รวมผลงานวิจัยที่สุดแห่งปี '56
นำเข้าเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2556 โดย นายจุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [1801]  

.....

 

       เผลอแวบเดียววันเวลาก็ล่วงมาที่เดือนสุดท้ายของปี นับถอยหลังอีกไม่กี่วันถัดจากนี้ ก็คงเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองต้อนรับปีใหม่ 2013 “Life on Campus” ขอทิ้งท้ายความสุขด้วยการรวบรวมผลงานวิจัยและผลงานไอเดียของคณาจารย์ และเหล่าบรรดานิสิต นักศึกษา หัวกะทิ จากรั้วมหาวิทยาลัยต่างๆ มาให้อ่านกันอีกครั้ง

 
รวมผลงานวิจัยที่สุดแห่งปี '56
       เริ่มต้นที่ นิสิตคณะวิทยาการสารสนเทศ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ ชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เกิดแนวคิดเพื่อบูรณาการองค์ความรู้ให้เกิดนวัตกรรม ด้วยการศึกษา ค้นคว้า ลงพื้นที่เก็บข้อมูลอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ด้วยการหลอมรวมไอเดีย ผุดแอพพลิเคชั่นนำเที่ยวบนแท็บเล็ต
       
       ไอทีคลื่นลูกใหม่ “นางสาวพามิลา มณีสุวรรณ์, นางสาวอารีรัตน์ ผินงูเหลือม และนายธีรศานต์ สัตย์รักษา กับผลงาน “แอพพลิเคชั่นนำชมมรดกโลกอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่บนแท็บเล็ต” เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่มายลอุทยานฯ เกิดลูกเล่นใหม่และเพลิดเพลินตลอดการท่องเที่ยวในผืนป่าอุทยานฯ
       
       **อ่านข่าว “มมส ผุดแอพพลิเคชั่น “เที่ยวชมมรดกโลกเขาใหญ่”คลิกที่นี่**

 
รวมผลงานวิจัยที่สุดแห่งปี '56
       คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คิดค้น “ไส้อั่วสูตรลดไขมัน” อาหารพื้นบ้านของภาคเหนือ ปรับสูตรใหม่ “ลดไขมัน” มากกว่าร้อยละ 30 เมื่อเปรียบเทียบกับสูตรดั้งเดิม
       
       ผศ.ดร.สุจินดา ศรีวัฒนะ หัวหน้าทีมวิจัย สาขาวิชาเทคโนโลยีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ในปัจจุบันการดูแลใส่ใจในสุขภาพ ยังคงเป็นกระแสที่ทุกคนให้ความสนใจ กันมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้บริโภคหันมาให้ความสนใจในการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ มีไขมันน้อย จะเห็นได้จากการที่มีผลิตภัณฑ์สูตรลดไขมันชนิดต่างๆ ออกมาสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง แต่สำหรับผลิตภัณฑ์ อาหารพื้นบ้านทางเหนือ ของเรายังไม่มีผลิตภัณฑ์ประเภทนี้
       
       **อ่านข่าว ว้าว! “ไส้อั่วสูตรลดไขมัน” การันตีความอร่อย ที่อุตสาหกรรมเกษตร มช”คลิกที่นี่**

 
รวมผลงานวิจัยที่สุดแห่งปี '56
       คณะเภสัชศาสตร์ ม.อ. เผยผลวิจัย พบสารชนิดใหม่ใน “ใบชะมวง” ออกฤทธิ์ต้านมะเร็ง ระบุนับเป็นการค้นพบครั้งแรกของโลก พร้อมตั้งชื่อว่า ‘ชะมวงโอน’ ระบุสามารถใช้เป็นสารต้นแบบที่นำไปพัฒนาโครงสร้างสู่ยาต้านมะเร็งในอนาคต
       
