่างจริงจัง นักศึกษาจะได้เรียนรู้ข้อมูลเชิงทฤษฎีในการทำความเข้าใจอาหารและการผลิตที่ต้องใช้ข้อมูลเชิงลึกในประวัติศาสตร์, มนุษยวิทยา, ปัจจัยทางเศรษฐกิจ, ระบบนิเวศวิทยา, พฤษศาสตร์, เคมี และอื่น ๆ จนเข้าใจอย่างลึกซึ้งเพื่อการลงมือปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพควบคู่กันไปด้วยนั่นเอง 
       
       รายละเอียดเพิ่มเติม : College of the Atlantic
        
       
       7. มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานตาครูซ (University of California, Santa Cruz)

 
10 อันดับ มหา'ลัยฟาร์ม..น่าเรียนที่สุด จาก USA
         
       “UCSC Farm” และ “Alan Chadwick Garden” ตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานตาครูซ เป็นสถานที่ฝึกอบรมด้านการเกษตรที่รู้จักกันในระดับสากล ทั้งการศึกษาและงานวิจัยด้านต่าง ๆ ของการเกษตรอินทรีย์ หรือออร์แกนิค ที่ได้รับการรับรองจากหลายสถาบัน อาทิเช่น California Organic Foods Act of 1990, National Organic Program และ California Certified Organic Farmers (CCOF) เป็นต้น เริ่มต้นก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1971 บนพื้นที่ฟาร์ม 25 เอเคอร์ จนมีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปสะท้อนให้เห็นถึงการทำงานอย่างหนักของทั้งนักศึกษาและเจ้าหน้าที่มาจนถึงปัจจุบัน

 
10 อันดับ มหา'ลัยฟาร์ม..น่าเรียนที่สุด จาก USA
         
       ลักษณะพิเศษของฟาร์มแห่งนี้คือ เป็นการทำฟาร์มแบบดั้งเดิม โดยการใช้มือในการเพาะปลูก ทั้งพืชยืนต้น และพืชล้มลุกหลายหลายพันธุ์ ที่ใช้เพียงรถแทรกเตอร์คันเล็ก ๆ ในการดำเนินงานทั้งหมดในฟาร์ม นอกจากนี้ยังมีสวนผลไม้ กีวี บลูเบอร์รี่ ห้องแลปเพื่อการวิจัยด้านระบบนิเวศ และการเกษตร เรือนกระจก ห้องเรียนเล็ก ๆ และห้องประชุมสำหรับประชุมสรุปการทำงานของนักศึกษา UCSC Farm และ Alan Chadwick Garden จะเปิดให้ประชาชนเข้าชมทุกวันตั้งแต่ 8 โมงเช้า ถึง 6 โมงเย็น และยังสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากฟาร์มกลับบ้านได้ด้วย
       
       รายละเอียดเพิ่มเติม : University of California, Santa Cruz
       
       
       8. มหาวิทยาลัยรัฐมิชิแกน (Michigan State University)

 
10 อันดับ มหา'ลัยฟาร์ม..น่าเรียนที่สุด จาก USA
         
       ฟาร์มออร์แกนิคสำหรับนักศึกษา เริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ.1999 โดยกลุ่มนักศึกษา MSU ที่มีความสนใจทำการเกษตรแบบยั่งยืน มหาวิทยาลัยมิชิแกนเปิดการเรียนการสอนในหลักสูตรการเกษตรอินทรีย์ที่ผ่านการรับรองตลอดทั้งปี บนพื้นที่กว่า 15 เอเคอร์ ที่ดูแลโดยนักศึกษาโปรแกรม “Organic Farmer Training Program (OFTP)” และอาสาสมัคร โดยจะใช้การผลิตแบบเรือนกระจกพลังงานแสงอาทิตย์ (hoophouses) เพื่อสามารถผลิตและจำหน่ายผักผลไม้ได้ตลอดทั้งปี ซึ่งนอกจากการปลูกพืชผัก ผลไม้แล้ว ภายในฟาร์มยังมีการเลี้ยงสัตว์ต่าง ๆ เช่น วัว หมู ไก่ไข่ และผึ้ง

