งึดอีหลี!!! “บั้งไฟผี-บั้งไฟพญานาค” มหัศจรรย์แห่งลำน้ำโขง
นำเข้าเมื่อวันที่ 23 ต.ค. 2555 โดย งึดอีหลี!!! “บั้งไฟผี-บั้งไฟพญานาค” มหัศจรรย์แห่งล
อ่าน [48651]  

งึดอีหลี!!! “บั้งไฟผี-บั้งไฟพญานาค” มหัศจรรย์แห่งลำน้ำโขง .....

 
 

 
งึดอีหลี!!! “บั้งไฟผี-บั้งไฟพญานาค” มหัศจรรย์แห่งลำน้ำโขง
 
"บั้งไฟพญานาค" ดวงไฟปริศนาที่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร
ทุกๆปีในค่ำคืนวันออกพรรษาหรือวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 บริเวณลำน้ำโขงในช่วงจังหวัดหนองคาย-บึงกาฬ(รวมไปถึงฝั่งเมืองเวียงจันทน์ของ สปป.ลาว) จะบังเกิดลูกไฟประหลาดลักษณะเหมือนไข่ไก่สีแดงอมชมพู พวยพุ่งขึ้นมาจากลำน้ำโขง สูงขึ้นไปในอากาศประมาณ 50-150 เมตร แล้วดับหายไปแบบไร้เสียง ไร้ควัน ไร้กลิ่น จุดที่ลูกไฟประหลาดพุ่งขึ้นนั้นไม่แน่นอน บางครั้งขึ้นกลางแม่น้ำโขง บางครั้งขึ้นใกล้ฝั่ง หากขึ้นกลางแม่น้ำลูกไฟจะเอนเข้าหาฝั่ง แต่หากขึ้นริมฝั่ง ลูกไฟจะพุ่งออกไปกลางแม่น้ำ

สำหรับปรากฏการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นนี้ ชาวบ้านเรียกขานว่า “บั้งไฟผี” หรือ “บั้งไฟพญานาค” ที่มาพร้อมๆกับปริศนาชวนฉงนว่า บั้งไฟพญานาคเกิดขึ้นได้อย่างไร?

 
ประชาชนมากมายมารอชมบั้งไฟพญานาคในวันออกพรรษา
บ้างก็ว่าเกิดจากน้ำมือมนุษย์โดยการจุดพลุหรือยิงปืนขึ้นฟ้า

ขณะที่คนส่วนใหญ่แล้วเชื่อว่าเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ เกิดจากก๊าซร้อนที่มีส่วนผสมของก๊าซมีเทนและก๊าซไนโตรเจน ซึ่งเกิดจากการหมักตัวของซากพืช ซากสัตว์ มูลสัตว์ และแบคทีเรีย เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ก๊าซที่ฝังตัวอยู่ใต้แม่น้ำโขงโดนแรงกดดันจากน้ำและอากาศก็จะพุ่งขึ้นมาเหนือน้ำ และเมื่อก๊าซนั้นกระทบกับออกซิเจน ก็จะเกิดการสันดาปอย่างรวดเร็ว กลายเป็นลูกไฟ หรือบั้งไฟพญานาคอย่างที่เห็นกัน

อย่างไรก็ดีก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยโดยเฉพาะคนในท้องถิ่น เชื่อว่าลูกไฟประหลาดนี้เกิดจากการกระทำของพญานาคอันเป็นที่มาของชื่อบั้งไฟพญานาค โดยตามตำนานในพระพุทธศาสนาเชื่อว่า พญานาคเป็นผู้จุดบั้งไฟถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระพุทธเจ้าในวันออกพรรษา เพื่อเป็นการรับเสด็จหลังจากที่พระองค์เสด็จไปโปรดพระพุทธมารดาที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ดังนั้นจึงเกิดลูกไฟขึ้นเฉพาะในช่วงวันออกพรรษาเท่านั้น

 
จุดชมบั้งไฟพญานาคที่อำเภอโพนพิสัย
ส่วนเหตุที่บั้งไฟพญานาคเกิดขึ้นในลำน้ำโขงเฉพาะช่วงจังหวัดหนองคาย-บึงกาฬ รวมไปถึงฝั่งเมืองเวียงจันทน์ของ สปป.ลาว นั้น ชาวบ้านต่างเชื่อว่าบริเวณนี้มีเมืองบาดาลซึ่งเป็นอาณาจักรของพญานาคอยู่ใต้ลำน้ำโขง ทำให้บั้งไฟพญานาคปรากฏให้เห็นในแถบนี้มากกว่าที่อื่นๆ