       รองศาสตราจารย์ ดร.ภก.ภาคภูมิ พาณิชยูปการนันท์ ผู้อำนวยการสถานวิจัยยาสมุนไพรและเทคโนโลยีชีวภาพทางเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตรมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(ม.อ.) (Assoc. Prof. Dr. Pharkphoom Panichayupakaranant, Director of Research in Pharmaceutical Biotechnology, Faculty of Pharmacy, Prince of Songkla University) เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับ นายอภิรักษ์ สกุลปักษ์ (Mr.Apilak Sakulpak) นักศึกษาทุนโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก ภาควิชาเภสัชเวทและเภสัชพฤกษศาสตร์ ทำการศึกษาวิจัยคุณสมบัติมีฤทธิ์ต้านมะเร็งและต้านแบคทีเรียก่อโรคทางเดินอาหารจาก ‘ใบชะมวง’ ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก หลังจากใช้เวลาศึกษาค้นคว้านานกว่า 2 ปี ซึ่งผลงานดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ Food Chemistry ซึ่งเป็นวารสารที่ได้รับความน่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับในวงการวิชาการอย่างกว้างขวาง
       
       **อ่านข่าว “เภสัช ม.อ. ค้นพบ ‘ใบชะมวง’ ออกฤทธิ์ต้าน ‘มะเร็ง’ครั้งแรกของโลก”คลิกที่นี่**

 
รวมผลงานวิจัยที่สุดแห่งปี '56
       จากความตั้งใจที่ต้องการสร้างยานพาหนะที่มีความคล่องตัว เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง รวมทั้งเป็นพาหนะที่ประหยัดพลังงานและลดมลภาวะ ทำให้ "นายภูเบศ จันทรังษี" นิสิตชั้นปี 4 โครงการเปิดสอนหลักสูตรระกับปริญญาตรีนานาชาติ (IUP) สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้าเครื่องกลการผลิต คิดออกแบบและลงมือดัดแปลงรถจักรยานธรรมดาให้เป็น “จักรยานไฟฟ้า (Hubless Electrical Bicycle) หรือเรียกง่ายว่า “อี-ไบค์ (E-Bike)” นอกเหนือจากความตั้งใจดังกล่าวแล้ว สิ่งที่ภูเบศตั้งใจนำเสนอ คือ การเป็นจักรยานที่มีดีไซน์สวยและใช้งานได้จริง
       
       นายภูเบศ เจ้าของผลงานดังกล่าวเอ่ยถึงจุดประสงค์ของการคิดค้นนวัตกรรมต้นแบบจักรยานไฟฟ้าว่า เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการประหยัดพลังงานโดยลดการใช้น้ำมัน อีกทั้งยังช่วยลดมลพิษจากการปล่อยควันอีกด้วย โดยต้นแบบจักรยานไฟฟ้าคันนี้เป็นจักรยานที่มีออกแบบให้สวยงาม และสามารถใช้งานได้จริงๆ ซึ่งจุดเด่นคือปรับได้ 2 ระบบ ทั้งใช้แรงขับขี่ด้วยตัวเองและบิดคันเร่งเหมือนมอเตอร์ไซค์ และยังมีเครื่องบอกระดับแรงดันแบตเตอรี่ติดอยู่ที่หน้ารถ เพื่อให้ผู้ขับขี่ทราบถึงระดับแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่
       
       **อ่านข่าว ““E-Bike” ต้นแบบจักรยานไฟฟ้า ดีไซน์สวย ฝีมือนิสิต วิศวฯ ม.เกษตร”คลิกที่นี่**

 
รวมผลงานวิจัยที่สุดแห่งปี '56
       ถึงแม้บ้านเราจะเพิ่งได้ใช้เทคโนโลยี 3G ไปได้ไม่นาน แต่เชื่อแน่ว่าเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับการสื่อสารไม่มีทางหยุดนิ่ง และในขณะที่ประเทศไทยเพิ่งได้ใช้เทคโนโลยี 3G หากแต่ในหลายๆประเทศก็ได้พัฒนาไปถึงขั้นกันใช้เทคโนโลยี 4 G ซึ่งในอนาคตไม่นานประเทศไทยก็คงจะได้ใช้ 4G ด้วยเช่นกัน
       
