ลงทุนตั้งบ่อนเพื่อนบ้านทางออก‘กาสิโนไทย’
นำเข้าเมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2558 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [1069]  

.....

 
ลงทุนตั้งบ่อนเพื่อนบ้านทางออก‘กาสิโนไทย’

ลงทุนตั้งบ่อนเพื่อนบ้าน ทางออก‘กาสิโนไทย’

              ท่ามกลางการถกเถียงเรื่องการเปิดกาสิโนถูกกฎหมายในประเทศไทย ซึ่งยังไม่มีวี่แววว่าจะได้ข้อยุติ มีนักวิชาการที่เคยศึกษาวิจัยเรื่องการพนันเสรี ได้เสนอทางออกน่าสนใจและน่าจะเป็นการผ่าทางตันระหว่างเรื่องเม็ดเงินที่ไทยจะได้รับจากการเปิดบ่อนกับผลกระทบทางสังคมที่จะตามมา

              นักวิชาการรายนี้ คือ "สติธร ธนานิธิโชติ" นักวิจัยสถาบันพระปกเกล้า โดยได้ทำการศึกษาวิจัยและเผยแพร่เป็นบทความในวารสารเศรษฐศาสตร์และนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ หัวข้อ “การพนันในมิติทางสังคม เศรษฐกิจและกฎหมาย”

              สรุปได้ว่าการตัดสินใจเชิงนโยบายในเรื่องการตั้งบ่อนการพนันถูกกฎหมายในประเทศไทยนั้น เกี่ยวพันกับแนวคิดและมุมมองใน 3 มิติ คือ สังคม เศรษฐกิจ และกฎหมาย ทำให้เกิดความเห็นที่แตกต่างกันระหว่างกลุ่มที่มีความคิดความเชื่อในแต่ละมิติ

              อย่างไรก็ดี ความเห็นพ้องต้องกันของบางสังคม บางประเทศ ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจากการผสานผลประโยชน์และการหยิบยกข้อดีจากแนวทางการศึกษาต่างๆ เพื่อสนับสนุนข้อด้อยที่เกิดขึ้นในแนวทางของตนเอง ฉะนั้นการริเริ่มขับเคลื่อนนโยบายเกี่ยวกับการพนันถูกกฎหมาย จึงเป็นเรื่องที่รัฐต่างๆ ต้องพิจารณาหาเหตุผลที่สอดคล้องกับบริบททางสังคมและสถานการณ์หนึ่งๆ ของตนเท่านั้น

              ในบางประเทศ การพนันเสรีอาจเกิดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการทางสังคม อาทิ เพื่อให้คนสูงอายุมีกิจกรรมทำยามว่าง หรือเพื่อให้คนในสังคมของตนซึ่งมีวัฒนธรรมชอบเล่นการพนันกันอย่างกว้างขวางได้มีโอกาสเล่นการพนันอย่างถูกกฎหมาย ขณะที่บางประเทศ การพนันเสรีเกิดขึ้นจากเหตุผลทางเศรษฐกิจ เพื่อนำรายได้เข้าสู่รัฐในรูปภาษี หรือเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลงทุนในโครงการก่อสร้างสถานการพนันขนาดใหญ่ หรือเพื่อใช้ธุรกิจพนันเป็นตัวส่งเสริมธุรกิจบันเทิง ท่องเที่ยว หรือบางประเทศเลือกดำเนินนโยบายการพนันเสรีด้วยเหตุผลเชิงกฎหมาย อาทิ ต้องการนำธุรกิจการพนันที่อยู่ “ใต้ดิน” ขึ้นมา “บนดิน” เพื่อการควบคุมดูแลที่ง่ายกว่า เป็นต้น

              ฉะนั้นการตัดสินใจที่จะยอมรับหรือปฏิเสธการพนัน จึงเป็นเรื่องที่ต้องขบคิดให้ละเอียด และจะต้องคำนึงถึงบริบทของสังคมด้วยว่าการพนันมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้คนในสังคมนั้นๆ อย่างไร ควรมีแนวทางหรือนโยบายสำหรับการจัดการกับการพนันอย่างไร มากกว่าการพยายามแสวงหาแนวทางสากลที่ใช้ได้กับทุกๆ สังคมอันเป็นเรื่องยุ่งยากและแทบจะเป็นไปไม่ได้

