ก.พ.อ.เล็งให้เกษียณอายุได้ถึงอายุ 66 ปี ให้สกอ.ศึกษารายละเอียด
นำเข้าเมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2555 โดย ถ้ายังมีไฟอยู่ก็น่าจะต่อได้
อ่าน [47050]  

ก.พ.อ.เล็งให้เกษียณอายุได้ถึงอายุ 66 ปี ให้สกอ.ศึกษารายละเอียด.....

 
       ก.พ.อ.เล็งเปิดช่องขยายเวลาการทำงานให้คนเกษียณถึงอายุ 65 ปี มอบ สกอ.ไปศึกษาความเป็นไปได้ เตรียมเสนอ ครม. ไฟเขียวปรับเงินเดือนสายวิชาการในกลุ่มมหา’ลัยที่เงินเดือนตันให้ทะลุข้ามขั้นได้ เช่นเดียวกับที่ ก.ค.ศ.กำลังปรับแก้ไขในส่วนของครู ตามพ.ร.บ.เงินเดือนเงินวิทยฐานะฯ

 
สุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศึกษาธิการ (แฟ้มภาพ)
       ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) เมื่อเร็ว ๆ นี้ ว่าที่ประชุมได้รายงานผลการวิจัยโครงการติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานตามประกาศ ก.พ.อ.เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการต่อเวลาราชการของข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ.2550 โดยมีข้อเสนอแนะ เช่น ควรเปิดช่องให้สถาบันอุดมศึกษาสามารถบริหารจัดการภายในได้ โดยกำหนดจำนวน และตัวบุคคลที่ต้องการต่อเวลาราชการ โดยให้มีการโอนย้ายจากสถาบันหนึ่งไปยังสถาบันหนึ่งมากกว่า 6 เดือนก่อนการพิจารณาต่อเวลาราชการ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนอัตรากำลังได้มาก ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ควรจัดตั้งศูนย์รวมข้อมูลผู้เกษียณอายุราชการที่มีคุณสมบัติพร้อมเข้าสู่กระบวนการต่อเวลาราชการ และพร้อมที่จะทาบทามเพื่อโอนย้าย เพื่อช่วยให้สถาบันที่สนใจค้นหาข้อมูลได้ง่ายขึ้น
       
       “ผลการวิจัยยังเสนอด้วยว่า ควรกำหนดให้ข้าราชการที่ได้รับการพิจารณาให้ต่อเวลาราชการให้รับราชการต่อไปได้จนถึงวันสิ้นปีงบประมาณที่ผู้นั้นมีอายุครบ 65 ปีบริบูรณ์ พร้อมทั้งกำหนดให้สถาบันอุดมศึกษากำกับและติดตามประเมินผลการปฏิบัติงาน และเมื่ออายุครบ 65 ปี ควรให้แบ่งการต่อเวลาราชการเป็นคราวละ 2-3 ปี แต่รวมแล้วต้องไม่เกิน 5 ปีและหากเป็นไปได้ควรศึกษาเพิ่มเติมกรณีต่อเวลาราชการเป็นรายปีต่อไปจนถึงอายุ 70 ปี ในส่วนภาระงานประจำปีของผู้ได้รับการต่อเวลาราชการ ไม่ควรต่ำกว่ามาตรฐานภาระงานของผู้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ เพื่อสร้างบรรทัดฐานการทำงาน เป็นแบบอย่างที่ดี และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการต่อเวลาราชการ”รมว.ศึกษาธิการ กล่าวและว่า ทั้งนี้ที่ประชุมได้มอบให้ สกอ. นำข้อเสนอแนะดังกล่าวไปพิจารณาถึงความเป็นไปได้ และให้นำกลับมาเสนอต่อที่ประชุมในโอกาสต่อไป
       
       ศ.ดร.สุชาติ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบตามที่คณะอนุกรรมการเกี่ยวกับการพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลในสถาบันอุดมศึกษา ได้เสนอข้าราชการในสถาบันอุดมศึกษา ที่มีตำแหน่งทางวิชาการ ได้รับสิทธิประโยชน์อย่างเสมอภาคและเป็นธรรม เช่นเดียวกับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาอื่น ๆ โดยหากได้รับอัตราเงินเดือนถึงขั้นสูงของอัตราเงินเดือนในตำแหน่งที่ดำรงอยู่ ให้ไปรับเงินเดือนสูงกว่าขึ้นสูงของอัตราเงินเดือนเดิม เช่นเดียวกับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
       
       ด้าน รศ.นพ.กำจร ตติยกวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (รองเลขาธิการ กกอ.) กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นการปรับให้ผู้ที่มีตำแหน่งทางวิชาการได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้นเงินเดือนเดิม อาทิ ผู้ช่วยศาสตรจารย์ (ผศ.) ที่เงินเดือนตันแล้วสามารถทะลุขั้นเงินเดือนของตนเอง ไปรับเงินเดือนในขั้นที่สูงกว่าในตำแหน่ง รองศาสตราจารย์ (รศ.)ได้ ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของผลกระทบจากนโยบายการปรับเงินเดือนปริญญาตรี 15,000 ของรัฐบาล จึงทำให้ขั้นเงินเดือนปัจจุบันไม่สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจ โดยขณะนี้คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ. ) ได้แก้ไขพ.ร.บ.เงินเดือนเงินวิทยฐานะและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการครู ที่เงินเดือนเต็มขั้น ให้ไปรับเงินเดือนในอันดับขั้นต่อไปได้ อาทิ อันดับ คศ.2 ที่เงินเดือนเต็มขั้นให้รับเงินเดือนในอันดับคศ.3 ได้โดยขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ดังนั้น สกอ.จึงคิดว่าข้าราชการในสถาบันอุดมศึกษาก็ควรได้รับสิทธิเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวจะต้องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป
 

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้