ดูยัง? รวมคลิปวินาที (ชมคลิป)
นำเข้าเมื่อวันที่ 26 เม.ย. 2558 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [1443]  

.....

แผ่นดินไหวเนปาลอยู่ในย่านเปลือกโลกแอคทีฟเหมือน จ.เชียงราย

แผ่นดินไหวเนปาลอยู่ในย่านเปลือกโลกแอคทีฟเหมือน จ.เชียงราย
หอคอยธาราฮารา ที่เสียหายจากแผ่นดินไหวแต่ละครั้ง
        นักวิจัย สกว.ชี้ 10 พื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหว ระบุเหตุวันที่ 25 เม.ษ.ในเมืองเนปาลซ้ำรอยเหตุแผ่นดินไหวเมื่อ 182 ปีก่อน และอยู่ในย่านแนวมุดตัวของแผ่นเปลือกโลกที่ค่อนข้างจะแอคทีฟเหมือนที่ อ.แม่ลาว จ.เชียงราย พร้อมแนะไทยเองควรรับมือแผ่นดินไหววงกว้าง
       
       กรณีเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาล ดร.ธีรพันธ์ อรธรรมรัตน์ นักวิจัยในชุดโครงการลดภัยพิบัติแผ่นดินไหวในประเทศไทย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จากมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ในทางวิชาการแล้วแผ่นดินไหวที่เนปาลไม่เกี่ยวข้องกันกับประเทศไทย เนื่องจากยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดที่สามารถบ่งชี้ได้ว่า แผ่นดินไหวขนาดใหญ่จะทำให้เกิดแผ่นดินไหวในอีกที่ซึ่งห่างไกลกันนับพันกิโลเมตรได้ แต่ยังพอเป็นไปได้สำหรับแผ่นดินไหวมากกว่า 7.0 ที่จะส่งผลต่อพื้นที่ระยะใกล้ระดับ 100 กิโลเมตร
       
       ทั้งนี้ แผ่นดินไหวในโซนเทือกเขาหิมาลัยนั้นมีการคาดการณ์ล่วงหน้ามานานแล้วว่าน่าจะเกิดขึ้น โดยจากข้อมูลทางประวัติศาสตร์ในผลงานตีพิมพ์ของ Bilham พบว่า เหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 25 เม.ษ.ที่ผ่านมานั้นมีขนาดและตำแหน่งตรงกันกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดเมื่อ ค.ศ.1833 ขนาด 7.4 แมกนิจูด จึงอาจจะเหมือนกับว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำรอยเดิมเมื่อ 182 ปีที่แล้ว
       
       "แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 25 เม.ษ.ที่ผ่านมานั้นน่าจะเกิดคนละโซนกับเมื่อปี ค.ศ. 1934 เมื่อ 81 ปีที่แล้ว สิ่งที่บ่งชี้ว่าเมื่อปี ค.ศ. 1833 นั้นเคยเกิดแผ่นดินไหวก็คือ หอคอยธาราฮารา ซึ่งเป็นหอคอยขนาดใหญ่ใจกลางเมืองกาฐมาณฑุที่พังถล่มมาจากทั้งสามเหตุการณ์ในปี ค.ศ. 1833, 1934 และ 2015" ดร.ธีรพันธ์ระบุ
       
       กรณีแผ่นดินไหวของเนปาล ดร.ธีรพันธ์ระบุว่าน่าจะเป็นกรณีบ่งชี้ถึง แนวมุดตัวของแผ่นเปลือกโลกในย่านนี้ที่ค่อนข้างจะแอคทีฟ คือมีการสะสมพลังงานและปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่องนับจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในย่านนี้โดยเรียงตามปีที่เกิด คือ
       
       1.เกาะสุมาตราเหนือ อินโดนีเซีย ค.ศ.2004 (9.2 แมกนิจูด)
       
       2.เกาะนีอาส อินโดนีเซีย ค.ศ.2005 และ 2007 (8.7 และ 8.5 แมกนิจูด)
       
       3.เมืองเหวินฉวน จีน ค.ศ.2008 (7.9 แมกนิจูด)
       
       4.หมู่เกาะอันดามัน อินเดีย ค.ศ.2009 (7.5 แมกนิจูด)
       
       5.มัณฑะเลย์ เมียนมาร์ ค.ศ.2011 (6.8 แมกนิจูด)
       