       ด้วยเหตุนี้ นายนันทวุธ นามบุศย์ นักศึกษาภาควิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และดร.ไพฑูรย์ รักเหลือ อาจารย์ที่ปรึกษา จึงได้คิดค้นระบบจำลอง อัพลิงค์ และดาวค์ลิงค์ MIMO สำหรับการบริการ LTE-Advanced ด้วยโปรแกรม ADS ขึ้น ซึ่งโปรแกรมที่ว่านี้ เกี่ยวกับเทคโนโลยีการสื่อสารและโทรคมนาคมที่กำลังเข้ามามีบทบาทสำหรับกับทุกคนอย่างไร
       
       **อ่านข่าว “นักศึกษาหนุ่มวิศวฯออกแบบจำลอง อัพลิงค์ดาวลิงค์ รองรับ 4 G ในอนาคต”คลิกที่นี่**

 
รวมผลงานวิจัยที่สุดแห่งปี '56
       กลายเป็นเรื่องใหญ่และส่งผลกระทบสำหรับประชาชนผู้ใช้รถยนต์ เนื่องจากรถยนต์แต่ละคันกว่าจะซื้อและผ่อนนั้นใช้เวลาหลายปี แต่กลับคนร้ายโจรกรรมรถยนต์ ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที โดยที่ผ่านมาเมื่อเกิดเหตุรถยนต์สูญหาย เจ้าของรถจะต้องทำใจไว้ล่วงหน้าว่าโอกาสได้คืนนั้นยากยิ่งกว่างมเข็ม นอกจากความพยายามในการปราบปรามแล้ว ด้านผู้ขับขี่ต่างก็หันมาพึ่งพาระบบป้องกันความปลอดภัย ยอมเสียเงินจำนวนมากเพื่อความคุ้มค่าต่อการเสี่ยงถูกโจรกรรม
       
       ด้วยเหตุนี้เอง สามหนุ่มมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ประกอบด้วย นายภาณุพงศ์ กุลบุตร นายปริวีฎฎ์ ทิพฤาตรี และ นายทิศวัฒน์ สังข์นาค นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาคอมพิวเตอร์ จึงเกิดไอเดียบรรเจิด คิดสร้าง "นวัตกรรมป้องกันการโจรกรรมรถยนต์"ในราคาสบายกระเป๋า และมีฟังค์ชั่นเหนือชั้นกว่าระบบความปลอดภัยที่มีจำหน่ายอยู่ในท้องตลาด ในระบบป้องกันการโจรกรรมรถยนต์โดยการตรวจจับการเคลื่อนที่ของการขับเคลื่อนรถยนต์ และมีระบบแจ้งเตือนเหตุด่วนเหตุร้ายของการเคลื่อนที่ของตัวรถยนต์ผ่านระบบโทรศัพท์ โดยผู้ใช้งานจะสามารถติดตามค้นหารถยนต์ของตนเองที่ถูกโจรกรรมได้จากแผนที่นำทางผ่านแอพพลิเคชั่นในโทรศัพท์
       
       **อ่านข่าว “ไอเดียเจ๋ง! สามโจ๋ ม.กรุงเทพ ประดิษฐ์กล่องอัจฉริยะติดตามรถหาย”คลิกที่นี่**

 
รวมผลงานวิจัยที่สุดแห่งปี '56
       การฝึกสุนัขก่อนที่จะออกปฏิบัติงานจริงนั้นต้องฝึกเป็นเวลานาน เพราะเป็นงานที่มีความเสี่ยงสูงต้องอาศัยความชำนาญและความแม่นยำ และหนึ่งในการฝึกนั้นคือการฝึกสุนัขกัดซึ่งจำเป็นจะต้องมีอุปกรณ์ป้องกันที่มีความแข็งแรง ทนทานสูง เพื่อป้องกันอันตรายจากการกัดของสุนัข
       
