ก.พ.รู้ตัวมือปืนทำข้อสอบรั่ว "ดีเอสไอ"เผยจ่าย1แสนต่อ"ซี"เล็งเพิกถอน อ.บ.ต.ปี49 หมื่นอัตรา
นำเข้าเมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2555 โดย จิรภัทร ชูศรีโฉม
อ่าน [47322]  

ก.พ.รู้ตัวมือปืนทำข้อสอบรั่ว "ดีเอสไอ"เผยจ่าย1แสนต่อ"ซี"เล็งเพิกถอน อ.บ.ต.ปี49 หมื่นอัตรา.....

หนังสือพิมพ์"มติชน-ประชาชาติธุรกิจ"ได้นำเสนอข่าวและข้อมูลเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง โดยมีบทความเรื่องหนึ่งชื่อ"นิติกรรมอำพราง" ได้เขียนขึ้นเพื่อเปิดโปงคดีดังกล่าวมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว แต่ไม่ได้รับความสนใจจากกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง

 

 

ก.พ.เผยรู้โฉมหน้าคนรับจ้างสอบแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะไม่ได้ตั้งใจมาสอบ ทำเป็นขบวนส่งสายสืบเข้ามาจำข้อสอบเพื่อโกยเข้าสต๊อกกลาง ก่อนเอาออกขายต่อ ดีเอสไอเผยสอบเข้ารับราชการอบต.ปี 49 เปิดรับ 10,000 อัตรา ส่อโกงข้อสอบอื้อ เตรียมส่งหลักฐานผลคะแนนพร้อมแผนผังที่นั่งสอบให้ก.พ.เพิกถอนผลการสอบ

เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ดุษฎี อารยะวุฒิ ผู้บัญชาการสำนักเทคโนโลยีและการตรวจสอบ  เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการสืบสวนขบวนการโกงข้อสอบเข้ารับราชการ ว่า  จากการสืบสวนของดีเอสไอพบว่า ขบวนการโกงข้อสอบไม่ได้มีเพียงกลุ่มเดียว แต่แตกเครือข่ายออกเป็นหลายกลุ่ม เนื่องจากเครื่องตรวจจับคลื่นสัญญาณบริเวณห้องสอบ ตรวจพบว่ามีคลื่นสัญญาณถูกส่งมาจากหลายส่วน ในบางครั้งสัญญาณถูกส่งมาชนกัน โดยขบวนการโกงข้อสอบจะมีข้าราชการที่เคยผ่านการสอบเข้ารับราชการร่วมขบวนการด้วย บางกลุ่มได้เปิดสถาบันกวดวิชา ติวสอบเข้ารับราชการบังหน้า

จากนั้นจะเข้าไปหาข้อมูลบัญชีผู้สมัครสอบเข้ารับราชการผ่านระบบอินเตอร์เน็ตของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)  และจะโทรศัพท์ไปสอบถามผู้สมัครสอบว่าสนใจซื้อคำตอบข้อสอบหรือไม่ โดยผู้ที่ต้องการสมัครเป็นข้าราชการซี 1 ต้องจ่าย 100,000 บาท ซี 2 ต้องจ่าย 200,000 บาท และซี3 หรือตำแหน่งที่จำกัดอัตราจะต้องจ่ายตั้งแต่ 300,000 บาทขึ้นไป โดยขบวนการโกงข้อสอบจะรับรองผลว่าเข้ารับราชการได้แน่นอน

พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวอีกว่า เมื่อมีการตกลงจ่ายเงินแลกเปลี่ยนกับคำตอบข้อสอบ สถาบันกวดวิชาจะดำเนินการสมัครสอบเข้ารับราชการให้ลูกค้า เพื่อให้ได้เลขที่นั่งสอบในละแวกใกล้เคียงกัน ทั้งนี้เพื่อให้สะดวกในการส่งสัญญาณแจ้งคำตอบข้อสอบ หากเป็นการสอบในห้องประชุมขนาดใหญ่จะมีผู้ช่วยอีก 1 คน เข้าร่วมการสอบเพื่อส่งสัญญาณคำตอบข้อสอบให้ทั่วถึง โดยมือปืนที่รับจ้างเฉลยคำตอบข้อสอบมักเป็นเด็กเรียนเก่ง ระดับเกียรตินิยม ได้รับผลตอบแทนในการเฉลยคำตอบข้อสอบครั้งละ 20,000 บาทขึ้นไป ซึ่งดีเอสได้หลักฐานแผนผังเลขที่นั่งสอบจำนวนมากที่มีปัญหา คะแนนคำตอบผิด-ถูกใกล้เคียงกัน โดยเฉพาะการสอบบรรจุเข้าเป็นข้าราชการในสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในปี 2549 ซึ่งเป็นการเปิดรับสมัครถึง 10,000 อัตรา  เร็วๆนี้จะส่งหลักฐานให้ก.พ.พิจารณาเพิกถอนผลการสอบ

