ปัญหาสอบโอเน็ต
นำเข้าเมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2558 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [1980]  

ไม่ได้อยู่ที่ปรนัยหรืออัตนัย/สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน.....

ปัญหาสอบโอเน็ต ไม่ได้อยู่ที่ปรนัยหรืออัตนัย/สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน

9 กันยายน 2558 10:12 น. (แก้ไขล่าสุด 9 กันยายน 2558 19:59 น.)
ปัญหาสอบโอเน็ต 	ไม่ได้อยู่ที่ปรนัยหรืออัตนัย/สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน
ภาพประกอบจาก www.theactkk.net
        ภายหลังจากปรับเปลี่ยนเจ้ากระทรวงศึกษาธิการ ก็มีนโยบายออกมาติดต่อกันสัปดาห์ละนโยบายกันเลยทีเดียว
       นโยบายแรกลดจำนวนชั่วโมงเรียนลง 2 ชั่วโมง ซึ่งทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตามมามากมายจนถึงทุกวันนี้
       และนโยบายต่อมา ก็คือ การให้สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ปรับการออกข้อสอบใหม่ ด้วยการลดข้อสอบแบบปรนัย และเพิ่มอัตนัย โดยจะดำเนินการปรับเปลี่ยนข้อสอบโอเน็ต เริ่มนำร่องในข้อสอบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 วิชาภาษาไทย ปีการศึกษา 2559
       ในระยะแรก การสอบโดยใช้ข้อสอบอัตนัย จะไม่เกินร้อยละ 20 โดยเป็นการเขียนตอบสั้น ๆ ส่งผลให้ข้อสอบจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ข้อสอบปรนัยร้อยละ 80 และ ข้อสอบอัตนัยร้อยละ 20
       ความจริงทั้งสองนโยบายที่คลอดออมาในระยะเวลาใกล้เคียงกัน เป็นเจตนาดีของเจ้ากระทรวงทีมใหม่แน่นอน แต่ดูเหมือนมันจะคลอดออกมาเป็นท่อน ๆ อีกแล้ว
       เพราะในรายละเอียดยังมีเรื่องที่ควรต้องพิจารณาให้รอบคอบ และเตรียมความพร้อมมากกว่านี้ ทั้งกระบวนการออกข้อสอบ การตรวจคำตอบที่ได้มาตรฐาน หรือมาตรฐานของบุคลากรที่ต้องเป็นผู้ตรวจคำตอบ อุปกรณ์ ฯลฯ
       แต่ประเด็นที่สำคัญที่สุดเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดจริงหรือ !
       ปัญหาของการสอบโอเน็ต เป็นปัญหาของข้อสอบหรือปัญหาที่ตัวเด็กกันแน่
       ทำไมผลคะแนนสอบโอเน็ตของเด็ก ๆ ตกต่ำทั่วประเทศ
       ปัญหาคือทำไมเด็กส่วนใหญ่ของประเทศทำไม่ได้ นี่ขนาดเด็กเรียนกวดวิชากันสนั่นเมืองด้วยนะ บางคนถึงกับกวดวิชาเฉพาะสอบโอเน็ตด้วยซ้ำ
       ดิฉันมีลูกอยู่ในวัยที่ผ่านการสอบโอเน็ตมาตั้งแต่ประถมศึกษาปีที่ 6 จนปัจจุบันก็สอบโอเน็ตระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำได้เขาบอกว่ายาก เพื่อน ๆ ก็บ่นว่ายาก และเชื่อว่าคงตกเกือบยกชั้น
       แม้แต่ผู้ใหญ่เอง ที่เคยเห็นข้อสอบโอเน็ตที่กระเด็นเข้าไปอยู่ในโลกออนไลน์ เราก็ยังตกใจไม่น้อยต่อข้อสอบโอเน็ต จนกลายมาเป็นมุกให้ผู้คนในสังคมต้องหยิบขึ้นมาพูดคุยกึ่งประชดประชันต่อข้อสอบเหล่านั้น
