บิดเบี้ยว? #Dontjudgechallenge “อย่าตัดสิน” หรือ “ยิ่งตัดสิน” คนที่หน้าตา
นำเข้าเมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2558 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [1044]  

บิดเบี้ยว? #Dontjudgechallenge “อย่าตัดสิน” หรือ “ยิ่งตัดสิน” คนที่หน้าตา.....

บิดเบี้ยว? #Dontjudgechallenge “อย่าตัดสิน” หรือ “ยิ่งตัดสิน” คนที่หน้าตา

 

บิดเบี้ยว? #Dontjudgechallenge “อย่าตัดสิน” หรือ “ยิ่งตัดสิน” คนที่หน้าตา

 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
บิดเบี้ยว? #Dontjudgechallenge “อย่าตัดสิน” หรือ “ยิ่งตัดสิน” คนที่หน้าตา

บิดเบี้ยว? #Dontjudgechallenge “อย่าตัดสิน” หรือ “ยิ่งตัดสิน” คนที่หน้าตา

บิดเบี้ยว? #Dontjudgechallenge “อย่าตัดสิน” หรือ “ยิ่งตัดสิน” คนที่หน้าตา

บิดเบี้ยว? #Dontjudgechallenge “อย่าตัดสิน” หรือ “ยิ่งตัดสิน” คนที่หน้าตา

หรืออย่าตัดสินจากภายนอกกลายเป็นกระแสใหม่มาแรงในโลกออนไลน์ จากจุดเริ่มรณรงค์ไม่ให้คนรังแกรังเกียจคนที่ดูขี้เหร่ แต่เมื่อแคมเปญดังกล่าวเผยแพร่ออกไปกลับถูกบิดเบือนจนเนื้อหาสาระสูญเสีย กลายเป็นแคมเปญตลกล้อเลียนที่ท้ายที่สุดกลับถูกตั้งคำถามว่า สิ่งนี้ยิ่งกลายเป็นการซ้ำเติมการตัดสินคนอื่นแต่เพียงภายนอกเท่านั้นหรือเปล่า?
        
        โดยจุดเริ่มต้นของแคมเปญ Don't judge me นั้นมีขึ้นเพื่อรณรงค์ไม่ให้คนรังแกคนที่ภายนอกดูขี้เหร่ และอย่ามองคนที่ภายนอกซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากคลิปวิดีโอ “You look disgusting” (เธอดูน่ารังเกียจ) ของ “เอ็ม ฟอร์ด” (Em Ford) บล็อกเกอร์ด้านความงามชาวอังกฤษ
       
       เหตุการณ์ทั้งหมดนั้นเริ่มหลังจากที่เธอได้โพสต์รูปหน้าสดซึ่งเต็มไปด้วยสิว ผู้คนจึงเข้ามาวิจารณ์ใบหน้าของเธออย่างรุนแรง ทั้งแสดงความรังเกียจจนถึงใช้ถ้อยคำหยาบคาย หลังจากนั้นเธอกลับมาแต่งหน้าสวยอีกครั้ง ผู้คนก็เปลี่ยนท่าทีเข้ามาชื่นชมเธอ แต่แน่นอนว่าก็มีบางส่วนที่ยังคงตั้งแง่รังเกียจเธอ จนคลิป “You look disgusting” ของเธอถูกเผยแพร่
       
        ในคลิปนั้นเริ่มด้วยใบหน้าของเธอที่ปราศจากเครื่องสำอางพร้อมคอมเมนต์จริงจากโลกออนไลน์มากมายที่วิจารณ์เธอในทางที่เสียหายตั้งแต่ “เกิดอะไรขึ้นกับใบหน้าเธอน่ะ” “ฉันไม่สามารถทนดูใบหน้าของเธอได้อีกแล้ว” “ขี้เหร่” “เธอดูน่าเกลียดจริงๆ”
       
        จากนั้นเธอก็เริ่มแต่งหน้า และคอมเมนต์ชื่นชมที่อยู่ในโลกออนไลน์จริงๆ ก็ปรากฏ “คุณดูสวยมาก” “ฉันรักการแต่งหน้าของคุณจัง” “มันน่าตื่นตะลึงจริงๆ” แต่ก็มีคำติตามมาด้วย “คุณแต่งหน้ามากเกินไปนะ” “คุณมันขี้เหร่ถึงจะต้องแต่งหน้ายังไงละ” “เธอก็ยังดูแย่อยู่ดีนั่นแหละ”
       