       ดังนั้นทางคณะผู้วิจัยโดย นายสุรกุล พงษ์บรรณิสสร,นายวรพันธ์ สุวรรณประเสริฐและนายชนนันท์ ทวีทรัพย์ นักศึกษาจากสาขาวิชาวิศวกรรมสิ่งทอ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี โดยมี รศ.สุจิระ ขอจิตต์เมตต์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาตลอดโครงการ ได้ทำการคิดค้นเพื่อทำการศึกษา และออกแบบ "อุปกรณ์ปลอกแขนใช้สำหรับฝึกสุนัข" โดยใช้ผ้าโครงสร้างผ้าถักสามมิติจากเส้นใยไนลอน 66 ซึ่งมีคุณสมบัติที่มีความแข็งแรงทนทานจากการเจาะทะลุ การบาด การขัดถู และแรงฉีกขาด มาใช้ในการผลิตเป็นอุปกรณ์ปลอกแขนใช้สำหรับฝึกสุนัข
       
       **อ่านข่าว “ปลอกแขนฝึกสุนัข” นวัตกรรมต่อยอดจากเสื้อเกราะกันกระสุน”คลิกที่นี่**

 
รวมผลงานวิจัยที่สุดแห่งปี '56
       คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดำเนินโครงงานวิจัย “การทำนาข้าวให้ได้ผลผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้ระบบเฮลิคอปเตอร์แบบไร้คนขับ” (Effective Rice Production Using Yamaha RMAX System) เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับชาวนาและเกษตรกรไทย ลดการใช้แรงงานในการผลิต เร่งประสิทธิภาพการปลูกข้าวของประเทศไทยสู่การแข่งขันในตลาดโลก
       
       ดร.ไชยวัฒน์ กล่ำพล หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมการบินและอวกาศ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ในฐานะ หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวว่า ในความร่วมมือดังกล่าว คณะวิศวกรรมศาสตร์ จะดำเนินการด้านวิศวกรรมต่างๆ ทั้งการออกแบบ ดัดแปลง และปรับปรุงอุปกรณ์ของอากาศยานไร้คนขับ ร่วมกับ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด พัฒนาการใช้งานอากาศยานไร้คนขับ หรือ Unmanned Aerial Vehicle (UAV) รุ่น Yamaha R-Max เพื่อใช้ในงานด้านการเกษตร ให้เกิดประสิทธิภาพและเหมาะสมกับการเกษตรในประเทศไทย โดยมี คณะเกษตร จะเป็นหน่วยงานสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการเกษตร ความสัมพันธ์ของปริมาณการใช้ ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ตลอดจน เมล็ดพืชพันธุ์สำหรับพื้นที่เพาะปลูกต่างๆ ซึ่งจะนำมาประยุกต์ใช้งานกับเครื่อง UAV ต่อไป
       
       **อ่านข่าว “มก.ก้าวไกล คิดค้น ระบบเฮลิคอปเตอร์แบบไร้คนขับทำนาข้าว”คลิกที่นี่**

 
รวมผลงานวิจัยที่สุดแห่งปี '56
       โปรเจ็กต์"Holiday Pet manager"คิดค้นขึ้นโดยสองนักศึกษาปีที่ 4 ดีกรีวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หลักสูตรนานาชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี "นางสาวอลิสา สาตราวาหะ" ควงคู่เพื่อนซี่้ "นางสาวดลพร ฐิติพัฒนาวาณิช" ที่นำความรู้จากห้องเรียนมาสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อสัตว์เลี้ยงเอาใจคนรักสัตว์ โดยมี อาจารย์Sally E. Goldin และ อาจารย์ Kurt T Rudahlจากคณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มจธ. เป็นที่ปรึกษา นำไปเสนอที่ ICT International Student Project Conference 2013 ที่ผ่านมา โดยมีมหาวิทยาลัยเข้าร่วมมากมาย รวมทั้งมหาวิทยาลัยจากประเทศญี่ปุ่นและประเทศมาเลเซีย และคว้ารางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 ประเภท Multimedia and Embedded Systems จากการประกวด Software Innovation Contest ที่จัดขึ้นในการประชุมนี้อีกด้วย
       
