ปล่อยคนผิด 10 คนดีกว่าลงโทษคนถูก 1 คน
นำเข้าเมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2558 โดย นายจุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [858]  

‘บวรศักดิ์’สนอง‘ป๋าเปรม’ชงตั้งศาลปราบ .....

การเมือง : ข่าวทั่วไป
 
‘บวรศักดิ์’สนอง‘ป๋าเปรม’ชงตั้งศาลปราบโกง

‘บวรศักดิ์’สนอง‘ป๋าเปรม’ ชงตั้งศาลคดีวินัยการคลังปราบโกง ‘ครม’เห็นชอบหลักการความร่วมมือป้องกันโกงจัดซื้อภาครัฐ

             3ก.พ.2558 นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่าในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มีบทบัญญัติตามข้อเสนอของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ที่เห็นว่าควรมีศาลฉ้อราษฎร์บังหลวง เพื่อนำคดีที่เกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่นไปพิจารณาโดยรวดเร็ว ซึ่งกำหนดให้มีแผนกคดีวินัยการคลังและการงบประมาณ ในศาลปกครองกลางและศาลปกครองสูงสุด ทั้งนี้ในขั้นตอนของการไต่สวนนั้นหากพบว่ามีพฤติกรรมที่ส่อว่ามีการกระทำที่ทุจริตศาลสามารถสั่งให้ยุติการกระทำได้ หรือหากพบว่าการกระทำนั้นสร้างความเสียหายให้กับเงิน หรือทรัพย์สินของแผ่นดินสามารถสั่งให้บุคคลนั้นคืนเงินหรือทรัพย์สินต่อแผ่นดินได้

             กระบวนการดังกล่าวนั้นแตกต่างจากการดำเนินคดีกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและข้าราชการระดับสูง ที่หากพบว่ามีการกระทำที่เป็นความผิดและเรื่องเข้าสู่ศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของนักการเมือง ซึ่งใช้วิธีพิจารณาของคดีอาญา การสอบสวนนั้นจะต้องตรวจสอบให้สิ้นความสงสัยก่อนที่จะพิพากษาความผิด ดังนั้นที่ผ่านมาอัยการจะไม่สั่งฟ้องบุคคลใดได้ง่ายๆ หรือศาลจะไม่ตัดสินหรือพิพากษาจำเลยได้โดยง่าย เพราะมีคติของการทำงานอยู่ว่า ปล่อยคนผิด 10 คนดีกว่าลงโทษคนถูก 1 คน ดังนั้นกระบวนการไต่สวนต้องสืบจนสิ้นความสงสัยก่อนที่จะพิพากษาได้

             “ในศาลแผนกคดีวินัยการคลังและการงบประมาณนั้น ให้สิทธิคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ฟ้องคดีไปยังศาลดังกล่าวนั้นได้โดยตรง ขณะที่ประชาชนในฐานะวิญญูชนที่เห็นว่ามีความเสียหายเกิดขึ้นในงบประมาณหรือทรัพย์สินแผ่นดิน ก็สามารถส่งเรื่องไปยังศาลวินัยการคลังและงบประมาณได้โดยตรงเช่นกัน ทั้งนี้ศาลดังกล่าวจะมีอำนาจไต่สวน หรือสั่งระงับการกระทำที่สร้างความเยหายนั้นได้ รวมถึงพิพากษาให้ชดใช้ค่าเสียหายนั้นได้ด้วย เพียงแค่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ดังนั้นประเด็นดังกล่าวจะถือเป็นการอุดช่องว่างของการดำเนินคดีที่เกี่ยวกับทุจริตที่ผ่านมาได้ เว้นแต่ผู้ดำเนินนโยบายนั้นสามารถพิสูจน์ตนเองว่านโยบายที่ได้ดำเนินการนั้น ไม่ทราบมาก่อนว่าจะสร้างความเสียหาย” นายบวรศักดิ์ กล่าว

 

