ช็อก! ผลการศึกษาชี้ เกาะ 1,500 แห่งอินโดนีเซียจะ “จมทะเล”
นำเข้าเมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2557 โดย นายจุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [766]  

ช็อก! ผลการศึกษาชี้ เกาะ 1,500 แห่งอินโดนีเซียจะ “จมทะเล” ในปี 2050 ส่วน “จาการ์ตา” จะกลายสภาพเป็นทะเลสาบครึ่งเมือง.....

 

ช็อก! ผลการศึกษาชี้ เกาะ 1,500 แห่งอินโดนีเซียจะ “จมทะเล” ในปี 2050 ส่วน “จาการ์ตา” จะกลายสภาพเป็นทะเลสาบครึ่งเมือง
       เอเจนซีส์/ASTV ผู้จัดการออนไลน์- ผลการศึกษาล่าสุดที่มีการเผยแพร่วันพุธ (26) พบข้อมูลอันน่าสะพรึงที่ระบุว่า ภายในปี ค.ศ. 2050 หมู่เกาะราว 1,500 แห่งจากทั้งหมดกว่า 17,000 แห่งของอินโดนีเซียจะหายไปจากแผนที่โลก เพราะถูกระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นท่วมจนมิด ขณะที่ “กรุงจาการ์ตา” เมืองหลวงของประเทศ จะถูกน้ำทะเลกลืนหายไปกว่า “ครึ่งเมือง”
       
       ผลการศึกษาล่าสุดที่จัดทำโดยทีมผู้เชี่ยวชาญจากธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank : ADB) และ “เมเปิลครอฟท์” บริษัทจัดทำแผนที่ภูมิอากาศชื่อดังจากสหราชอาณาจักร พบว่า ภายในปี 2050 อินโดนีเซียซึ่งได้ชื่อว่าเป็นประเทศมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในโลกจะต้องสูญเสียพื้นที่เกาะแก่งต่างๆ รวมแล้วกว่า 1,500 แห่งเพราะระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้อินโดนีเซียซึ่งมีจำนวนเกาะทั้งหมดกว่า 17,000 แห่งทั่วประเทศจะกลายเป็นหนึ่งในดินแดนที่มีความเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
       
       ผลการศึกษาดังกล่าวระบุว่า นอกจากเกาะจำนวนกว่า 1,500 แห่งของอินโดนีเซีย จะจมหายไปในทะเลภายในปี 2050 แล้ว กรุงจาการ์ตา เมืองหลวงของประเทศที่เป็นบ้านของประชากรมากกว่า 26.7 ล้านคน ก็อาจมีพื้นที่ที่ต้องจมหายไปใต้ทะเลมากกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ของเมือง โดยเฉพาะพื้นที่ตอนเหนือของเมืองที่จะกลายสภาพเป็น “ทะเลสาบน้ำเค็ม”
       
       นอกจากนั้น ผลการศึกษายังพบว่า ภายในปี 2030 หรือก่อนหน้านั้น 20 ปี ท่าอากาศยานนานาชาติ “ซูการ์โน-ฮัตตา” บนเกาะชวา ซึ่งต้องรองรับผู้โดยสารจากทั่วโลกมากกว่าปีละ 57.8 ล้านคน และถือเป็นสนามบินที่มีการจราจรทางอากาศคับคั่งมากเป็นอันดับที่ 9 ของโลก ก็จะต้องจมอยู่ใต้ทะเลเช่นเดียวกัน หากระดับน้ำทะเลยังคงเพิ่มสูงขึ้นในอัตราปัจจุบัน
       
       ด้านอัญชา ศรีนิวาสันต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ประจำธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย ระบุว่า อินโดนีเซียซึ่งมีจำนวนประชากรที่อาศัยอยู่ห่างจากชายฝั่งภายในรัศมี “ไม่เกิน 3 กิโลเมตร” มากถึง 42 ล้านคน กำลังตกอยู่ภายใต้ภัยคุกคามใหญ่หลวงจากระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น และมีความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่อินโดนีเซียอาจต้องเผชิญกับระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นกว่า “90 เซนติเมตร” ภายในช่วงสิ้นศตวรรษนี้
       
       ผู้เชี่ยวชาญของเอดีบียังเตือนว่า หากช่วงเวลาดังกล่าวมาถึงอินโดนีเซียซึ่งเป็นประเทศที่มีชายฝั่งยาวที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ของโลก ถึงกว่า 80,000 กิโลเมตร ก็จะต้องเผชิญกับหายนะร้ายแรงที่ก่อให้เกิดความสูญเสีย มากกว่าเมื่อครั้งที่แดนอิเหนาต้องเผชิญกับพิบัติภัยสึนามิ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ปี 2004 ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปกว่า 280,000 รายใน 6 ประเทศ
       
       ทั้งนี้ ข้อมูลจากกระทรวงประมงและกิจการทางทะเลของอินโดนีเซียระบุว่า ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้อินโดนีเซียต้องสูญเสียเกาะที่ต้องจมอยู่ใต้น้ำทะเลไปแล้วอย่างน้อย 24 เกาะ ระหว่างปี 2005-2007

 
ช็อก! ผลการศึกษาชี้ เกาะ 1,500 แห่งอินโดนีเซียจะ “จมทะเล” ในปี 2050 ส่วน “จาการ์ตา” จะกลายสภาพเป็นทะเลสาบครึ่งเมือง
       

 
ช็อก! ผลการศึกษาชี้ เกาะ 1,500 แห่งอินโดนีเซียจะ “จมทะเล” ในปี 2050 ส่วน “จาการ์ตา” จะกลายสภาพเป็นทะเลสาบครึ่งเมือง
       

 
ช็อก! ผลการศึกษาชี้ เกาะ 1,500 แห่งอินโดนีเซียจะ “จมทะเล” ในปี 2050 ส่วน “จาการ์ตา” จะกลายสภาพเป็นทะเลสาบครึ่งเมือง
ภายในปี ค.ศ. 2050 หมู่เกาะราว 1,500 แห่งจากทั้งหมดกว่า 17,000 แห่งของอินโดนีเซียจะหายไปจากแผนที่โลก
       

 
ช็อก! ผลการศึกษาชี้ เกาะ 1,500 แห่งอินโดนีเซียจะ “จมทะเล” ในปี 2050 ส่วน “จาการ์ตา” จะกลายสภาพเป็นทะเลสาบครึ่งเมือง
       

 
ช็อก! ผลการศึกษาชี้ เกาะ 1,500 แห่งอินโดนีเซียจะ “จมทะเล” ในปี 2050 ส่วน “จาการ์ตา” จะกลายสภาพเป็นทะเลสาบครึ่งเมือง
ภายในปี 2030 ท่าอากาศยานนานาชาติ “ซูการ์โน-ฮัตตา” บนเกาะชวา ซึ่งต้องรองรับผู้โดยสารจากทั่วโลกมากกว่าปีละ 57.8 ล้านคน และถือเป็นสนามบินที่มีการจราจรทางอากาศคับคั่งมากเป็นอันดับที่ 9 ของโลก ก็จะต้องจมอยู่ใต้ทะเลเช่นเดียวกัน

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้