       เธอร้องไห้และเริ่มปาดเก็บเอาเครื่องสำอางออกจากใบหน้าของตัวเองพร้อมข้อความของผู้คนที่เจ็บปวดจากการถูกรังเกียจ ถูกตัดสินแต่เพียงรูปลักษณ์ภายนอก “ฉันรู้สึกว่าตัวเองน่าเกลียดมาก” “เครื่องสำอางทำให้ฉันรู้สึกดี” “ฉันอายุ 42 แต่ก็ยังเป็นสิว” “มันทำให้ฉันร้องไห้” จนท้ายที่สุดเมื่อใบหน้าของเธอกลับปราศจากเครื่องสำอางอีกครั้งก็ปรากฏข้อความ “คุณดูสวยงาม” “คุณสวยงาม” ก่อนปิดท้ายด้วยข้อความที่บอกว่า คุณสวยงามได้อย่าให้ใครมาบอกว่าคุณไม่ได้เป็นแบบนั้น แม้แต่ตัวของคุณเอง
       
        คลิปดังกล่าวกลายเป็นกระแสพูดถึงด้วยการนำเสนอที่สร้างความสะเทือนใจ ทั้งยังบอกเล่าถึงความเจ็บปวดที่หลายคนเผชิญอยู่ ไม่นานก็เกิดแคมเปญ #Dontjudgechallenge ขึ้นตามมาในหมู่วัยรุ่นที่พากันแต่งหน้าของตัวเองให้ดูน่าเกลียดก่อนเปลี่ยนเป็นใบหน้าปกติที่ดูหล่อ - สวย ซึ่งยิ่งนานไปแคมเปญดังกล่าวที่มีต้นกำหนดมาจากการไม่ตัดสินคนจากภายนอกกลับส่งผลตรงกันข้ามเพราะหลายคนมองว่า การกระทำลักษณะนี้เป็นแต่เพียงการล้อเลียนคนหน้าตาแย่และอวดโฉมที่ดูดีของตัวเองมากกว่า
       
        กระทั่งในเวลาต่อมา Jamie-Lee Girvan หญิงสาวผู้เป็นมะเร็งได้โพสต์คลิปใบหน้าที่แต่งเครื่องสำอางแล้วก่อนค่อยๆ ลบออก เผยให้เห็นใบหน้าและศีรษะที่ไม่เหลือผมอยู่แล้วจากการรักษามะเร็ง แต่เธอก็ยังยิ้ม สื่อให้ทุกคนมีความสุขกับสิ่งที่ตนเองเป็น
       
        อย่างไรก็ตาม กิจกรรม #Dontjudgechallenge ในรูปแบบที่แต่งตัวเองให้ขี้เหร่ก่อนเผยใบหน้าที่ดูดีกลับเป็นที่นิยมมากกว่าจนเข้ามาสู่ประเทศไทยคนดังในวงการบันเทิงก็ร่วมถ่ายคลิปวิดีโอเพื่อรณรงค์ตามอาทิ แทค-ภรัณยู, โฟกัส จิระกุล, แจ็ค แฟนฉัน, กุ๊บกิ๊บ-สุมณทิพย์, ธัญญ่าและวู้ดดี้
       
        แต่ประเด็นในส่วนของเจตนารมณ์เดิมกับรูปแบบของแคมเปญที่เปลี่ยนก็ยังคงถูกตั้งเป็นคำถามจากชาวเน็ตในเมืองไทยด้วยเช่นกัน เพจ “Gthai movie เกย์เว้ยเฮ้ย” เพจค่ายหนังสำหรับเพศที่สามโพสต์ข้อความกล่าวถึงแคมเปญดังกล่าวที่ผิดเพี้ยนไปว่าเป็นเรื่องน่าเศร้า
       