"ครม"เห็นชอบหลักการความร่วมมือป้องกันโกง

              พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่าครม.มีมติเห็นชอบในหลักการดําเนินงานโครงการความร่วมมือป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจางภาครัฐ ตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอและขออนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต โดยเรื่องนี้สืบเนื่องมาจากคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ ที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.เป็นประธาน ที่มีการประชุมเมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมาได้พบว่าคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตเห็นชอบที่จะให้จัดทำ "ข้อตกลงคุณธรรม" ที่เป็นเอกสารประกอบการจัดซื้อจัดจ้าง เพราะที่ผ่านมามีเอกสารการจัดซื้อจัดจ้างเพียงชุดเดียวระหว่างภาคราชการกับผู้ประกอบการ แต่ปัจจุบันจะต้องมีข้อตกลงคุณธรรมด้วย ที่จะต้องมีการลงนาม 3 ฝ่าย ประกอบด้วยภาครัฐที่เป็นเจ้าของโครงการ ภาคเอกชนที่เป็นผู้ประกอบการและผู้สังเกตการณ์
    
              พล.ต.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า ในการลงนามข้อตกลงคุณธรรมนั้นในทุกขั้นตอนของการจัดซื้อจัดจ้างจะต้องเปิดเผยข้อมูลโดยละเอียดตามที่ผู้สังเกตการณ์ต้องการเพื่อเป็นกระบวนการตรวจสอบความโปร่งใสในทุกโครงการ โดยเบื้องต้นกำหนดให้มีโครงการนำร่อง 2 โครงการ คือ โครงการจัดซื้อรถยนต์โดยสารเอ็นจีวีจำนวน 489 คัน ของขสมก. และโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายของรฟม. ส่วนที่เริ่มนำร่อง 2 โครงการเพียงเพราะว่าจำนวนของผู้สังเกตการณ์ที่จะต้องแต่งตั้งจากภาคเอกชน 3 ส่วนคือ สมาคมวิชาชีพ องค์กรก่อต้านการคอร์รัปชั่น หรือภาคประชาสังคม ยังไม่มีความพร้อมที่จะคัดเลือกบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะทางที่มีการจัดซื้อจัดจ้างนั้น ๆ และเป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับว่ามีความประพฤติ ประวัติขาวสะอาด จึงเตรียมการไม่ทัน จึงมีการนำร่องไปก่อนใน 2 โครงการ
    
              พล.ต.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า ในส่วนของผู้สังเกตการณ์จะมาจากการแต่งตั้งจากคณะกรรมการป้องกันการทุจริตมีการเสนอชื่อเข้ามา 18 คน โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน ประธานองค์กรต่อต้านการคอร์รัปชั่นเป็นรองประธานคนที่ 1 รองปลัดกระทรวงการคลังเป็นรองประธานคนที่ 2 มีอธิบดีกรมบัญชีกลางเป็นประธาน และมีเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ร่วมเป็นกรรมการด้วย แต่ปรากฏว่า พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เสนอเพิ่มเติมว่าต้องการให้มีผู้ว่าการสำนักงานตรวจเงินแห่งดิน(สตง.) และเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ(ป.ป.ท.) เป็นกรรมการด้วย ครม.จึงมีมติให้ผู้ที่เกี่ยวข้องพิจารณารายละเอียดว่าจำนวนที่มีอยู่ 18 คนและขอเพิ่มอีก 2 คนครบถ้วนแล้วหรือยัง และขอให้นำกลับมาเสนออีกครั้ง
    
              "โดยข้อตกลงคุณธรรมจะมุ่งเน้นการตรวจสอบ และลงโทษหากเกิดการทุจริต ซึ่งสอดคลองกับนโยบายรัฐบาลที่ให้ความสําคัญและถือว่าการป้องกันการ ทุจริตคอร์รัปชันเป็นวาระสําคัญเร่ง ด่วน โดยการส่งเสริมการบริหาร ราชการแผ่นดินที่มีธรรมาภิบาลและการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ ส่งเสริมและสนับสนุนภาคีองค์กรภาคเอกชนและเครือข่ายต่าง ๆ ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อสอดส่อง เฝ้าระวังตรวจสอบเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ เพื่อให้การใช้ทรัพยากรในการพัฒนาประเทศเป็นไปอยางมีประสิทธิ ภาพและเกิดประโยชน์ต่อประเทศโดย รวมอย่างแท้จริง"พล.ต.สรรเสริญ กล่าว

 

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้