ชำแหละ..อาณาจักรหมื่นล้าน
นำเข้าเมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2558 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [855]  

ชำแหละ..อาณาจักรหมื่นล้าน ฉบับ..พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย "เหนื่อยใจ...แต่ก็ต้องทำ .....

คืบหน้าอย่างต่อเนื่องสำหรับการคลี่คลายปัญหาที่ส่อไปในทางทุจริตในหน่วยงานต่างๆ ภายใต้ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยเฉพาะ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และ องค์การค้า (อค.) ของ สกสค. โดยคณะกรรมการ สกสค.มีมติให้ "ยกเลิก" การก่อสร้าง อาคารพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ วงเงิน 360 ล้านบาท แจ้งความดำเนินคดีกับ บริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด กรณีใช้หลักทรัพย์ปลอมเกือบทั้งหมด หรือไม่มีมูลค่าตามที่แจ้งจริง ค้ำประกันการขายตั๋วสัญญาใช้เงินกับ สกสค.วงเงิน 2,500 ล้านบาท เพื่อลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี และให้บริษัทบิลเลี่ยนฯคืนเงิน 2,500 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย ขณะที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้อายัดทรัพย์ผู้บริหารบริษัทบิลเลี่ยนฯและคณะ มูลค่า 183 ล้านบาท และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อยู่ระหว่างการตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนผู้เกี่ยวข้อง 
 


และขณะนี้ สกสค.อยู่ระหว่างตรวจสอบการใช้เงินซื้อหุ้น บริษัท หนองคายน่าอยู่ จำกัด วงเงิน 800 ล้านบาท จำนวน 32 ล้านหุ้น หุ้นละ 25 บาท ขณะที่ราคาพาร์อยู่ที่ 10 บาท เพื่อลงทุนโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานขยะชุมชน บ้านป่าตอง ต.โพนสว่าง อ.เมือง จ.หนองคาย 

เช่นเดียวกับกรณีมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการ "โอน" หนังสือเรียนที่ อค.ที่เช่าเครื่องพิมพ์ของสำนักพิมพ์เอกชนแห่งหนึ่ง เข้าคลังสินค้าไม่ครบตามจำนวนที่สั่งพิมพ์จริง จำนวน 5.3 เล่ม มูลค่าประมาณ 34 ล้านบาท และผลจากการตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงของ อค.สรุปว่าโอนไม่ครบจริง เมื่อขยายผลก็พบกรณี อค.รับฝากขายหนังสือเรียนของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ที่มีแนวโน้มว่าไม่ถูกต้องตามระเบียบ อค.ด้วย

เพื่อให้ทราบถึงขั้นตอนการดำเนินการ "สะสาง" ปัญหาความไม่โปร่งใสภายใน ศธ. "มติชน" จึงสัมภาษณ์พิเศษ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รมว.ศธ.ถึงกระบวนการตรวจสอบความไม่โปร่งใสดังกล่าว


- การสะสางปัญหา สกสค.ตั้งแต่มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว?

"ได้ยินมาตลอดว่ามีกลุ่มคนที่แสวงหาประโยชน์จาก สกสค.และ อค. เพราะมีเงินจำนวนมาก ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากกองทุนโครงการเงินกู้ฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) และได้ตั้งกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการเงินกู้ ช.พ.ค.ขึ้น ซึ่งมีเงินค่อนข้างมาก ที่ผ่านมาผู้บริหารของ สกสค.มีอำนาจออกระเบียบใหม่เพื่อรองรับการดำเนินการต่างๆ โดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการ สกสค.และนำเงินจากกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษไปลงทุนกับบริษัทเอกชน แต่ไม่มีใครทำอะไรได้ เพราะการดำเนินการของกลุ่มคนเหล่านี้ใช้ระเบียบ กฎหมายมาเป็นเกราะป้องกันพอสมควร การจะแก้ปัญหานี้ จึงต้องใช้อำนาจพิเศษเพื่อจะเข้ามาเคลียร์ 

