คนดังเพียบ
นำเข้าเมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2558 โดย นายจุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [915]  

ร่วมลงนามจดหมายเปิดผนึกถึง "บิ๊กตู่" ชะลอเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 .....

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
คนดังเพียบ ร่วมลงนามจดหมายเปิดผนึกถึง บิ๊กตู่ ชะลอเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21

คนดังเพียบ ร่วมลงนามจดหมายเปิดผนึกถึง บิ๊กตู่ ชะลอเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21

คนดังเพียบ ร่วมลงนามจดหมายเปิดผนึกถึง บิ๊กตู่ ชะลอเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21

คนดังเพียบ ร่วมลงนามจดหมายเปิดผนึกถึง บิ๊กตู่ ชะลอเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21

อดีตนักการเมือง นักวิชาการ และกูรูด้านพลังงาน เล็งยื่นจดหมายเปิดผนึก ชะลอเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ให้บิ๊กตู่ พิจารณา วันที่16 ก.พ.ประตู 4 ทำเนียบฯ ชี้ควรชะลอไปก่อน แนะทางที่ดีควรแก้ พรบ.ปิโตรเลียม มาตรา 56 ก่อนเนื่องจากเสียผลประโยชน์มหาศาล เตือนอย่าฟังความข้างเดียวน้ำมันโลกภาวะล้นตลาดไม่มีทางหมดภายใน 5 ปี เปิดดีเบตหาข้อสรุป หาทางออกไม่ได้ควรทำประชามติให้ประชาชนมีส่วนร่วม ทรัพยากรของประเทศ
       
       วันนี้ (12 ก.พ.) ที่โรงแรมเอเชีย มีการแถลงข่าว จดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรีขอให้ชะลอการเปิดสัมปทานรอบที่ 21 พร้อมผู้เข้าชื่อซึ่งมีชื่อเสียงในแวดวงการเมืองและวิชาการหลายคนอาทิ ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ อดีตรมว.ต่างประเทศ
       
       นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรมว.คลัง ดร.นพ สัตยาสัย วิศวกรอาวุโส นายณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายกมล กมลตระกูล คณะอนุกรรมการยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ สังคม นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ผอ.ศูนย์วิจัยนโยบายพลังงานและทรัพยากร ม.รังสิต
       
       นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรมว.คลัง เปิดเผยว่า จดหมายเปิดผนึกจะเป็นลักษณะความรู้และข้อคิดเห็นทางวิชาการ เนื่องจากการที่รัฐบาลกำลังจะเปิดสัมปทานปิโตรเลียม รอบที่ 21 โดยกระทรวงพลังงานจะปิดยื่นประมูลในวันที่ 18ก.พ.นี้ กำลังสร้างความขัดแย้งที่อาจมีแนวโน้มขยายออกไป ทำให้ประชาชนทั้งสองฝ่ายไม่เข้าใจ ก่อให้เกิดปัญหาต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ดังนั้นคณะผู้ทรงคุณวุฒิ อดีตข้าราชการ และบุคคลที่เคยทำคุณงามความดีแก่ประเทศ ร่วมกันลงนามขอให้รัฐบาลชะลอการเปิดสัมปทานออกไป โดยให้มีการสำรวจแหล่งผลิตในประเทศพร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนก่อน เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศ
       
       น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ
       
       กล่าวว่า ขอเรียกว่ารัฐบาลเฉพาะกาล เมื่อเข้ามายึดอำนาจแล้วต้องเข้ามาช่วยประชาชน ควรใช้อำนาจในทางที่ดีเพื่อให้ประชาชนดีใจ ซึ่งต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวม ตั้งแต่พ.ศ.2544 มีบุคคลปรับเปลี่ยนปิโตเลียมให้กลายเป็นบริษัท มีการถือหุ้นมูลค่ามากทำให้เกิดประโยชน์กับคนบางกลุ่มทั้งที่เป็นสมบัติของชาติ จึงขอให้แแก้ไข พรบ.ปิโตรเลียม 2514 ในมาตรา 56 ที่ว่าสัมปทานเป็นของผู้ขุดเจาะ การขาย การขุดพบเป็นสิทธิ์ของผู้ได้รับสัมปทาน ทำให้เกิดความไม่ถูกต้อง จึงขอร้องให้ระบบสัมปทานต้องถูกแก้ไขเสียใหม่ มาเป็นระบบการแบ่งปันผลประโยชน์ให้เงินเข้ารัฐ ที่สำคัญอำนาจการแก้กฎหมายอยู่ในมือ สนช.ควรจะต้องแก้ไขก่อนเปิดสัมปทาน ซึ่งในปัจจุบันพื้นที่ที่มีน้ำมันถูกขุดไปแล้วจำนวน 1 ส่วน 5 ยังเหลืออีกจำนวนมาก แต่ประชาชนกลับต้องใช้พลังงานในราคาที่ไม่เป็นธรรม ถูกอ้างว่าน้ำมันจะหมดไปต่างๆนานา จึงมีข้อเสนอหลักให้ 1.ชะลอการเปิดสัมปทานปิโตรเลียม 2.เปิดการสัมมนาให้ฝ่ายเห็นด้วยกับฝ่ายไม่เห็นด้วยมาถกเถียงข้อดี ข้อเสียหาข้อสรุปกัน 3.ถ้ายังหาที่สิ้นสุดไม่ได้ ควรต้องจบลงที่การทำประชามติ
       