       อลิสาบอกเล่าที่มาว่าเจ้าของสัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่มักเจอปัญหาบ่อยๆ เวลาที่ต้องเดินทางไปต่างจังหวัดหลายวันและไม่มีคนอยู่บ้าน สิ่งสำคัญที่สุดก็คือเรื่องอาหาร เจ้าของสัตว์เลี้ยงบางคนตัดสินใจให้อาหารจำนวนมากทิ้งไว้แก่สัตว์เลี้ยง แต่การทำแบบนี้อาจจะทำให้สัตว์เลี้ยงสุขภาพไม่ดี แต่หากต้องพึ่งพาเพื่อนบ้านอยู่เป็นประจำก็คงไม่เหมาะ จึงตัดสินใจทำโปรเจ็กต์ที่มีชื่อว่า "Holiday Pet manager" หรือเรียกง่ายๆ ว่าระบบจัดการสัตว์เลี้ยงในวันหยุดนั่นเอง
       
       **อ่านข่าว “สองนักศึกษาสาวบางมด ไอเดียล้ำ ให้อาหารน้องหมา - แมวผ่านเว็บ”คลิกที่นี่**

 
รวมผลงานวิจัยที่สุดแห่งปี '56
       ยาสลบสำหรับสัตว์น้ำ “อะควาเนส” (Aquanes) ผลิตจากสารธรรมชาติคือน้ำมันกานพลูที่มีความบริสุทธิ์สูงและสารอื่นๆ ทางเภสัชกรรม อยู่ในรูปของยาละลายใสพร้อมใช้ สามารถออกฤทธิ์ให้สัตว์น้ำมีอาการซึม ลดการเคลื่อนไหว ช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว ลดการเผาผลาญพลังงาน จนถึงทำให้สัตว์น้ำซึมลึกและสงบ ช่วยให้สัตว์น้ำยังคงความสมบูรณ์ในด้านต่างๆ ไว้ได้ดี ลดการขับถ่ายของเสียและความบอบช้ำในการเคลื่อนย้ายสัตว์น้ำจากบ่อเพาะเลี้ยงเพื่อชั่งน้ำหนัก ผสมเทียม ฉีดยาทำวัคซีน ฯลฯ มีความปลอดภัยต่อสัตว์น้ำ เกษตรกรผู้เลี้ยง และผู้บริโภคสัตว์น้ำ อีกทั้งยังเป็นยาสลบสำหรับสัตว์น้ำตัวแรกของประเทศไทยที่ได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับยาจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อ.ย.) กระทรวงสาธารณสุข
       