อย่างแรกเคลียร์คน เพื่อเข้าไปดูปัญหาต่างๆ เมื่อเข้าไปดูแล้วจะเห็นว่ามีอะไรอยู่เบื้องหลังค่อนข้างมาก อาทิ การนำเงิน 2,500 ล้านบาทไปลงทุนกับบริษัทบิลเลี่ยนฯ และเป็นการดำเนินการที่ไม่ค่อยปกติ ยิ่งเมื่อดูรายละเอียดลึกลงไปยิ่งพบพิรุธ การซื้อตั๋วสัญญาใช้เงิน แล้วบริษัทบิลเลี่ยนฯก็ไม่ได้ดำเนินการตามกฎหมาย เช่น ไม่ทำอาวัลกับธนาคาร ซึ่งตอนนั้นคณะกรรมการบริหารกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษ ซึ่งประธานในขณะนั้นพยายามโน้มน้าวคณะกรรมการว่ามีผลตอบแทนสูง ได้ดอกเบี้ยถึงร้อยละ 7 มากกว่าการนำเงินไปลงทุนในธนาคาร คณะกรรมการจึงเห็นชอบซื้อตั๋วสัญญาอีก 2,100 ล้านบาท และให้บริษัทบิลเลี่ยนฯไปทำการอาวัล แต่ปรากฏว่าไม่มีการอาวัล ช่วงเวลานั้น บริษัทบิลเลี่ยนฯจึงสร้างความมั่นใจให้กับคณะกรรมการโดยนำหลักทรัพย์มาค้ำประกัน ทั้งโฉนดที่ดิน อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี ดราฟต์ธนาคารฮ่องกงเซี่ยงไฮ้ (HSBC) เช็คธนาคารแลนด์แอนเฮ้าส์ ใบหุ้นฟุตบอลสโมสรเรดดิ้ง ประเทศอังกฤษ และเงินสกุลดีนาร์ ประเทศโครเอเชีย

ช่วงเวลานั้นครบกำหนดการคืนเงินล็อตแรก 500 ล้านบาท บริษัทบิลเลี่ยนฯนำเงินมาคืน ขณะที่ล็อตที่สองยังไม่ครบกำหนด และยังไม่มีการอาวัล บริษัทบิลเลี่ยนฯมาขอกู้อีก 400 ล้านบาท คณะกรรมการอนุมัติเพราะเชื่อใจ โดยทั้งหมดครบกำหนดวันที่ 28 ธันวาคม 2557 ซึ่งสุดท้ายทั้งงวดที่สองและสามไม่ได้อาวัล แต่นำหลักทรัพย์ทั้งหมดมาวางค้ำประกันเพื่อสร้างความมั่นใจ เพราะถ้าดูมูลค่าของทรัพย์สินที่นำมาวาง ถ้ามีมูลค่าจริงจะมากถึง 12,500 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าจำนวนเงินที่กู้ไปเกือบถึง 5 เท่า สุดท้ายครบกำหนดก็ไม่ได้ชำระเงินคืน และขอต่อเวลาถึงต้นปี 2558"

- การดำเนินการกับกลุ่มคนที่มีแนวโน้มทุจริต?

"หลังตรวจสอบพบว่าหลักทรัพย์ส่วนใหญ่ที่บริษัทบิลเลี่ยนฯนำมาค้ำประกันเป็นของปลอมได้ตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้องทันที อันดับแรกที่ทำทันทีที่ คสช.มีคำสั่ง คือให้คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) เข้ามาตรวจสอบ พร้อมกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เมื่อดูพฤติกรรมแล้วพบว่าน่าจะไม่โปร่งใส ทาง ปปง.และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) จึงเข้ามาตรวจสอบ ส่วน ศธ.ในฐานะที่เป็นเจ้าของเงิน ได้ติดตามทวงถาม แต่ไม่มีการตอบรับจากบริษัทบิลเลี่ยนฯ ส่วนดอกเบี้ยร้อยละ 7 เป็นเงินประมาณ 130 ล้านบาท ขณะเดียวกันนำหลักฐานเอกสารต่างๆ ไปแจ้งความไว้ที่ สน.ดุสิตเพื่อดำเนินการทางอาญา โดยเฉพาะการนำเอกสารปลอมมาค้ำประกันการซื้อตั๋วสัญญา ขณะเดียวกัน ปปง.ได้อายัดทรัพย์ ทั้งบริษัทบิลเลี่ยนฯและผู้บริหาร สกสค.รวม 19 คน 115 รายการ ส่วนใหญ่เป็นเงินในบัญชีธนาคาร เป็นเวลา 90 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในเดือนสิงหาคมนี้ และอยู่ระหว่างสอบสวนรายละเอียด 

การติดตามเรื่องนี้ต้องอาศัยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆเข้ามาร่วมดำเนินการตรวจสอบด้วยนั้น เพราะ ศธ.ไม่มีอำนาจ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ แต่เป็นเจ้าของเงิน เมื่อต้องการเงินคืนก็ต้องทวง"

- ต้นตอหรือสาเหตุที่ทำให้เกิดการทุจริตใน สกสค.?