              สำหรับประเทศไทย หากพิจารณาในมิติทางเศรษฐกิจ รัฐบาลในรอบหลายปีที่ผ่านมา ก็มิได้อัตคัดขัดสนหรือสิ้นไร้ไม้ตอกถึงขั้นต้องชู “นโยบายการพนันเสรี” เพื่อกอบกู้วิกฤติชาติ เพียงแต่มูลค่าของอุตสาหกรรมการพนัน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในเศรษฐกิจใต้ดินนั้นค่อนข้างสูง ในมุมมองของผู้นำประเทศบางท่านจึงเห็นว่า การนำผลประโยชน์เหล่านี้มาจัดสรรโดยรัฐ เป็นแนวทางที่เย้ายวนและน่าจะดีกว่าการปล่อยให้ผลประโยชน์ดังกล่าวไปตกอยู่ในมือของคนบางกลุ่ม

              ด้วยเหตุนี้ การพนันจึงไม่ใช่ปัญหาในมิติทางเศรษฐกิจที่ประเทศไทยต้องรีบเร่งให้มีขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วน แต่ปัญหาที่สำคัญมากกว่าในกรณีของประเทศไทยกลายเป็นเรื่องของการบังคับให้เป็นไปตามกฎหมาย ดังจะเห็นว่าที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นการบังคับให้การพนันถูกกฎหมายที่มีอยู่เป็นไปตามเงื่อนไข หรือการปราบปรามไม่ให้มีการพนันที่ผิดกฎหมายก็ตาม ล้วนแต่ล้มเหลวทั้งสิ้น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ ความล้มเหลวในการจัดการเรื่องการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา และการปล่อยให้การพนันผิดกฎหมาย เช่น หวยใต้ดิน การพนันฟุตบอล กลายเป็นกิจกรรมที่ใครๆ ก็เข้าถึงได้มาช้านาน

              ดังนั้น ไม่ว่ารัฐบาลใดก็ตามที่คิดจะหยิบยกนโยบายการพนันเสรีขึ้นมาจะด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจหรือสังคมก็ตาม การทำให้สาธารณชนมีความเชื่อมั่นในกระบวนการบังคับใช้กฎหมายจึงเป็นสิ่งที่ต้องทำให้สำเร็จก่อนเป็นลำดับแรก

              นักวิจัยสถาบันพระปกเกล้าผู้นี้ ระบุด้วยว่า เมื่อแนวคิดการตั้งกาสิโนที่เสนอกันอยู่ในขณะนี้ มีประเด็นข้อถกเถียงเกี่ยวกับปัญหาสังคมและการบังคับใช้กฎหมายที่จะตามมา ในขณะที่กาสิโนถูกกฎหมายก็มีอยู่ในประเทศรอบบ้านไทย ฉะนั้นจึงมีความเป็นไปได้หากไทยจะไปร่วมลงทุนในการก่อสร้างกาสิโนในประเทศเพื่อนบ้านเหล่านั้น แล้วนำผลกำไรเป็นรายได้กลับเข้าประเทศ โดยไม่จำเป็นต้องไปแบกรับภาระหรือผลกระทบเชิงสังคมที่หลายฝ่ายกังวล

              อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลอีกด้านหนึ่งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับปฏิบัติการที่ทำงานด้านปราบปรามบ่อนการพนัน ได้สะท้อนความจริงของสถานการณ์บ่อนในประเทศไทย ว่าสามารถแบ่งได้หยาบๆ เป็น 3 ระดับ คือ

              1.บ่อนระดับท้องถิ่น ส่วนใหญ่เป็นบ่อนวิ่งตามงานศพ บ่อนในชุมชนที่รองรับนักพนันในพื้นที่นั้นๆ โดยทุกพื้นที่ของประเทศไทยมีบ่อนเล็กบ่อนน้อยเต็มไปหมด ส่วนใหญ่เป็น “บ่อนวิ่ง” ที่เปลี่ยนสถานที่เล่นไปเรื่อยๆ แล้วแต่ความสะดวก ความต้องการของนักพนัน และหลบเลี่ยงการติดตามจับกุมของเจ้าหน้าที่ บ่อนประเภทนี้ก็เช่น บ่อนตามงานศพ บ่อนพนันวัวชน บ่อนบั้งไฟ บ่อนพนันไก่ชน เป็นต้น ถือเป็นบ่อนเกรดซี