       การสอบโอเน็ต - O-NET (Ordinary National Educational Test) เป็นการวัดผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนที่ต้องการวัดผ่านการจัดการทดสอบในระดับชาติ โดยมีสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เป็นผู้ดำเนินการออกข้อสอบและจัดสอบทั่วประเทศ
       อาจารย์เกียรติวรรณ อมาตยกุล เคยพูดถึงเรื่องข้อสอบโอเน็ตในบ้านเราว่ามีปัญหามาก คะแนนโดยเฉลี่ยของเด็กต่ำมาก ยกตัวอย่าง คะแนนเฉลี่ยคณิตศาสตร์ ม.6 อยู่ที่ 20.48% ภาษาอังกฤษอยู่ที่ 25.35% ทั้ง ๆ ที่เด็กเรียนกวดวิชากันแทบทุกคน การที่เด็ก ๆ ได้คะแนนเฉลี่ยเพียงเท่านี้เป็นเพราะอะไร
       อาจารย์เกียรติวรรณเคยให้ความเห็นต่อปัญหานี้ว่ามี 2 ประเด็น
       ประเด็นแรก ข้อสอบยากเกินไป โดยเฉพาะข้อสอบคณิตศาสตร์ PAT 1 ที่วัดความสามารถของเด็ก ๆ แทบไม่ได้ เพราะคนที่เดากลับได้คะแนนมากกว่า มีเด็กจำนวนมากที่หาคำตอบโดยไม่แกะข้อสอบออกมาดูเสียด้วยซ้ำ
       ประเด็นที่สอง ข้อสอบไม่สมเหตุสมผล และคำตอบก็กำกวม จนกลายเป็นเรื่องที่ถูกหยิบยกมาเสียดสีในโลกออนไลน์แทบทุกครั้ง หลังจากเด็กสอบเสร็จ
       อาจารย์เกียรติวรรณ เคยนำเสนอว่า ทางแก้ไข วิธีที่ง่าย สั้น และทำได้จริงที่สุด คือ
       หนึ่ง ผู้มีอำนาจต้องรีบจัดการให้ปรับปรุงข้อสอบทุกระดับให้เหมาะสมอย่างเร่งด่วนที่สุด
       ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่ข้อสอบที่ไม่ดีพอ คือ สาเหตุสำคัญของปัญหาหลาย ๆ เรื่อง ตั้งแต่คะแนนตกต่ำ เด็ก ๆ กลายเป็นคนไม่พยายาม เพราะพยายามอย่างไรก็ตอบไม่ได้ เกิดโรงเรียนกวดวิชาเต็มบ้านเต็มเมือง ผู้ปกครองมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น หลาย ๆ บ้านค่ากวดวิชาแพงกว่าค่าเทอมในโรงเรียน ครอบครัวไม่เป็นครอบครัว ต้องตระเวนพากันออกนอกบ้านทั้งเสาร์อาทิตย์พาลูกไปกวดวิชา
       สอง ก่อนนำข้อสอบจริงไปใช้กับเด็ก ๆ ทุกครั้ง ผู้บริหารระดับสูง รัฐบาลหรือคสช.ต้องตรวจตราและลองทำข้อสอบดูก่อน เพื่อจะทราบว่าเหมาะสมที่จะเป็นข้อสอบที่จะใช้วัดและสร้างคนรุ่นใหม่หรือไม่ ถ้าไม่ทดลองทำ ไม่มีทางสัมผัสได้ถึงปัญหาที่แท้จริง
       นโยบายดี ๆ อยากให้เกิดค่ะ เพียงแต่อยากให้บูรณาการให้พร้อมเสียก่อน และแก้ปัญหาให้ตรงจุด
       เรื่องลดข้อสอบปรนัยและเพิ่มข้อสอบอัตนัย โดยจะนำร่องวิชาภาษาไทย เพราะเจตนาอยากให้เด็กคิดวิเคราห์ได้ และจะได้รู้ว่าเด็กอ่านออกเขียนได้มากน้อยขนาดไหน
       แต่ปัญหาที่ผ่านมา ข้อสอบโอเน็ตมีปัญหาอย่างที่อาจารย์เกียรติวรรณตั้งข้อสังเกตไว้จริง ๆ เราต้องยอมรับว่ามันยากและประหลาดอยู่ไม่น้อย ที่สำคัญมันวัดความสามารถของเด็กได้ตรงประเด็นจริงหรือ
       เคยมีนักวิชาการบางท่านถึงขนาดเสนอให้ยกเลิกการสอบโอเน็ตไปเลย เพราะเห็นปัญหาของมันชัดเจน ทั้งมาตรฐานของข้อสอบที่ไม่สอดคล้องกับการวัดมาตรฐานความรู้ของเด็กได้จริง
       ปัญหาที่มีอยู่จึงไม่ใช่แค่ปรนัย หรืออัตนัย - แต่เป็นปัญหาทั้งระบบ
 

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้