"ดีเอสไอได้รับแจ้งเบาะแสจากผู้ที่เคยร่วมอยู่ในขบวนการโกงข้อสอบ โดยพยานรายนี้เคยเข้าสอบรับราชการตำรวจ แต่สอบไม่ผ่านเกณฑ์ เมื่อไปตรวจสอบผลคะแนนจึงพบว่า มีคนสอบได้คะแนนสูงกว่าถึง  50 คน จึงค่อนข้างมั่นใจว่ามีขบวนการโกงข้อสอบกลุ่มอื่นที่เก่งกว่า จึงทำคะแนนได้ดีกว่า" พ.ต.อ.ดุษฎีกล่าว

ทางด้าน นายปรีชา วัชราภัย เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) กล่าวถึงขบวนการโกงข้อสอบเข้ารับราชการในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณารับเป็นคดีพิเศษของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า ดีเอสไอได้ประสานขอข้อมูลมาที่ก.พ. แล้ว เท่าที่ทราบขบวนการโกงข้อสอบจะใช้วิธีส่งคนกลุ่มหนึ่งมาสมัครสอบภาค ก. เพื่อเป็นสายสืบเข้ามาดูข้อสอบและแบ่งกันจำคำถาม-คำตอบ โดยอาจจะจำคนละ 10 ข้อ จากนั้นก็เอามาเก็บเข้าสต็อครวมไว้ขายบุคคลที่ประสงค์จะสมัครสอบเข้ารับราชการ อย่างไรก็ตามในการสอบภาคก. แต่ละครั้ง ก.พ. จะออกข้อสอบใหม่ทุกครั้ง และไม่เคยใช้ข้อสอบชุดเดิมซ้ำ แต่ยอมรับว่าแนวทางหลักๆ อาจจะมีความคล้ายคลึงกัน

" ที่ผ่านมาก.พ. รู้ว่ามีขบวนการโกงข้อสอบ ซึ่งเคยจับได้บ้างกรณีให้บุคคลอื่นเข้ามาสอบแทน แต่ในกรณีการแสร้งเข้ามาสมัครสอบรับราชการเพื่อเข้ามาจำข้อสอบ คงตรวจสอบลำบาก หรือแม้จะรู้ตัวผู้ต้องสงสัยที่เป็นคนหน้าเดิมๆ เข้ามาสอบซ้ำๆ แต่ไม่ได้บรรจุสักทีเพราะไม่ได้ตั้งใจจะรับราชการจริงๆ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะไม่สามารถออกกฎห้ามสมัครสอบรับราชการเกิน 3 ครั้ง สิ่งที่ก.พ. ทำได้คือพยายามป้องกันด้วยการสลับข้อสอบของผู้เข้าสอบแต่ละคน การจำกัดจำนวนผู้เข้าสอบแต่ละครั้ง การห้ามนำโทรศัพท์มือถือเข้าห้องสอบ การห้ามสวมเสื้อแจ๊คเก็ต ฯลฯ " เลขาธิการก.พ. กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า นอกจากบุคคลภายนอกแล้ว เป็นไปได้หรือไม่ว่าจะมีข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับการสอบร่วมอยู่ในขบวนการโกงข้อสอบด้วย นายปรีชากล่าวว่า ในส่วนอื่นเป็นอย่างไรตนไม่ทราบ แต่สำนักงานก.พ. เชื่อว่าคนในทำเรื่องแบบนี้ไม่ได้ เพราะในการจัดสอบภาคก. แต่ละครั้ง จะมีนักวิชาการด้านการสอบและอาจารย์มาร่วมออกข้อสอบเป็นแสนๆ ข้อ ก่อนจะจัดเป็นข้อสอบหลายสิบชุด โดยแต่ละชุดมี  100 ข้อ และก็จะมีกรรมการกลางเป็นผู้สุ่มหยิบซองข้อสอบที่จะใช้เพียง 1 ชุด ซึ่งคนจัดซองข้อสอบก็ไม่รู้อีกว่าเป็นข้อสอบชุดไหน โดยคนทั้งหมดนี้ต้องอยู่ในคลังข้อสอบจนกว่าจะเริ่มมีการสอบ ดังนั้นโอกาสที่ข้อสอบจะรั่วไหลถึงหูผู้สมัครสอบจึงไม่มีเลย นอกจากนี้หลังการสอบเสร็จ เจ้าหน้าที่คุมสอบก็ต้องเก็บข้อสอบและกระดาษคำตอบส่งคืนทั้งหมด

นายปรีชายังกล่าวถึงความเป็นไปได้ในการไล่ตรวจสอบบัญชีผู้ได้รับบรรจุเป็นข้าราชการในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา ว่า ถึงแม้จะตรวจสอบและรู้ว่าใครเข้ารับราชการได้ด้วยการโกง ซึ่งในกฎหมายเขียนไว้ชัดเจนว่าต้องให้ออกจากราชการโดยพลัน แต่ต้องยอมรับว่าการจับทุจริตการสอบต้องมีหลักฐานซึ่งๆ หน้า แต่นี่ผ่านมาหลายปีแล้ว จึงเป็นเรื่องยากที่จะไปชี้ว่าใครทุจริตการสอบหรือไม่

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้