       รศ.สพ.ญ.ดร.เจนนุช ว่องธวัชชัย คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เปิดเผยถึงผลงานวิจัย “อะควาเนส” ว่า ได้เริ่มทำการศึกษามาตั้งแต่ปี 2546 โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากข้อสงสัยของนิสิตเกี่ยวกับยาสลบในสัตว์น้ำ ซึ่งในประเทศไทยส่วนใหญ่จะมีการใช้ยาที่ไม่ปลอดภัยมากนัก และมีสารก่อมะเร็ง "ปัจจุบันยาสลบสำหรับสัตว์น้ำที่มีจำหน่ายมีเพียงยี่ห้อเดียวเป็นของสหรัฐอเมริกาซึ่งมีราคาสูงมาก ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงได้ทำการพัฒนาในด้านนี้อย่างจริงจังมากขึ้น และมีการทดสอบทั้งในปลาสวยงามและปลาบริโภค จากนั้นใช้เวลาอีก 5 ปีในการขึ้นทะเบียนตำรับยา จนได้รับอนุญาตให้ผลิตอย่างถูกต้องตามกฎหมายเมื่อปี 2551 โดยได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนคือบริษัท สยามฟาร์มาซูติคอล จำกัด ในการพัฒนาจากระดับงานวิจัยไปสู่ระดับอุตสาหกรรมภาคผลิต เพื่อเป็นยาส่งออกหรือเป็นยาขึ้นทะเบียน ซึ่งต้องมีการควบคุมวัตถุดิบทุกขั้นตอนและต้องใช้วิทยาศาสตร์ระดับสูง ซึ่งเมื่องานวิจัยสำเร็จแล้วจึงได้มอบให้เป็นสิทธิบัตรของจุฬาฯ โดยมีความประสงค์ที่จะให้ยาตัวนี้เป็นของคนไทย โดยมีบริษัท เบ็ทเทอร์ฟาม่า จำกัด เป็นบริษัทยาสำหรับสัตว์บริษัทเดียวที่เป็นของคนไทยและได้ตอบรับข้อเสนอในการกำหนดราคาจำหน่าย สำหรับงานวิจัยต่อยอดจากนี้จะพัฒนาให้ “อะควาเนส” มีคุณภาพดียิ่งขึ้น และจะพัฒนาให้ราคาจำหน่ายมีความเหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่อช่วยให้เกษตรกรใช้ยาราคาแพง"
       
       **อ่านข่าว ““AQUANES" ยาสลบสำหรับสัตว์น้ำ นวัตกรรมใหม่ ผลงานวิจัยจากจุฬา”คลิกที่นี่**

 
รวมผลงานวิจัยที่สุดแห่งปี '56
       คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประสบความสำเร็จในการใส่ "เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจในสุนัขหัวใจเต้นผิดปกติ ครั้งแรก ของประเทศไทย" พร้อมเชิญ ผู้เชี่ยวชาญด้านกระแสไฟฟ้าในหัวใจ มาช่วยเป็นที่ปรึกษา
       
       รศ.สพ.ญ.อมรรัตน์ ศาสตราวาหา ภาควิชาเวชศาสตร์คลินิกสัตว์เลี้ยง คณะสัตวแพทยศาสตร์ เป็นหัวหน้าทีม ให้การรักษา สุนัขพันธุ์ชเนาเซอร์ เพศเมียทำหมันแล้ว ชื่อวีนัส อายุ 14 ปี ซึ่งมาพบสัตวแพทย์ด้วยอาการเป็นลมในช่วงเวลา 2 สัปดาห์ และมีอาการถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนมารับการรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2556 ที่ผ่านมา
       
       รศ.สพ.ญ.อมรรัตน์ กล่าวว่า คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ มก.ได้ทำการวินิจฉัยสุนัขตัวดังกล่าวเป็น โรคซิกไซนัสซินโดรม (Sick sinus syndrome) เป็นความผิดปกติของระบบ cardiac conduction system ซึ่ง sinus node ที่อยู่บริเวณหัวใจห้องบนขวา มีการทำงานผิดปกติ โดยส่งสัญญาณไฟฟ้าออกมาช้าบ้าง เร็วบ้าง ทำให้หัวใจเต้นช้า-เร็ว ไม่สม่ำเสมอ ส่งผลให้ปริมาณเลือดและความดันเลือดไปเลี้ยงร่างกาย ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย สัตว์ป่วยจึงแสดงอาการอ่อนแรงเป็นลมและหมดสติ ส่วนสาเหตุการเกิด sick sinus syndrome นั้น ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่มีรายงานในสุนัขว่าพันธุ์ที่มีโอกาสพบได้มากหรือเป็นปัจจัยโน้มนำ ได้แก่ สุนัขพันธุ์ West Highland whites terrier สุนัขพันธุ์ Miniature schnauzer และ สุนัขพันธุ์ Cooker Spaniels
       