        “พวกคนหน้าตาดีๆทั้งหลาย (ทั้งเมืองนอกและเมืองไทย) พากันตีความผิดๆกันหมด พากันแต่งหน้าให้ตัวเองอัปลักษณ์ก่อน แล้วค่อยลบออก แล้วอวดความสวยความหล่อของตัวเองกันใหญ่? อ้าว!!? ทุกอย่างผิดเพี้ยนไปหมด กลายเป็นว่า พวกคนหน้าตาดีได้โอกาสในการอวดความสวยความหล่อของตัวเอง ใช้การแกล้งแต่งหน้าให้น่าเกลียดๆ ก่อน แล้วอวดความสวยความหล่อทีหลัง กลับกลายเป็น "การเหยียด ล้อเลียน" คนที่หน้าตาไม่ดีหนักขึ้นไปอีก เพราะเอาคนหน้าตาดีๆมาแต่งหน้า "ล้อคนที่หน้าตาไม่ดี" แม้แต่พวกดาราไทย ก็ยังร่วมแคมเปญนี้แบบผิดๆ ตามกระแส” คือข้อความบางส่วนโพสต์ถึงประเด็นดังกล่าว
       
       ทางด้านของเพจดังอย่าง Drama-addict ที่เกาะติดประเด็นทางสังคมในโซเชียลมีเดียมาตลอดก็มองว่า สิ่งยิ่งกลายเป็นการตอกย้ำปัญหาที่เกิดขึ้นมากกว่า
       
        “ถ้าใครอยากร่วมแคมเปญนี้ คุณไม่ต้องไปแต่งหน้าให้ดูหน้าเกลียด สิวเขรอะอะไรเทือกนั้นหรอก ยิ่งทำ ยิ่งกลายเป็นตอกย้ำคนที่หน้าตาไม่หล่อไม่สวยเข้าไปใหญ่ เหมือนเขาเป็นตัวตลกยังไงยังงั้น ถ้าอยากร่วมแคมเปญนี้ ทำง่ายๆ ไปล้างเครื่องสำอางออกเลย แล้วมาดูกันว่าหนังหน้าสดๆแบบไม่มีเมกอัปมันเป็นยังไง”
       
        อีกเพจดังอย่าง “บันทึกของ ตุ๊ด” ก็มองว่าการตีความของผู้คนที่เข้าร่วมแคมเปญดังกล่าวอาจมีความแตกต่างกัน แต่ควรรู้ที่มาของแคมเปญนั้นๆ และตระหนักถึงความสำคัญเพื่อเกิดพลังที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมจริงๆ
       
        “แคมเปญนี้มีเนื้อแท้มาจากความเจ็บปวดไง และประโยชน์ของมันนอกจากจะทำให้คนตระหนักรู้ว่าสิ่งที่คุณพูดมันอาจส่งผลกระทบต่อจิตใจของคนอื่น เนื้อหาโดยรวมยังช่วยเป็นกำลังใจให้เพื่อนมนุษย์ได้อีกด้วย ซึ่งช่าเชื่อว่าถ้าเราเข้าใจสารจริงๆการเผยแพร่จะเป็นไปตามจุดประสงค์ที่ควรจะเกิด และนั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเข้าร่วมแคมเปญใดๆ ก็ตามในโลก
       
        “สุดท้ายนี้ในฐานะที่ก็เคยผ่านจุดร่วมที่คล้ายกับเอ็มมาก่อน ช่าขอเป็นกำลังใจให้คนที่ประสบปัญหาทุกรูปแบบที่เกี่ยวกับใบหน้าและร่างกายของตนนะคะ จริงอยู่ที่คำพูดของคนอื่นมักบั่นทอนจิตใจของเราได้อย่างเหลือเชื่อ แต่กระนั้นก็อยากให้นำสิ่งนั้นมาเป็นแรงผลักดันในการดำเนินชีวิต รวมถึงทำให้มันเป็นพลังในการต่อสู้กับความทุกข์นี้ให้ผ่านพ้นไป จะด้วยการแก้ไขหรือยอมรับมัน สุดท้ายแล้วก็อยากให้ยึดถือสิ่งที่เอ็ม ฟอร์ดได้บอกไว้ท้ายคลิปว่า “You’re Beautiful Don’t Let Anyone Told You Differently Not Even Yourself" - “คุณสวย อย่าให้ใครมาบอกว่าคุณไม่ได้เป็นแบบนั้น แม้แต่ตัวคุณเอง” และช่าเชื่อว่าทุกคนมีดีกว่านั้นแน่นอนค่ะ”
       
       

       
       
       
       
มาตามติด Facebook Fanpage และ Instagram

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้