9 สิ่งไม่ควรพูด
นำเข้าเมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2558 โดย นายจุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [871]  

.....

9 สิ่งไม่ควรพูดเมื่อไปสัมภาษณ์งาน

9 สิ่งไม่ควรพูดเมื่อไปสัมภาษณ์งาน
        “รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง” สุภาษิตจีนที่คงเคยได้ยินกันอยู่บ่อยครั้ง และสามารถนำมาใช้ได้กับทุกสถานการณ์ เช่นเดียวกับ “การสัมภาษณ์งาน” สำหรับน้องๆ เพิ่งจะจบการศึกษา และกำลังจะเริ่มต้นชีวิตการทำงาน ที่ต้องผ่านขั้นตอนแรกคือ การสัมภาษณ์งานไปให้ได้เสียก่อน หรือแม้แต่คนที่เคยผ่านการทำงานแล้ว และต้องการจะเปลี่ยนงานใหม่การสัมภาษณ์งาน ก็ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องศึกษาและเรียนรู้อยู่ตลอดเวลาเช่นกัน นอกจากการเตรียมตัวให้พร้อม ศึกษาข้อมูลรายละเอียดของงาน และบริษัทที่เราจะเดินเข้าไปสัมภาษณ์แล้ว Life on campus ขอแนะนำถึงสิ่งที่ "ไม่ควรทำ ไม่ควรพูด" เวลาที่เราไปสัมภาษณ์งาน เพราะมีผู้สมัครงานจำนวนมากที่ต้องสูญเสียโอกาสในการได้งานที่ตนเองมุ่งหวังไว้ เพียงเพราะคำพูดบางคำที่พูดออกไป...

 
9 สิ่งไม่ควรพูดเมื่อไปสัมภาษณ์งาน
        1. “ขอโทษค่ะ/ครับ…ที่มาสาย”
       
        มาเริ่มกันที่กฎพื้นฐานของการไปสัมภาษณ์งาน กับประโยคที่ ไม่ควรพูดอย่างที่สุด นั่นก็คือคำว่า “ขอโทษ…ที่มาสาย” เพราะ “ความตรงต่อเวลา” เป็นสิ่งที่สำคัญในการทำงาน ถ้าผู้สมัครไม่อาจบริหาร จัดการตัวเอง ให้มาสัมภาษณ์งานตรงเวลานัดหมายได้ นั่นหมายถึงคุณก็ไม่สามารถทำงานเสร็จตามกำหนด หรือเข้าประชุมตรงเวลาได้ ย่อมส่งผลกระทบต่อ ประสิทธิภาพของบริษัท ดังนั้น เมื่อคุณมีนัดสัมภาษณ์งาน จงเผื่อเวลาสำหรับ รถติด หลงทาง หรือเหตุการณ์ไม่คาดคิดอื่นๆ ทางที่ดีควรไปก่อนเวลานัดสัมภาษณ์เล็กน้อยเพื่อจะได้มีเวลาพักผ่อน และเตรียมตัวก่อน สัมภาษณ์งาน หากมีความจำเป็นจริงๆ ที่ทำให้ไม่สามารถไปทันเวลานัดหมายได้ คุณจะต้องโทรศัพท์ไปแจ้งผู้สัมภาษณ์ว่าคุณขอไปสายกว่าเวลานัด พร้อมอธิบายเหตุผลจำเป็นนั้นด้วย
       