       ดร.นพ สัตยาสัย วิศวกรอาวุโส กล่าวว่าการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมสามารถแยกออกได้เป็นสองส่วน คือการสำรวจและการผลิต จึงสามารถที่จะแยกทำไปทีละส่วนก่อนเช่น ให้สำรวจลงพื้นที่เพื่อหาข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนที่จะมาต่อในส่วนของการผลิต จึงเป็นการไม่เสียเปรียบทั้งเจ้าของคือประเทศไทยและบริษัทต่างชาติ ว่าพอสำรวจแล้วสัญญาต่างๆจะเป็นอย่างไรบ้าง
       
       นายกมล กมลตระกูล คณะอนุกรรมการปฎิบัติการยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม กล่าวว่า ประชาชนต้องการให้รัฐบาลซื้อหุ้นคืนจาก ปตท. 100% แล้วนำมาตั้งบริษัทของประเทศ ต้องการให้ศาลไทยตัดสินคดีพิพาทระหว่างไทยกับเอกชน แก้กฎหมาย ต้องการให้ยกเลิกอนุญาโตทั้งหมด ยกเลิกพรบ.ปิโตเลียม 2514 ต้องการให้แบ่งปันทรัพยากรทั้งหมด เช่น ทองคำ แร่ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมจัดการด้านทรัพยากร ให้มีการลงประชามติก่อนเปิดสัมปทานรอบที่ 21 และให้มีการจัดการรายได้จากทรัพยากรที่มีกำรไปละ 2แสนล้าน เพื่อนำรายได้มาอุดหนุนการศึกษา การแพทย์ นำมาสร้างระบบสวัสดิการอย่างทั่วถึง
       
       นายณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและอดีตสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า มีข้อเสนอ 5.ข้อให้รัฐบาลนำไปพิจารณาก่อน คือ พรบ.ปิโตรเลียม 2514 เกิดขึ้นในช่วงภาวะสงครามเย็นซึ่งผู้ได้ประโยชน์คือสหรัฐอเมริกา ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์ได้เปลี่ยนไปแล้ว ควรยกเลิกมาตรา 56 เพื่อนับหนึ่งใหม่ ในการจัดสรรเพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด ควรจ้างบริษัทมาสำรวจพื้นที่ให้ทราบว่าแหล่งไหนมีน้ำมันและก็าซมากหรือน้อยแค่ไหน ขอให้เชื่อมั่นว่าภายในอีก 5 ปี พลังงานจะไม่มีทางหมดไปตามคำกล่างอ้างของบางกลุ่ม ดุได้จากภาวะน้ำมันล้นตลาดโลก ถ้าพรบ.2514 ยังคงอยู่เราจะยังต้องใช้ราคาน้ำมันแพงตามราคาตลาดโลก ไม่ว่าจะนำเข้าหรือส่งออกเราก็ยังต้องใช้ราคาต่างชาติจากบริษัทข้ามชาติหรืออ้างอิงจากสิงคโปรอยู่ดี ฉะนั้นควรกลับมาใช้ระบบแบ่งปันผลผลิต
       