              2.บ่อนระดับหัวเมืองใหญ่และกรุงเทพฯ เช่น บ่อนประตูน้ำ บ่อนลอยฟ้า ถือเป็นบ่อนเกรดบี+ ถึงเอ พิจารณาจากปริมาณคนที่เข้าไปเล่น และการเข้าถึงของคนชั้นกลาง บ่อนประเภทนี้สามารถดึงดูดคนได้เยอะขึ้น ตั้งอยู่ตามชุมชนต่างๆ เช่น บ่อนเตาปูน บ่อนลอยฟ้า บางบ่อนมีการสร้างฐานมวลชนโดยรอบเพื่อป้องกันการเข้าทลายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

              3.บ่อนระดับไฮเอนด์ หรือบ่อนระดับบน เช่น บ่อนสุขุมวิท 24 ที่เพิ่งถูกทลายไปเมื่อไม่นานมานี้ ถือเป็นบ่อนเกรดเอ+ รองรับกลุ่มไฮโซ เปิดตามคอนโดมีเนียมหรู ผู้ที่จะเข้าไปใช้บริการต้องเป็นสมาชิก (เมมเบอร์) นักพนันจะบอกกันปากต่อปาก วงเงินการเล่นค่อนข้างสูง เพราะกลุ่มคนที่เข้าไปเล่นมีศักยภาพในการจ่าย

              บ่อนทั้ง 3 ประเภท 3 ระดับนี้ แก้ไม่ได้ด้วยการตั้งกาสิโน หรือเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ เพราะไม่ได้ตอบโจทย์นักพนันระดับต่างๆ เนื่องจากจะมีการกำหนดหลักเกณฑ์ของผู้มีสิทธิเข้าไปเล่น เช่น ต้องเป็นนักท่องเที่ยว มีพาสปอร์ต หรือมีเงินฝากจำนวนหนึ่ง ที่สำคัญไม่ใช่ว่ามีเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์แล้ว นักพนันชาวไทยจะไม่เดินทางไปเล่นนอกประเทศ
 

ใครที่ติดตามข่าวเรื่องข้อเสนอให้สร้างกาสิโนในประเทศไทยคงจะสังเกตถึงความแปลก ๆ ของความกระตือรือร้นที่ปรากฎตัวขึ้นมาอย่างฉับพลันทันการ และมีแรงหนุนจากระดับสูงหลายคนประหนึ่งไม่ได้นัดหมายกันล่วงหน้าเอาไว้

กลิ่นแปลก ๆ นี้มาพร้อมข่าวว่ามีกลุ่มนักลงทุนกาสิโนระดับโลกจากอเมริกาและสิงคโปร์ที่เกี่ยวกับ Marina Bay Sands มีกิจกรรมคึกคักมาระยะหลังนี้ในประเทศไทย พบปะผู้หลักผู้ใหญ่และล็อบบี้กันคนกลุ่มต่าง ๆ อย่างมีนัยสำคัญ

พร้อมกับการปล่อยข่าวจากฝ่ายต่าง ๆ ว่ากลุ่มคนที่ต้องการจะผลักดันให้ไทยเกิดกาสิโนกับที่คัดค้านน่าจะมาจากไหนบ้าง

บางคนบอกว่าประเทศเพื่อนบ้านที่มีบ่อนอยู่แล้วคงไม่อยากให้ไทยเปิดคาสิโนเพราะจะเท่ากับเป็นการแย่งลูกค้า

แต่อีกบางคนบอกว่านายทุนบ่อนใหญ่ระดับโลกที่มีกาสิโนอยู่ที่สิงคโปร์และมาเก๊ากำลังวิ่งเต้นมาเปิดในไทยเพราะเห็นศักยภาพทำเงินมหาศาล

หนีไม่พ้นว่าจะต้องมีการปล่อยข่าวใส่ร้ายทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายค้านเพื่อประโยชน์แห่งตน