       2. พูดจาในแง่ลบต่ออดีตนายจ้าง, บริษัท หรือเพื่อนร่วมงาน ที่เคยทำงานด้วยกันมา
       
        การว่ากล่าวถึง (อดีต) หัวหน้าที่ทำงานของคุณเป็นสิ่งที่ร้ายแรงมากสำหรับการสัมภาษณ์งาน แม้ว่าคุณจะรู้สึกไม่ดีกับหัวหน้าเก่า ก็ไม่ควรพูดถึงในแง่ลบ เพราะผู้สัมภาษณ์อาจเห็นว่า หากคุณพูดจาหรือมีความคิดที่ไม่ดีต่อบริษัทเก่าของคุณได้ ต่อไปในอนาคตคุณก็อาจจะพูดถึงบริษัทผู้สัมภาษณ์อย่างนั้นเช่นกัน หรือแม้แต่การแสดงความคิดเห็นในแง่ลบเกี่ยวกับงาน และเพื่อนร่วมงาน ก็ไม่ควรเป็นอย่างยิ่ง ควรให้ความสำคัญกับความสำเร็จ และผลงานที่ผ่านมาของคุณจะดีกว่า นั่นอาจจะทำให้คุณมีโอกาสได้งานมากกว่านั่นเอง
       
       3. พูดเรื่องเงินเดือนก่อน…ในขณะที่ผู้สัมภาษณ์ยังไม่ได้ถาม
       
        เป็นสิ่งที่ไม่ควรพูดเป็นอย่างยิ่งสำหรับการสัมภาษณ์ในช่วงแรก ถ้าคุณจะเร่งรีบหยิบยกเรื่องเงินเดือนและค่าตอบแทนขึ้นมาพูดก่อน เพราะนายจ้างอาจมองว่า คุณให้ความสำคัญเรื่องเงินมากกว่าเนื้องาน ที่สำคัญคำถามนั้นไม่ใช่หน้าที่ของคุณเลยที่จะเป็นฝ่ายเริ่ม เมื่อผ่านการสนทนาไปสักพักแล้ว นายจ้างหรือผู้สัมภาษณ์อาจเป็นผู้เริ่มการสนทนาเรื่องเงินเดือนและค่าตอบแทนขึ้นมาเอง ถึงตอนนั้นคุณสามารถบอกถึงช่วงเงินเดือนที่ต้องการได้ หรือถามความเห็นเกี่ยวกับขอบเขตเงินเดือนสำหรับตำแหน่งงานนั้นๆ ได้ แล้วก็ไม่ควรอัพเงินเดือนปัจจุบัน เพื่อเรียกเงินเดือนสูงขึ้น ฝ่ายบุคคลสามารถเรียกดูสลิปเงินเดือน หรือตรวจสอบไปยังที่ทำงานเก่าของคุณก็จะพบความจริงได้ไม่ยาก และอย่าเอาเป็นเอาตายเพื่อให้ได้เงินเดือนที่ต้องการ ควรยอมรับเงินเดือนในช่วงแรกที่นายจ้างเสนอมาก่อน พร้อมทั้งสอบถามกับผู้สัมภาษณ์หรือนายจ้างว่า เมื่อคุณผ่านโปรหรือทำผลงานได้เป็นที่น่าพอใจ จะสามารถขอขึ้นเงินเดือนในภายหลังได้หรือไม่

 
9 สิ่งไม่ควรพูดเมื่อไปสัมภาษณ์งาน
         
       4.ถามเกี่ยวกับการขาด ลา มาสาย วันหยุด และลาพักร้อน
       
        เป็นอีกหนึ่งข้อมูลที่ควรรู้ แต่ยังไม่ควรถาม เช่นเดียวกับการถามถึงเรื่องเงินเดือนและค่าตอบแทน ในขณะที่คุณยังไม่ได้เริ่มทำงาน ถามเกี่ยวกับการขาด ลา มาสาย เช่น เข้างานกี่โมง? เลิกงานกี่โมง? มาสายได้ถึงกี่โมง? มาสายแล้วโดนหักเงินไหม? สามารถยืดหยุ่นเวลาเข้างานได้ไหม? จะได้สิทธิ์พักร้อนกี่วัน? พักร้อนติดกับวันหยุดยาวได้ไหม? ลากิจได้กี่วัน? ลาป่วยเกินสิทธิ์แล้วจะโดนหักเงินเดือนไหม? มีสิทธิ์เบิกค่าล่วงเวลาได้ไหม? คำถามพวกนี้อาจทำให้ผู้สัมภาษณ์รู้สึกได้ว่าคุณสนใจแต่เรื่องวันลา และเวลาที่เลิกงาน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วพนักงานที่ขยันทำงานจะสนใจสอบถามเรื่องงานที่จะต้องรับผิดชอบ มากกว่าสนใจเรื่องวันหยุด และมาสายใช่หรือไม่? เพราะคำถามเหล่านี้ฝ่ายบุคคลจะเป็นผู้ชี้แจงให้พนักงานทราบ ในช่วงการปฐมนิเทศก่อนเริ่มงานอยู่แล้ว ควรอดใจไว้รอถามตอนได้งานแล้วจะดีกว่า
       