       **อ่านข่าว “มก. ประสบความสำเร็จ ใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจในสุนัข ครั้งแรกของประเทศไทย”คลิกที่นี่**

 
รวมผลงานวิจัยที่สุดแห่งปี '56
       นักศึกษาสาขาวิชาวิศวกรรมโยธา มทส. ประดิษฐ์ "วีลแชร์เพื่อช่วยสุนัขพิการ" จากวัสดุที่หาได้ง่ายในท้องตลาด ต้นทุน 300 - 500 บาท สร้างวีลแชร์ให้น้องหมาพิการกว่า 20 ตัว พร้อมเผยแพร่วิธีการประดิษฐ์ หวังให้ผู้มีจิตเมตตานำไปปรับใช้เพื่อช่วยเหลือสุนัขพิการตัวอื่นๆ ต่อไป คาดหวังให้สังคมมีการจัดการคุ้มครองสุนัขอย่างจริงจัง
       
       นายภุชงค์ โยธา นักศึกษาสาขาวิศวกรรโยธา ชั้นปี 3 สำนักวิชาวิศวกรรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เจ้าของผลงาน “วีลแชร์เพื่อสุนัขพิการ” ด้วยวัสดุที่หาได้ง่ายในท้องตลาด ประกอบด้วย ท่อ PVC ข้อต่อ PVC ผ้าหนังรับน้ำหนัก ล้อสำเร็จรูป กาวทาหนัง กาวร้อนเชื่อมท่อ PVC
       
       **อ่านข่าว “หนุ่มวิศวฯ มทส.ใจบุญ เผยแพร่วิธีประดิษฐ์ “วีลแชร์ช่วยเหลือสุนัขพิการ”แบบง่ายๆ”คลิกที่นี่**

 
รวมผลงานวิจัยที่สุดแห่งปี '56
       กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน สำนักงานนโยบายและแผนพลังงานกระทรวงพลังงาน จึงได้ให้การสนับสนุน สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (สถาบันพลังงาน มช.) ศึกษาวิจัย และดำเนินงาน “โครงการเพิ่มศักยภาพการผลิตก๊าซชีวภาพจากพืชพลังงานเพื่อทดแทนก๊าซปิโตรเลียมเหลวในเชิงพาณิชย์” เพื่อศึกษาระบบผลิตก๊าซชีวภาพอัดสำหรับทดแทนก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี)ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เพื่อสร้างสถานีจ่ายก๊าซไบโอมีเทนอัด (CBG) สำหรับนำไปใช้ทดแทนก๊าซหุงต้มในครัวเรือน ที่นับวันราคาจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความมั่นคงทางด้านพลังงาน มีก๊าซLPGใช้อย่างเพียงพอ และลดการพึ่งพาการนำเข้าก๊าซLPGจากต่างประเทศ
       
       รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ฤกษ์เกรียงไกร ผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (สถาบันพลังงาน มช.) กล่าวว่า ปัจจุบัน ศักยภาพการผลิตก๊าซชีวภาพของทั้งประเทศไทยทั้งภาคปศุสัตว์ โรงงานอุตสาหกรรมและชุมชน มีถึง 1,170 ล้าน ลบ.ม./ปีซึ่งกระจายตัวอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย จากศักยภาพการผลิตก๊าซชีวภาพดังกล่าว สามารถนำเอาก๊าซชีวภาพที่ได้จากการหมักของเสียหรือของเหลือใช้
       
       **อ่านข่าว “มช.’ เจ๋ง! พัฒนาก๊าซ CBG อัดถังทดแทน LPG สำเร็จ”คลิกที่นี่**

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้