"ปัญหาหลักจริงๆ คือคน มีหลายเรื่องที่ออกระเบียบเพื่อเอื้อประโยชน์พวกพ้อง มีบุคคลเข้ามาแสวงหาประโยชน์ก็ไปออกระเบียบลูก โดยไม่ได้ขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการ สกสค.ซึ่งขณะนี้ได้ยกเลิกระเบียบย่อยที่ไม่ถูกต้องไปแล้ว และจะทำในลักษณะการออกข้อบังคับ สกสค.โดยต่อไปการออกระเบียบอะไรก็ตาม จะต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการ สกสค.ก่อน แต่ที่ผ่านมา อย่างที่ทราบมีความพยายามนำกลุ่มคนที่เป็นพวกเดียวกัน เข้ามาเป็นคณะกรรมการ สกสค. ดังนั้นเวลาออกเสียงลงคะแนนหรือมีความเห็นอะไรก็ว่าตามกันไปหมด คนที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มนี้ก็เป็นเสียงน้อย จนเท่าที่ทราบหลังๆ ผู้ที่เป็นกรรมการโดยตำแหน่งเริ่มไม่เข้าประชุม เพราะจะไปทัดทานอะไรก็สู้ไม่ได้ ถามว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร ก็ต้องเลือกคนที่ซื่อสัตย์ โปร่งใส เข้าไปทำงาน"

- ปัญหาความไม่โปร่งใสในองค์การค้าฯ?

"หลัง คตร.เข้าไปตรวจสอบองค์การค้าฯ มีรายงานและข้อเสนอมายัง ศธ.ครั้งหนึ่ง โดยระบุว่าการดำเนินงานที่ผ่านมาขององค์การค้าฯยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร มีค่าใช้จ่ายสูงและการทำงานเกิดปัญหา โดยมีข้อเสนอว่าควรพิจารณาความจำเป็นว่าควรมีองค์การค้าฯต่อไปหรือไม่ หรือจะให้คงอยู่ไว้เพียงบางส่วน ยอมรับว่ามีการพิจารณาประเด็นนี้ เพราะองค์การค้าฯมีหนี้สินจำนวนมาก เฉพาะหนี้สินที่มีกับบุคลากรภายในเองก็หลายร้อยล้านบาท หนี้สินภายนอกอีกหลายพันล้านบาท เท่ากับว่าที่ทำงานอยู่ทุกวันนี้เหมือนทำงานใช้หนี้ ซึ่งไม่เกิดประโยชน์ ถ้าเป็นโรงพิมพ์เอกชนคงไม่ทำต่อแล้ว จึงต้องมาพิจารณาว่าจะปรับโครงสร้างอย่างไร แต่ยังไม่อยากฟันธงว่ายุบหรือไม่ยุบ ล่าสุดขอให้จุฬาลงกรณ์หาวิทยาลัยเข้ามาช่วยศึกษาข้อมูลว่าควรจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เพราะต้องคิดว่าถ้ายุบองค์การค้าฯจะมีผลกระทบอะไรกับวงการศึกษาหรือไม่"

- ปัญหาของคุรุสภา?

"ถ้าเทียบใน 3 หน่วยงาน คุรุสภามีเรื่องผลประโยชน์เข้าไปเกี่ยวข้องไม่มากนัก แต่ก็เห็นได้ว่าคุรุสภาจะมีลักษณะเดียวกับคณะกรรมการ สกสค.ที่ดึงพวกพ้องเข้าไปร่วม เวลามีมติออกมาก็อาจจะเพี้ยน หรือไปสร้างภาระ เป็นปัญหาในทางปฏิบัติ กีดกันคนที่มีความรู้ในสาขาที่ขาดแคลนไม่ให้เข้ามาเป็นครูได้ง่ายๆ ทั้งที่บางเรื่องอาจไม่จำเป็น และน่าจะลดหย่อน หรือผ่อนคลายได้ ตรงนี้เป็นอุปสรรคต่อระบบการศึกษา"

- ถึงเวลาต้องยกเครื่อง สกสค., องค์การค้าฯ และคุรุสภา?