 
10 อันดับ มหา'ลัยฟาร์ม..น่าเรียนที่สุด จาก USA
         
       โปรแกรมการฝึกอบรมต่าง ๆ ถูกออกแบบมาเพื่อฝึกให้นักศึกษามีทักษะด้านการผลิต การจัดการ และการวางแผนทางธุรกิจที่จำเป็นสำหรับการทำฟาร์มขนาดเล็กที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้นักศึกษายังได้เรียนรู้การใช้งานและบำรุงรักษาอุปกรณ์เครื่องมือการเกษตร เช่น รถแทรกเตอร์ และเครื่องมือขนาดเล็ก เรียนรู้การทำฟาร์มปศุสัตว์ การเกษตรอินทรีย์ รวมถึงการตลาด และการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าทางการเกษตรอีกด้วย
       
       รายละเอียดเพิ่มเติม : Michigan State University
       
       
       9. มหาวิทยาลัยเคลมสัน (Clemson University)

 
10 อันดับ มหา'ลัยฟาร์ม..น่าเรียนที่สุด จาก USA
         
       การศึกษาเกษตรอินทรีย์ของนักศึกษา มหาวิทยาลัยเคลมสัน เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2001 เป็นห้องทดลองปฏิบัติการทางการเกษตรครั้งแรก ใช้ชื่อว่า ไร่คาลฮูน (Calhoun Field) ต่อมาในปี 2005 จึงได้รับการรับรองให้เป็นฟาร์มออร์แกนิค ที่ไม่ได้ใช้สารสังเคราะห์หรือสารกำจัดศัตรูพืช เป็นการทำการเกษตรแบบครบวงจร ทั้งด้านการผลิต การจัดการ และการตลาด นักศึกษาจะได้เรียนรู้เรื่องการทำฟาร์มการเกษตรอินทรีย์ บนพื้นที่เพาะปลูก 15 เอเคอร์ โดยเอื้อประโยชน์กับชุมชน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปลูกพืชผลทางการเกษตรได้ตลอดฤดูกาล มุ่งเน้นไปที่พืชผักหายากที่มีราคาสูงในท้องตลาด ผลไม้ขนาดเล็ก สมุนไพร และดอกไม้นานาชนิด ที่สามารถตัดไปขายได้ทุกเช้า

 
10 อันดับ มหา'ลัยฟาร์ม..น่าเรียนที่สุด จาก USA
         
       รายละเอียดเพิ่มเติม : Clemson University
       
       
       10. มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียพอลิเทคนิคสเตต (California Polytechnic State University)

 
10 อันดับ มหา'ลัยฟาร์ม..น่าเรียนที่สุด จาก USA
         
       พื้นที่กว่า 11 เอเคอร์ ของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียพอลิเทคนิคสเตต ได้รับการรับรองมาตรฐานการเกษตรออร์แกนิค สถานที่ศึกษาของนักศึกษาระดับปริญญาตรี เพื่อเรียนรู้เรื่องการทำเกษตรอินทรีย์และการเกษตรแบบยั่งยืน ที่ดำเนินการโดยคณาจารย์ นักศึกษา และพนักงานผู้ดูแล จนสามารถผลิตพืชพันธุธัญญาหาร ผักและผลไม้ เพื่อนำไปจำหน่ายให้กับชุมชนหรือท้องถิ่นใกล้เคียง และมอบบางส่วนให้กับธนาคารอาหารอีกด้วย นักศึกษาจะมีส่วนร่วมโดยตรงในการผลิต การดูแล การเก็บเกี่ยว และการจำหน่ายผักปลอดสารพิษ ปัจจุบันฟาร์มแห่งนี้ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันทางการเกษตรมากมายหลายแห่ง อาทิเช่น กรมวิทยาศาสตร์การปลูกพืชสวน, วิทยาลัยการเกษตร, วิทยาศาสตร์อาหารและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

 
10 อันดับ มหา'ลัยฟาร์ม..น่าเรียนที่สุด จาก USA
         
       รายละเอียดเพิ่มเติม : California Polytechnic State University
       
       ที่มา : www.bestcollegereviews.org
       
       ขอบคุณภาพประกอบจาก : www.bestcollegereviews.orgและแฟนเพจWarren Wilson College Farm, Cal Poly, San Luis Obispo Horticulture and Crop Science Department
       
       ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ได้ที่ : campus.mgr2014@gmail.com
        
 

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้