แม้ปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคในปัจจุบันจะยังเป็นเรื่องที่ชวน “งึด” (ภาษาถิ่นอีสาน แปลว่า น่าสงสัย น่าอัศจรรย์ใจ) แต่ทุกๆ ปีก็มีผู้คนมหาศาลไปรอชมบั้งไฟพญานาคกันอย่างล้นหลามจนถือเป็นงานเทศกาลท่องเที่ยวที่สร้างรายได้มหาศาลให้กับจังหวัดหนองคายและจังหวัดใกล้เคียง

สำหรับจุดที่พบเห็นบั้งไฟพญานาคนั้นจากที่เคยเกิดขึ้นผ่านๆมา มีการกระจายไปตามอำเภอต่างๆ ของจังหวัดหนองคายและบึงกาฬที่อยู่ริมแม่น้ำโขง รวมแล้วกว่า 20 จุด แต่จุดที่เกิดบั้งไฟพญานาคให้เห็นทุกปีและเห็นมากที่สุดในจังหวัดหนองคายจะอยู่ที่อำเภอโพนพิสัย บริเวณปากห้วยหลวง ตำบลห้วยหลวง ในเขตเทศบาลตำบลจุมพล หน้าวัดไทย วัดจุมพล วัดจอมนาง หนองสรวง เวินพระสุก ท่าทรายรวมโชค ตำบลกุดบง บ้านหนองกุ้ง ส่วนในอำเภอรัตนวาปีก็เป็นอีกแห่งหนึ่งที่พบเห็นบั้งไฟพญานาคได้บ่อยในบริเวณปากห้วยเป บ้านน้ำเป วัดเปงจานเหนือ บ้านหนองแก้ว นอกจากนั้นก็ยังพบเห็นที่อำเภอสังคม บริเวณอ่างปลาบึก บ้านผาตั้ง บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอสังคม รวมทั้งที่อำเภอศรีเชียงใหม่ บริเวณวัดหินหมากเป้ง รวมไปถึงอำเภอเมือง ก็พบได้เช่นกัน

 
ชาวหนองคายส่วนหนึ่งเชื่อว่ามีเมืองบาดาลอยู่ใต้แม่น้ำโขง
ส่วนในจังหวัดบึงกาฬ สามารถชมได้ที่อำเภอเมืองบึงกาฬ บริเวณแก่งอาฮง วัดอาฮง ตำบลหอคำ ซึ่งเป็นจุดที่ชาวหนองคายเชื่อกันว่าเป็นสะดือแม่น้ำโขง เป็นเมืองหลวงของเมืองบาดาล ส่วนในอำเภอปากคาดก็มีบั้งไฟพญานาคขึ้นให้เห็นเช่นเดียวกัน

สำหรับในปีนี้ ใครที่อยากไปร่วมงานบุญออกพรรษา รวมทั้งอยากไปชมบั้งไฟพญานาค ก็สามารถไปชมได้ในจุดต่างๆ ที่กล่าวไปแล้ว นอกจากนั้นทางจังหวัดหนองคายได้จัดกิจกรรมงานเทศกาลออกพรรษาตั้งแต่วันที่ 27 ต.ค.-2 พ.ย. โดยนอกเหนือจากกิจกรรมสำคัญอย่างการร่วมชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคริมฝั่งแม่น้ำโขงในคืนวันที่ 30 ต.ค. ซึ่งเป็นวันออกพรรษาแล้ว ทางเทศบาลเมืองหนองคายยังมีการจัดกิจกรรมถนนอาหาร การแสดงแสงเสียงเปิดตำนานบั้งไฟพญานาคที่เป็นไฮไลต์ของทุกปีในวันที่ 28-29 ต.ค. 55 ณ บริเวณลานวัดศรีบุญเรือง ในอำเภอเมืองอีกด้วย และมีการแสดงต่างๆ ตลอดช่วงการจัดงาน

ในปี 2554 ที่ผ่านมามีบั้งไฟพญานาคเกิดขึ้นโดยรวมในวันออกพรรษา 583 ลูก แต่ในปีนี้ต้องมาลุ้นกันดูว่าจะมีบั้งไฟพญานาคขึ้นให้เห็นมากหรือน้อยเพียงใด

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้