       ม.ล.กรกสิวัฒน์ ข้อเรียกร้องของคณะฯ ต้องการให้ 1. รัฐบาลได้คำนึงถึงสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปเพียงพอแล้วหรือไม่ โดยคณะเนื่องจากประเทศไทยมีการขุดพบน้ำมันดิบและคอนเดนเสตอยู่ในอันดับที่ 31ของโลกทำให้ขณะนี้ประเทศมีอำนาจในการการต่อรองกับนานาชาติมากขึ้น อีกทั้งไม่มีวิธีการเลือกผู้รับสัมปทานอย่างเป็นธรรม โดยไม่ได้คำนึงถึงเงื่อนไขผลประโยชน์ของรัฐ เงื่อนไขในการควบคุมการผลิต เงื่อนไขด้านภาษีและการคลัง ทำให้มีจุดอ่อนหลายประการที่ต้องมีการแก้ไขก่อน 2. รัฐบาลได้เปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสหรือไม่ เนื่องจาก หน่วยงานในประเทศไทยที่จัดทำข้อมูลที่เป็นกลางอย่างแท้จริงทำได้ยาก โดยบริษัทพลังงานมีการให้ทุนอุดหนุนหลายองค์กร รวมทั้งหน่วยงานของทางราชการจึงทำให้ขาดความน่าเชื่อถือ ซึ่งมีข้าราชการระดับสูงเป็นกรรมการในบริษัทพลังงานด้วย ดังนั้นต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนตรวจสอบความถูกต้องได้
       
       3.รัฐบาลบริหารจัดการความมั่นคงทางพลังอย่างถูกต้องและเป็นธรรมแก่ประชาชนหรือไม่ โดยคณะฯเห็นว่าด้วยกับหลักการความมั่นคงทางพลังงาน ดังนั้น จึงควรมีทางเลือกในระบบจัดการพรัพยากรที่รัฐได้ผลตอบแทนปิโตรเลียม แทนการให้สัมปทานที่ผลผลิตปิโตรเลียมทั้งหมดจะตกเป็นของเอกชน ส่วนในด้านการใช้ทรัพยากรนั้นปรากฏว่า ปริมาณก็าซที่ผลิตในประเทศไทยใช้ผลิตไฟฟ้าเพียง 67% ก๊าซที่เหลือส่วนใหญ่เปิดห้บริษัทอุตสาหรกรรมปิโตรเลียมมีสิทธิ์ใช้ก่อน แต่เนื่องจากบริษัทเหล่านี้ต้องช่วยตัวเองในการจัดหาแหล่งนำเข้าปิโตรเลียม โดยเก็บก๊าซในประเทศเพื่อประโยชน์แก่ประชาชนไว้ใช้ยามจำเป็นให้มากที่สุด สอดคล้องกับนโยบายบริหารยุทธปัจจัยที่ดี ประชาชนจึงประสงค์จะให้รัฐบาลนำข้อมูลรายละเอียดทั้งหมดมาเปิดเผยให้ทราบ และ 4. รัฐบาลจัดการทรัพยากรด้วยความรอบคอบและเป็นธรรมต่อเอกชนทุกรายหรือไม่ เนื่องจากรัฐบาลยังไม่เคยสำรวจแหล่ปิโตรเลียมที่มีอยู่ในประเทศว่ามีศักยภาพแท้จริงมากเท่าใด ก่อนเปิดให้สัมปทานกับเอกชน ระบบนี้จึงมีลักษณะเก็งกำไรที่มีความเสี่ยงสูง ทำให้มีการแข่งขันน้อย ผู้รับสมัปทานรายเก่าได้เปรียบ ดังนั้นรัฐบาลจึงควรทำการสำรวจก่อน เพื่อความเป็นธรรมกับเอกชนอย่างเท่าเทียม
       
       ขอให้รัฐบาลชะลอการเปิดสัมปทานปิโตรเลียม รอบที่ 21ไว้ก่อนเป็นเวลาไม่เกิน 2ปี โดยให้รัฐเร่งดำเนินการควบคู่กันระหว่างการสำรวจ พร้อมทั้งแก้กฎหมายและระเบียบต่างๆ อันเป็นอุปสรรคต่อการบริหารจัดการในรูปแบบอื่นที่รัฐได้รับผลตอบแทนเป็นปิโตรเลียม เช่น ระบบแบ่งปันผลผลิต การจ้างผลิต เพื่อให้ประชาชนจัดการทรัพยากรปิโตเลียมได้อย่างเหมาะสม โดยควรพิจารณาใช้ระบบจ้างผลิตเพราะมีอุปกรณ์พร้อม และมีความเสี่ยงต่ำ เช่น แหล่งเอราวัณ แหล่งบงกช เป็นต้น
       
       ทั้งนี้ จดหมายลงนามจะถูกยื่นให้รัฐบาลในวันที่ 16 ก.พ. เวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ประตู 4 เพื่อให้ข้อเสนอได้รับการแก้ไขเพื่อเป็นทางออกในด้านพลังงานไทย

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้