"ถูกต้อง ทั้ง 3 หน่วยงานควรจะปรับระบบการทำงานให้กระชับ กะทัดรัด และมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐ ตอบสนองความจำเป็นด้านการศึกษา" 

- ทำไมถึงเริ่มต้นสะสางปัญหาทุจริตใน 3 หน่วยงานนี้ก่อน?

"เรื่องที่ได้ยินคนใน ศธ.บ่นให้ฟังเสมอคือปัญหาการทำงานของทั้ง 3 หน่วยงานนี้ว่ามีสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และดูไม่โปร่งใส รวมถึงการร้องเรียนปัญหาการทุจริตใน สกสค. การนำเงินไปใช้สุรุ่ยสุร่าย พาคนไปเที่ยวต่างประเทศ ครั้งละ 30-40 คน ขนาดผมนั่งอยู่จะพาคนเป็นร้อยคนไปยุโรป ใช้เงินหลายสิบล้านบาทในครั้งเดียวโดยไม่เกิดประโยชน์ ถ้าเป็นแบบนักการเมืองก็เหมือนการซื้อเสียง จะเห็นว่าความไม่ถูกต้องมีมาตลอด ใครแตะอะไรไม่ได้ เขามีกฎหมายของเขา ซึ่งผมก็ตัดสินใจแก้ปัญหาและไม่ได้หารือใคร เพราะเป็นเรื่องใน ศธ. แต่ก็ดูตามข้อมูล ดูเรื่องร้องเรียนที่เข้ามา จึงคิดว่าน่าจะถึงเวลา ปล่อยไว้อย่างนี้ก็ไม่ไหว"

- เหนื่อยหรือไม่กับแก้ปัญหาความไม่โปร่งใสที่หมักหมมมานาน?

"เหนื่อยใจ คิดว่าทำไมคนที่คิดจะโกง ก็พยายามทำ ทั้งที่ก็ย้ำก็เตือน โดยเฉพาะระดับผู้บริหารซึ่งเห็นหน้าเห็นตากัน ไม่อยากจะไปตั้งกรรมการสอบสวนใคร แทนที่จะเอาเวลาไปทำงานอย่างอื่น ต้องมานั่งอ่านเอกสาร ซึ่งไม่ใช่เรื่อง แต่ก็ต้องทำ ไม่ทำก็ไม่ได้ เมื่อมารับผิดชอบแล้ว ก็ต้องดูแล ไม่อยากให้เกิดปัญหาการทุจริตขึ้น"

- นโยบายปราบทุจริตภายใน ศธ.เป็นอย่างไร?

"ศธ.ได้รับงบประมาณค่อนข้างมาก และมักมีข้อร้องเรียนว่าทุจริตในหลายเรื่อง ซึ่งในภาพรวมตั้งแต่ระดับนโยบายรัฐบาล และนายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำเรื่องความโปร่งใสในการทำงานมาตลอด ในการประชุมผู้บริหาร ศธ.แต่ละครั้งพยายามเน้นย้ำเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณว่าต้องไม่ให้มีทุจริตเกิดขึ้นในทุกเรื่อง รวมถึงการใช้งบประมาณจัดอีเวนต์ต่างๆ ที่ไม่คุ้มค่า"

- เป็นผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) กับ รมว.ศธ.อะไรง่ายกว่ากัน?

"ที่ ศธ.ยากกว่า เป็น ผบ.ทร.ลูกน้องมีระเบียบวินัย และไม่มีปัญหานำงบประมาณไปใช้ไม่คุ้มค่า เพิ่งมาเจอที่นี่ ทร.จะใช้งบประมาณ 1-2 ล้านบาท คิดแล้วคิดอีก เป็นเรื่องยากเย็นมาก แต่ที่นี่อนุมัติกันสิบยี่สิบล้านบาท ร้อยล้านบาท ง่ายนิดเดียว ที่สำคัญในกองทัพไม่มีการเมือง ที่จับคนนี้มาอยู่ตรงนั้น เพื่อหวังผล"

 

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้