       5. ถามเรื่องการแต่งตัว
       
       ต้องอย่าลืมว่าขั้นตอนนี้เป็นเพียงขั้นตอนของการเริ่มสัมภาษณ์งาน คำถามที่คุณยังไม่จำเป็นต้องรู้นั่นก็คือ “เรื่องของการแต่งตัว” เครื่องแบบหรือยูนิฟอร์มของบริษัท โดยเฉพาะคำถามที่ทำให้ผู้สัมภาษณ์ฟังแล้วรู้สึกไม่ดี อย่างเช่น ที่นี่แต่งตัวมาทำงานกันยังไง? ใส่กางเกงยีนส์ได้มั้ย? ผู้หญิงใส่กางเกงมาทำงานได้ไหม? จำเป็นต้องใส่สูทหรือเปล่า? ไม่ใส่ยูนิฟอร์มได้มั้ย? มีวันที่สามารถแต่งตัวได้ตามสบายหรือไม่? วันไหน? เพราะฟังแล้วไม่เกี่ยวกับการทำงานแต่อย่างใด อดใจรอให้คุณได้รับเลือกเสียก่อน ก็จะมีกฎระเบียบสำหรับพนักงานแจ้งให้ทราบเช่นเดียวกับวันหยุด วันลา มาสาย นั่นเอง
       
       6. พูดถึงสิ่งที่คุณจะไม่ทำ หรือทำไม่ได้
       
        แน่นอนว่าการมาสมัครงานในตำแหน่งใดก็ตาม คุณจะต้องรู้อยู่แล้วว่าในแต่ละงานนั้นจะต้องทำอะไรบ้าง เป็นข้อมูลพื้นฐาน หรือมาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตำแหน่งนั้นกับผู้สัมภาษณ์โดยละเอียดเมื่อผู้สัมภาษณ์เปิดโอกาสให้ซักถามได้ แต่ไม่ควรเริ่มพูดถึงข้อแม้หรือสิ่งที่คุณทำไม่ได้ เช่น ไม่ชอบติดตามลูกค้า, ไม่สามารถเดินทางไปต่างจังหวัดได้ หรือกลับบ้านดึกไม่ได้ เป็นต้น เพราะคุณควรจะแน่ใจแต่แรกแล้วว่าคุณได้สมัครงานในตำแหน่งที่เหมาะสมกับคุณ และควรเข้าใจด้วยว่า ย่อมจะมีงานที่คุณไม่ชอบทำบ้าง เป็นครั้งคราว

 
9 สิ่งไม่ควรพูดเมื่อไปสัมภาษณ์งาน
        7. พูดว่า “ไม่รู้ ไม่ทราบ”
       
