คร่าชีวิตหญิงไทย
นำเข้าเมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2558 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [496]  

มะเร็งปากมดลูก คร่าชีวิตหญิงไทย .....


 

“โรคมะเร็งปากมดลูก”...มีความน่ากลัวสำหรับผู้หญิง จากสถิติ...คร่าชีวิตผู้หญิงไทยเฉลี่ย 14 คนต่อวัน หรือคิดเฉลี่ยทั่วโลกทุก 2 นาที จะมีผู้หญิง 1 คน...ต้องเสียชีวิตจากโรคนี้

ในแต่ละปี...จะมีผู้ป่วยรายใหม่เกิดขึ้นประมาณ 5,000 คน โดยมะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 2 ในผู้หญิงไทยรองจากมะเร็งเต้านม “มะเร็งปากมดลูก”...ไม่ได้เกิดจากกรรมพันธุ์ แต่มาจากการติดเชื้อ “ไวรัสฮิวแมนแพพิโลมา” เรียกย่อๆว่า “เอชพีวี” โดยทั่วไปแล้วเชื้อนี้ติดต่อได้จากการมีเพศสัมพันธ์แม้เพียงครั้งเดียวก็ตาม หรือการสัมผัสโดยตรงทางผิวหนัง การใช้ถุงยางอนามัยไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ร้อยเปอร์เซ็นต์

หลายปีมาแล้วมีการพูดถึงโครงการวัคซีนแห่งชาติ...“วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก” จนพ่อแม่ผู้ปกครองต้องติดตามอย่างมีความหวังว่าโครงการนี้จะเกิดขึ้นจริง และมีผลทางปฏิวัติในเร็ววัน

นั่นเป็นเพราะว่ามะเร็งปากมดลูก มีวิธีการป้องกัน 2 วิธี ได้แก่ การตรวจคัดกรอง และการให้วัคซีน HPV

อีกประเด็นสำคัญ...วัคซีนยังมีราคาแพง หากเป็นวัคซีนพื้นฐานราคาจะถูกลงอีกมาก ใครที่พอจะมีกำลังจ่ายเองก็พอจะตัดสินใจได้อย่างสบายใจขึ้น ในวันวาน...หลายคนจึงหมดความหวังเพราะเชื่อว่า โครงการนี้จะเป็นแค่โครงการในฝัน คงอีกนานที่จะเป็นจริง

ประเทศไทยจน ที่ทำได้ก็คือรณรงค์ช่วยกันลดมะเร็งปากมดลูกโดยสอนเยาวชนของเรา ให้ผู้หญิงรักนวลสงวนตัว ผู้ชายไม่เอาเปรียบผู้หญิง มีเพศสัมพันธ์เมื่อถึงเวลาอันสมควรและมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยไปก่อน ถ้าทำได้ไม่เพียงแต่ลดอุบัติการณ์มะเร็งปากมดลูกเท่านั้น ยังได้อะไรๆที่ดีงามกลับคืนสู่สังคม

รองศาสตราจารย์นายแพทย์วิชัย เติมรุ่งเรืองเลิศ หัวหน้าสาขาวิชามะเร็งนรีเวชวิทยา ภาควิชาสูติศาสตร์นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเลขาธิการสมาคมมะเร็งนรีเวชไทย ให้ข้อมูลว่า ในปีหนึ่งๆพบว่ามีสตรีป่วยเป็นโรคมะเร็งปากมดลูกทั่วโลก ทั้งๆที่เป็นมะเร็งที่ตรวจพบง่าย สามารถป้องกันได้

จากสถิติเราพบว่าผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก 52 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณครึ่งหนึ่งจะเสียชีวิต

ที่น่าสนใจคือข้อมูลสำรวจใหม่ที่ว่า “ผู้หญิงไทยเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกถึงวันละ 14 คน”...ถือเป็นสถิติล่าสุด เพราะการสำรวจก่อนหน้านี้ผู้หญิงไทยเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูก โดยเฉลี่ยวันละ 7 คนเท่านั้น...แต่ตอนนี้เพิ่มขึ้นมาถึงอีกเท่าตัว ซึ่งส่วนใหญ่จะพบผู้ป่วยในช่วงอายุ 30–60 ปี

“มะเร็งปากมดลูก”...เป็นหนึ่งในไม่กี่มะเร็งที่ป้องกันได้ อย่างที่เกริ่นกันไปแล้วข้างต้น อันดับแรกคือ “ลดพฤติกรรมเสี่ยง” เช่น ไม่มีเพศสัมพันธ์เมื่ออายุน้อย หรือการตั้งครรภ์เมื่ออายุน้อย การมีคู่นอนหลายคน

ถัดมา...คือ “การตรวจคัดกรองมะเร็ง” เช่น การตรวจแป๊ปสเมียร์ ซึ่งเป็นการตรวจสอบเซลล์บริเวณปากมดลูกเพื่อหาเซลล์ที่ผิดปกติ และ ประการสุดท้าย คือ “การฉีดวัคซีนป้องกันเอชพีวี” ซึ่งหากจะฉีดวัคซีนให้ได้ผลและเกิดประโยชน์มากที่สุดนั้น ควรฉีดก่อนการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก

ความคืบหน้าวันนี้ กรุงเทพมหานครได้นำร่องเปิดโครงการ “การให้บริการวัคซีนป้องกันเอชพีวี (HPV) ในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร” ขึ้นมาแล้ว เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต่อการติดเชื้อเอชพีวี ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งปากมดลูก โดยมีกลุ่มเป้าหมาย...นักเรียนหญิงชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวนกว่า 18,000 คน ใน 438 โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร

วัตถุประสงค์สำคัญ เนื่องจากการฉีดวัคซีนให้แก่เด็กในช่วงอายุนี้จะมีประสิทธิภาพในการป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้สูงที่สุด

จุฑาภัค มีฉลาด ผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนวิชากร ซึ่งเป็นโรงเรียนที่กรุงเทพมหานครเปิดตัวโครงการการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันเอชพีวี บอกว่า นับว่าเป็นความโชคดีของโรงเรียนและเด็กๆ ที่ได้รับโอกาสนี้จากกรุงเทพมหานคร

ปัจจุบันเรามีการสอนเรื่องเพศศึกษาและการปฏิบัติตัวที่ดี เพื่อป้องกันตัวเองจากภัยและโรคอันตรายต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะ “โรคมะเร็งปากมดลูก” ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อเอชพีวี

“เมื่อมีวิธีการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ เราก็อยากจะให้เด็กของเราเข้าถึงได้ จึงรู้สึกขอบคุณกรุงเทพมหานครมากที่จัดโครงการนี้ขึ้นมา เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่ายในอนาคตทั้งตัวเด็กเอง ผู้ปกครอง สังคม และประเทศชาติ”

“มะเร็งปากมดลูกเป็นโรคที่อันตรายมาก...” ด.ญ.พลอยไพลิน ทันการ นักเรียนหญิงชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันเอชพีวีบอก

“คุณพ่อ...คุณแม่ดีใจมากที่หนูจะได้รับวัคซีนป้องกันเอชพีวีฟรี เพราะถ้าไปฉีดข้างนอก จะต้องเสียค่าใช้จ่ายหลายพันบาท...หนูไม่กลัวเข็ม แต่กลัวการเจ็บป่วยที่ทรมาน หนูอยากมีร่างกายแข็งแรงเพื่อทำอะไรดีๆในวันข้างหน้าให้กับพ่อแม่และประเทศค่ะ ขอบคุณกรุงเทพมหานครที่จัดโครงการดีๆแบบนี้ให้หนูและเพื่อนๆค่ะ”

ด.ญ.พลอยไพลิน กล่าวทิ้งท้าย

“กรุงเทพมหานครเป็นหน่วยงานภาครัฐแห่งแรกในประเทศไทยที่จัดให้มีบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกแก่เด็กนักเรียนฟรี” ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร บอกอีกว่า จากการศึกษาข้อมูลพบว่าการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อเอชพีวีเป็นการป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งเป็นการดำเนินการเชิงรุกที่เน้นป้องกัน...ลดความเสี่ยงตั้งแต่แรกเริ่ม

นอกจากนี้ในอีกมุมหนึ่งยังช่วยประหยัดงบประมาณในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกในอนาคตอีกด้วย กทม. จึงอยากเชิญชวนให้หน่วยงานทั้งภาครัฐ...เอกชน หันมาให้ความสำคัญต่อเรื่องนี้มากขึ้นเพื่อป้องกันโรคให้กับประชาชนและประหยัดงบประมาณเพื่อการรักษาในอนาคต

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ย้ำว่า ภาครัฐ...ภาคเอกชน รวมทั้งประชาชนต้องพิจารณาว่า เราอยากจะเสียค่าใช้จ่ายจำนวนเล็กน้อยเป็นค่าฉีดวัคซีนป้องกันในวันนี้ หรือจะยอมเสียค่าใช้จ่ายเป็นแสนๆ เพื่อการรักษาโรคในวันข้างหน้า การฉีดวัคซีนยังเป็นการลดภาระทางสังคมในการดูแล รักษา ลดความเจ็บปวดทางด้านสภาพจิตใจทั้งของผู้ป่วยเอง...คนรอบข้าง ซึ่งเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนที่สำคัญกว่าเรื่องค่าใช้จ่ายเสียอีก

ศาสตราจารย์แพทย์หญิงอุษา ทิสยากร นายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย เสริมว่า การป้องกันโรคเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะเราต้องการประชาชนที่แข็งแรงเพื่อสร้างคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติในอนาคต การฉีดวัคซีนได้ป้องกันชาวโลกจากโรคต่างๆมากมาย เช่น โรคฝีดาษ ซึ่งถูกกำจัดหมดไปจากโลกนี้ โรคโปลิโอ ซึ่งกำลังจะถูกกำจัดออกไปจากโลกนี้ในลำดับถัดไป

นอกจากนี้แล้ว...บางโรคที่ยังไม่สามารถกำจัดออกไปโดยเด็ดขาดก็ถูกควบคุมป้องกัน โดยการฉีดวัคซีนป้องกันโรค อย่างเช่น คอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ฉะนั้น...นี่จึงเป็นโอกาสดีของเด็กนักเรียนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครที่จะได้รับการป้องกันตัวเองจากโรคมะเร็งปากมดลูก...

ความสำเร็จในการป้องกันคงพิสูจน์ให้เห็นได้ไม่ยาก สถิติผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกรายใหม่...จะสะท้อนให้เห็นเองในอนาคต.

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้