จึงเป็นหน้าที่ของคนไทยทั้งหลายที่จะต้องใคร่ครวญไตร่ตรองประเด็นนี้ให้รอบคอบเพราะในท้ายที่สุดการตัดสินใจเรื่องกาสิโนไม่ควรจะขึ้นอยู่กับผลประโยชน์ของกลุ่มธุรกิจหรือกลุ่มการเมืองไม่ว่าจะเป็นในประเทศหรือต่างประเทศที่มองเฉพาะระยะสั้น แต่ไม่มองผลพวงที่จะตามมาสำหรับคนไทยทั่วประเทศทั้งรุ่นปัจจุบันและรุ่นต่อ ๆ ไป

ข้อเสนอเรื่อง “กาสิโน” ของกลุ่มที่สนับสนุนก็มิใช่จะมาแนวเดียวกันหมด 

บางคนเสนอตั้งกาสิโนเป็นบ่อนเสรีถูกต้องตามกฎหมายอย่างโจ่งแจ้ง เหมือนที่เปิดตรงชายแดนไทยกับกัมพูชา, ลาวและพม่า

บางคนบอกว่าควรจะเปิดแบบสิงคโปร์คือมีการจำกัดว่าคนที่จะเข้าไปเล่นกาสิโนได้ต้องเป็นคนต่างด้าวแสดงหนังสือเดินทาง ส่วนคนท้องถิ่นจะเข้าไปเล่นได้ต้องมีอายุเกิน 30 และมีรายได้ไม่ต่ำกว่าสองสามแสนบาทต่อเดือนเป็นต้น

อีกข้อเสนอหนึ่งเป็น Entertainment Complex หรือเครือข่ายบันเทิงที่มีทั้งโรมแรม, ศูนย์ช็อบปิ้ง, ศูนย์อาหารที่รวมเอากาสิโนเข้าไปด้วย เป็นทำนองว่าไม่เอาบ่อนการพนันมาเป็นตัวชูโรงเพื่อป้องกันการถูกวิพากษ์วิจารณ์

อีกด้านหนึ่งเสนอว่ากาสิโนควรจะเป็นส่วนหนึ่งของการทำศูนย์กลาง MICE ที่ย่อมาจาก Meetings, Incentive Travel, Conventions, Exhibitions/Events ซึ่งเป็นการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการประชุมนานาชาติ, การท่องเที่ยว, การแสดงและการจัดกิจกรรมระดับสากล

คนที่คัดค้านยืนยันว่าไม่ว่าจะเสนอมาในรูปแบบไหน หากการพนันกลายเป็นเรื่องถูกกฎหมายแบบเดียวกับบ่อนการพนันในต่างประเทศ, เหตุผลที่ต้องต่อต้านก็ยังไม่ได้เปลี่ยนไป นั่นคือการที่ผู้รักษากฎหมายไม่อาจจะบังคับใช้กฎหมายได้ทำให้เกิดปัญหาอาชญากรรมเพิ่ม เปิดทางให้มีการฟอกเงินสำหรับผู้ทำผิดกฎหมาย คอร์รัปชั่น และไม่ได้มีผลต่อเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญเพราะเงินที่หมุนเวียนเปลี่ยนกันในบ่อนไม่ได้ช่วยเพิ่มการผลิตด้านเศรษฐกิจแต่อย่างไร

เหตุผลของฝ่ายสนับสนุนมีหลัก ๆ เพียงประการเดียวนั่นคือการเพิ่มรายได้ให้กับรัฐเพื่อนำมากระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังซบเซา ส่วนการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวนั้นไม่น่าจะเป็นประเด็นหลักเพราะทุกวันนี้ เมืองไทยมีนักท่องเที่ยวสูงกว่าใครในอาเซียนอยู่แล้ว อีกทั้งจุดดึงดูดคนมาเที่ยวไทยนั้นหลัก ๆ ก็คือธรรมชาติ, อาหาร, ความเป็นคนไทยและความสะดวกสบาย

ที่สำคัญคือการมีคาสิโนไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการ “ปฏิรูปประเทศ” เพื่อ “คืนความสุข” ตาม Roadmap ของนายกรัฐมนตรีแน่นอน

เพราะทันทีที่มีข้อเสนอ

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้