       มีอยู่ 2 กรณีที่ไม่ควรพูดขณะกำลังสัมภาษณ์ นั่นก็คือ เมื่อผู้สัมภาษณ์ถามเกี่ยวกับตำแหน่งงานที่คุณสนใจ ทำไมถึงมาสมัครในตำแหน่งงานนี้ ถ้าคุณตอบว่า “ไม่ทราบ” โดยที่ไม่รู้ว่างานนั้นตรงกับเป้าหมายในชีวิตที่คุณวางไว้หรือไม่ แค่มาลองสมัครดูเพราะว่างงานอยู่ ก็เป็นอันจบกัน ผู้สัมภาษณ์คงจะไม่ปลื้มกับคำตอบนี้ของคุณสักเท่าไหร่ หรือ ในกรณีที่ผู้สัมภาษณ์ถามคำถามอะไรสักอย่าง ก็ไม่ควรตอบว่า “ไม่รู้ ไม่ทราบ” ในทันทีควรคิดก่อนที่จะตอบออกไป แสดงให้กรรมการผู้สัมภาษณ์เห็นว่าเราพยายามหาคำตอบแล้ว นอกจากคิดหาคำตอบไม่ได้จริงๆ แล้วค่อยตอบออกไป
       
       8. พูดว่า “ฉันไม่มีข้อเสีย”
       
        การมั่นใจเป็นสิ่งที่ดี แต่การมั่นใจจนเกินไปอาจทำให้คุณตกสัมภาษณ์ได้แบบไม่รู้ตัว เพียงแค่คำถามเบสิกที่ทุกคนต้องเจอนั่นก็คือ “ข้อดีของคุณคืออะไร?” และ “ข้อเสียหละมีอะไรบ้าง?” สำหรับข้อดีของคุณสามารถงัดมันออกมาสาธยายให้ผู้สัมภาษณ์ฟังได้อย่างเต็มที่ แต่ก็อย่าให้เว่อร์เกินความจริง และสำหรับข้อเสีย ถ้าคุณตอบว่า “ฉันไม่มีข้อเสีย” คุณก็อาจติดลบได้ เพราะไม่มีมนุษย์คนไหนในโลกไม่มีข้อบกพร่อง การตอบไปแบบนั้นก็ถือเป็นข้อเสียของคุณอย่างหนึ่งได้ด้วย ดังนั้น ควรเตรียมข้อเสียของคุณไปอย่างน้อย 1 ข้อ บอกเล่าให้ผู้สัมภาษณ์ฟัง พร้อมกับอธิบายว่าคุณจะปรับปรุงข้อเสียนั้นได้อย่างไร นั่นเองที่จะทำให้ข้อเสียของคุณกลายมาเป็นข้อดีในสายตากรรมการผู้สัมภาษณ์ในทันที
       
       9. ถามเรื่องส่วนตัวของผู้สัมภาษณ์
       
        หลายครั้งที่การสัมภาษณ์งานเต็มไปด้วยบรรยากาศที่เป็นกันเอง ไม่เคร่งเครียด และเมื่อผู้สัมภาษณ์เปิดโอกาสให้คุณได้ซักถามพูดคุยแล้วหละก็ สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรทำนั่นก็คือ “การถามเรื่องส่วนตัวของผู้สัมภาษณ์” เช่น ทำงานที่นี่มากี่ปีแล้ว? อายุเท่าไหร่แล้ว? ในมุมมองของผู้สัมภาษณ์คิดว่าที่นี่น่าอยู่หรือไม่? พี่ได้เลื่อนตำแหน่งเร็วไหม? หรือบางคำถามที่ไม่ควรถามเป็นอย่างยิ่งก็คือ “ตอนนี้พี่ได้เงินเดือนเท่าไหร่?” เป็นคำถามที่เสียมารยาทมากๆ แม้ว่าผู้สัมภาษณ์จะให้ความเป็นกันเอง คุยกันแบบพี่น้อง แต่เราก็ควรรู้ว่าอะไรควรและไม่ควร ถือเป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติที่ควรมีไว้ จะทำให้การสัมภาษณ์เป็นไปได้อย่างราบรื่น และโอกาสดีๆ เหล่านั้นอาจตกเป็นของคุณได้อย่างง่ายดายนั่นเอง

 
9 สิ่งไม่ควรพูดเมื่อไปสัมภาษณ์งาน
       
 

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้