       6.เมืองชเวโบ เมียนมาร์ ค.ศ.2012 (6.8 แมกนิจูด)
       
       7.มหาสมุทรอินเดีย อินโดนีเซีย ค.ศ.2012 (8.2 และ 8.6 แมกนิจูด)
       
       8.มณฑลเสฉวน จีน ค.ศ.2013 ( 6.6 แมกนิจูด)
       
       9.แม่ลาว จ.เชียงราย ค.ศ.2014 (6.1 แมกนิจูด)
       
       10.เนปาล ค.ศ.2015 (7.9 แมกนิจูด)
       
       “เราไม่สามารถหนีแผ่นดินไหวได้ แต่เราสามารถสร้างอาคารให้มั่นคงขึ้นได้ โดยอีกรูปแบบหนึ่งที่น่าจะคิด คือ เราจะทำการรับมือกับแผ่นดินไหวขนาดใหญ่อย่างไร ถ้ารอยเลื่อนแม่จันเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่มากกว่า 7.0 แมกนิจูด เพราะความเสียหายจะกระจายเป็นวงกว้างเหมือนกับที่ประเทศเนปาลกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีมากกว่า 10 เมืองของเนปาลที่น่าจะประสบความเสียหายรุนแรงและมีประชากรมากกว่า 1 แสนคนเกือบทุกเมือง” ดร.ธีรพันธ์กล่าว

 
แผ่นดินไหวเนปาลอยู่ในย่านเปลือกโลกแอคทีฟเหมือน จ.เชียงราย
แนวการเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่แต่ละครั้งในเนปาล

 

หลังจากเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง ขนาด 7.9 ในเนปาล ห่างจากกรุงกาฐมาณฑุไม่ถึง 80 กม. ส่งผลให้เกิดแรงสั่นสะเทือนรุนแรงมาก ทำให้บ้านเรือนและถนนพังเสียหายมหาศาล สร้างความเสียใจหดหู่ใจ สะเทือนอารมณ์แก่ชาวโลกเป็นอย่างมากกับการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง..

ซึ่งในยุคสมัยนี้การใช้พลังโซเชียลฯ ไม่ว่าจะเป็นในเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ หรือการถ่ายคลิปเหตุการณ์ต่างๆ อัพลงในยูทูป เมื่อมีคนเห็น และช่วยกันแชร์ ทำให้เกิดความช่วยเหลือได้รวดเร็วยิ่งขึ้น "ไทยรัฐออนไลน์" จึงได้รวบรวมคลิปเสี้ยววินาทีความน่ากลัวของการเกิดแผ่นดินไหวในครั้งนี้มาให้ได้ชมกันเพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักและรับมือกับมันได้ จะเป็นอย่างไรกันบ้าง ไปชมพร้อมๆ กันได้เลย

คลิปแรก จากกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ภายในที่พักอาศัย ซึ่งจากวิดีโอนั้นมีภาพคนและสัตว์ที่กำลังวิ่งหนีแผ่นดินไหวในครั้งนี้กันจ้าละหวั่น (ชมคลิป)

คลิปที่ 2 เป็นคลิปวิดีโอริมสระน้ำเผยให้เห็นนาทีที่ธรณีพิโรธ สั่นไหวรุนแรงจนน้ำกระเฉาะออกมา สระว่ายน้ำพังพินาศ (ชมคลิป)

คลิปที่ 3 เป็นคลิปบนถนนแห่งหนึ่งในกรุงกาฐมาณฑุ ประชาชนวิ่งหนีแผ่นดินไหว พยายามออกจากอาคาร ตึกที่ปรักหักพังลงมา (ชมคลิป)

คลิปที่ 4 เป็นคลิปของนักดนตรีกลุ่มหนึ่งกำลังอัดคลิปร้องเพลง เล่นดนตรีอยู่ดีๆ จู่ๆ ก็เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวจนพวกเขาต้องวิ่งหนีกันออกมาจากห้องพัก หลังจากออกมาจากตัวอาคารแล้ว พวกเขาก็ยังอารมณ์ดีขับร้องเพลงกันต่อได้เพื่อเป็นการผ่อนคลายอารมณ์ (ชมคลิป)

คลิปที่ 5 เป็นคลิปรวมเหตุการณ์ต่างๆ จากหลายๆ สถานที่ ทั้งจากมุมสูงที่มีตึกอาคาร พังลงมาให้เห็นกันต่อหน้าต่อตา และเหตุการณ์ที่ผู้คนหนีตายกันบริเวณถนนสายต่างๆ (ชมคลิป

