“การุณยฆาต”
นำเข้าเมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2558 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [685]  

บุตรสาวเผย “ลี กวน ยู” เคยคิดให้หมอทำหลังภริยาสุดที่รักตายจากไป .....

 
บุตรสาวเผย “ลี กวน ยู” เคยคิดให้หมอทำ “การุณยฆาต” หลังภริยาสุดที่รักตายจากไป
อดีตนายกรัฐมนตรี ลี กวน ยู แห่งสิงคโปร์ และนาง ควา เกี๊ยก ชู ภริยา
        เอเอฟพี – อดีตนายกรัฐมนตรี ลี กวน ยู บิดาผู้ก่อตั้งประเทศสิงคโปร์ รู้สึกหมดอาลัยตายอยากในชีวิตจนเคยคิดให้แพทย์ทำ "การุณยฆาต" หลังภริยาคู่ทุกข์คู่ยากได้ตายจากไปเมื่อปี 2010 บุตรสาวอดีตผู้นำเกาะสิงห์เผยวันนี้ (10 ส.ค.)
       
       ลี เว่ย หลิง บุตรสาวของ ลี กวน ยู ซึ่งมีอาชีพเป็นแพทย์ ได้เขียนคอลัมน์ลงในหนังสือพิมพ์สเตรทไทม์ส หลังจากที่รัฐบาลสิงคโปร์ได้จัดพิธีเฉลิมฉลองเอกราชครบ 50 ปีอย่างยิ่งใหญ่วานนี้ (9 ส.ค.)ว่า “ช่วงปีท้ายๆ ที่คุณพ่อต้องมีชีวิตอยู่โดยปราศจากคุณแม่ เป็นเวลาที่ยากลำยากและระทมทุกข์สำหรับท่าน”
       
       “ท่านเคยคุยกับหมอเรื่องทำการุณยฆาต ซึ่งหมอก็ยืนยันว่ามันผิดกฎหมายสิงคโปร์ ดิฉันเองก็บอกท่านว่า จะให้พาไปทำเช่นนั้นในประเทศอื่นก็ผิดกฎหมายเหมือนกัน” ลี เขียน
       
       พญ. ลี ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาอาวุโสของสถาบันประสาทวิทยาแห่งชาติ และเป็นน้องสาวแท้ๆ ของนายกรัฐมนตรี ลี เซียน ลุง คำพูดของเธอเป็นที่สนใจของบรรดาสื่อมวลชนที่ต้องการล่วงรู้ถึงความเป็นไปภายในครอบครัวที่ทรงอิทธิพลที่สุดในสิงคโปร์
       
       อดีตนายกฯ ลี กวน ยู นอนโรงพยาบาลรักษาโรคปอดอักเสบอยู่นานเป็นเดือน และถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่ 23 มีนาคม ขณะอายุได้ 91 ปี การจากไปของเขานำความโศกเศร้าครั้งใหญ่มาสู่ชาวสิงคโปร์ทั้งประเทศ
       
       ในหนังสืออัตชีวประวัติของเขาที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2013 ลี กล่าวว่า ตนรู้สึกอ่อนแรงลงทุกวัน และหวังว่าความตายจะมาถึงอย่างรวดเร็วในวาระสุดท้าย
       
       สุขภาพที่เคยแข็งแรงของ ลี เริ่มส่งสัญญาณร่วงโรย หลังจาก ควา เกี๊ยก ชู ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากซึ่งอยู่กินกันมานานถึง 63 ปี ได้ด่วนจากโลกนี้ไปก่อนเมื่อปี 2010
       
       ลี ได้ทำหนังสือแสดงเจตนาล่วงหน้าทางการแพทย์ (Advance Medical Directive) สั่งห้ามมิให้แพทย์ใช้เครื่องมือใดๆ ก็ตามมายื้อชีวิต หากตนป่วยหนักจนไม่มีสติสัมปชัญญะ และอาจถึงแก่ความตายโดยธรรมชาติ
       
       ลี สำเร็จการศึกษาด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ และได้รับยกย่องเป็นรัฐบุรุษผู้ปลุกปั้นเกาะเล็กๆ อย่างสิงคโปร์ให้กลายเป็นศูนย์กลางการเงินและการค้าที่สำคัญของโลกขึ้นมาได้ แต่ขณะเดียวกันก็ถูกวิจารณ์ว่าปกครองประเทศแบบเผด็จการ
       
       ลี ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ตั้งแต่ได้เอกราชจากอังกฤษในปี 1959 และนำสิงคโปร์แยกตัวเป็นรัฐเอกราชจากมาเลเซียในปี 1965
       
       หลังครองเก้าอี้อยู่นานถึง 31 ปี ลี ตัดสินใจวางมือให้ผู้นำรุ่นสองอย่าง โก๊ะ จ๊กตง ก้าวขึ้นมาบริหารประเทศในปี 1990 และต่อมา โก๊ะ ก็ได้ส่งมอบอำนาจต่อให้แก่ ลี เซียนลุง ผู้เป็นบุตรชายของนายกฯคนแรก
       
       ลี กวนยู เกษียณจากการเป็นที่ปรึกษารัฐบาลในปี 2011 ทว่ายังคงดำรงตำแหน่ง ส.ส. เขตตันหยงพาการ์ ในขณะที่ถึงแก่กรรม

 
บุตรสาวเผย “ลี กวน ยู” เคยคิดให้หมอทำ “การุณยฆาต” หลังภริยาสุดที่รักตายจากไป
อดีตนายกรัฐมนตรี ลี กวน ยู ส่งจุมพิตครั้งสุดท้ายแก่ ควา เกี๊ยก ชู ในรัฐพิธีศพ เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2010
       

 
บุตรสาวเผย “ลี กวน ยู” เคยคิดให้หมอทำ “การุณยฆาต” หลังภริยาสุดที่รักตายจากไป
อดีตนายกรัฐมนตรี ลี กวน ยู ถ่ายภาพกับ ควา เกี๊ยก ชู และบุตรชายคนโต ลี เซียน ลุง ซึ่งเติบโตขึ้นมาเป็นผู้นำสิงคโปร์คนปัจจุบัน

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้