[ชมคลิป] ต่อหน้าต่อตา! ช่างภาพสมัครเล่นบังเอิญถ่าย “ภูเขาไฟคาลบูโก” ระเบิด

[ชมคลิป] ต่อหน้าต่อตา! ช่างภาพสมัครเล่นบังเอิญถ่าย “ภูเขาไฟคาลบูโก” ระเบิด
        ภูเขาไฟคาลบูโกซึ่งอยู่ห่างจากกรุงซันติอาโก ของชิลี ไปทางใต้ราว 1,000 กิโลเมตร ใกล้เมืองเปอร์โตวาราสซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว เกิดปะทุขึ้นอย่างกะทันหันเมื่อเวลา 18.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ราว 04.00 น.วันที่ 23 เม.ย. ตามเวลาในไทย) โดยสื่อต่างประเทศมีการเผยแพร่ภาพที่ทั้งมหัศจรรย์และน่าสะพรึงกลัวออกมามากมาย

 
[ชมคลิป] ต่อหน้าต่อตา! ช่างภาพสมัครเล่นบังเอิญถ่าย “ภูเขาไฟคาลบูโก” ระเบิด
ภาพเอพี
        อย่างไรก็ตาม มีช่างภาพสมัครเล่น-นักท่องเที่ยวผู้หนึ่งที่สามารถจับภาพ ณ วินาทีที่ภูเขาไฟระเบิดเป็นครั้งแรกในรอบ 43 ปีไว้ได้โดยบังเอิญ ระหว่างที่เขาเดินป่าอยู่ ณ อุทยานแห่งชาติ Llanquihue โดยระหว่างที่เขาบันทึกภาพธรรมชาติ ป่าไม้ และน้ำตกที่สวยงามอยู่นั้นเอง ภูเขาไฟคาลบูโกก็เกิดปะทุขึ้น ทั้งนี้คลิปดังกล่าวมีความยาว 36 วินาที ถูกเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ยูทิวบ์ในชื่อบัญชี @Franco Valerio ตั้งแต่วันที่ 23 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยล่าสุดมาผู้เข้าไปชมมากกว่า 370,000 ครั้งแล้ว
       
       


 
 

advertiseme

สื่อนอกแพร่ภาพจากโดรน เผยความเสียหายจากดินไหวเนปาล (ชมคลิป)

 

(ภาพ: AP Photo)

สื่อต่างประเทศเผยแพร่ภาพจากคลิปวิดีโอซึ่งถ่ายโดยโดรน แสดงให้เห็นภาพความเสียหายจากแผ่นดินไหวภายในกรุงกาฐมาณฑุจากบนท้องฟ้า ในขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 4,000 รายแล้ว...

สำนักข่าวต่างประเทศเผยแพร่คลิปวิดีโอซึ่งถ่ายจากอากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรน แสดงให้เห็นความเสียหายภายในประเทศเนปาล ที่เกิดจากแผ่นดินไหวลูกใหญ่แรงสั่นสะเทือนระดับ 7.8 แมกนิจูด เมื่อวันที่ 25 เม.ย. โดยขณะนี้ มีผู้เสียชีวิตในเนปาลและประเทศข้างเคียงแล้วกว่า 4,000 ราย

ภาพจากโดรนแสดงให้เห็นความเสียหายมากมายเกิดกับอาคารบ้านเรือนทั่วกรุงกาฐมาณฑุ เมืองหลวงของประเทศ อาคารเก่าแก่หรือโบราณสถานหลายแห่งรวมถึง หอธาราฮารา หอคอยสูง 9 ชั้น ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1832 พังถล่มลงมาทั้งหมด

ขณะเดียวกัน ผู้ป่วยและผู้บาดเจ็บหลายพันคนในประเทศเนปาล ต้องนอนในเต็นท์กลางแจ้งเป็นคืนที่ 3 เมื่อวันจันทร์ เนื่องจากพวกเขาหวั่นวิตกว่า อาคารซึ่งได้รับความเสียหายจากเผ่นดินไหวและอาฟเตอร์ช็อกเกือบ 100 ลูก จะพังถล่มลงมาอีก ด้านหน่วยกู้ภัยก็ยังคงขุดซากปรักหักพังเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิตต่อไป แม้ความหวังเริ่มเลือนรางแล้วก็ตาม

 

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้