การเลิกยาในแต่ละบุคคลจะมีความแตกต่างกัน
นำเข้าเมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2555 โดย pop
อ่าน [81744]  

การเลิกยาในแต่ละบุคคลจะมีความแตกต่างกัน.....

โดยทั่วไปการเลิกยาในแต่ละบุคคลจะมีความแตกต่างกัน แต่อาจแบ่งออกเป็นระยะกว้างๆได้ ดังนี้

  • ระยะมีอาการขาดยา เกิดขึ้นในช่วงที่ 2-10 หลังการหยุดยา อาการที่รุนแรง คือ อาการอยากยาและซึมเศร้า มีหลายคนที่มีอาการไม่รุนแรง เช่น มีเพียงปัญหาการนอนหลับยาก กินเก่งและไม่มีสมาธิ
  • ระยะฮันนี่มูน เป็นระยะต่อเนื่องจากระยะขาดยาและคงอยู่ได้นานถึง 6 สัปดาห์ ในช่วงนี้ผู้เลิกยาจะรู้สึกมีกำลังเพิ่มมากขึ้น กระตือรือร้น มองโลกในแง่ดี มีความเชื่อมั่นมากจนหลายคนเข้าใจผิดว่าระยะนี้เป็นการสิ้นสุดกระบวนการรักษา ทั้งที่ในความเป็นจริง ยังมีความเสี่ยงต่อการกลับไปใช้ยารออยู่ในระยะต่อไป
  • ระยะฝ่าอุปสรรค จาก 6 สัปดาห์ถึงประมาณ 4 เดือนหลังการเลิกยา ผู้เลิกจะรู้สึกรำคาญและเกิดอารมณ์ยุ่งยากและไม่สามารถใช้ความคิดได้เต็มที่ ส่วนมากผู้ป่วยจะมีอารมณ์เศร้า หงุดหงิด ไม่มีสมาธิ ไม่มีกำลัง และขาดความกระตือรือร้น เป็นระยะที่มีความเสี่ยงสูงมากในการกลับไปใช้ยาซ้ำ
  • ระยะปรับตัวหรือระยะคลี่คลาย การเรียนรู้ถึงระยะต่างๆ ของการเลิกยาที่ผ่านมาจะช่วยให้ผู้เลิกยาเข้าใจสิ่งที่อาจชักนำให้กลับไปใช้ยาและเตรียมพร้อมต่อการแก้ไขอาการหรือปัญหาต่างๆ ซึ่งเป็นหลักสำคัญในระยะปรับตัว โดยทั่วไปเมื่อผู้เลิกยาสามารถปรับตัวใหม่กับชีวิตปกติ หลังหยุดยาได้ 1 ปี จะมีความพร้อมและปลอดภัยเพียงพอต่อการดำรงชีวิตตามปกติ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสำคัญๆ ในชีวิตได้ เช่น การเรียนต่อ การย้ายที่อยู่ การแต่งงานและภาวะที่ส่งผลกระทบทางจิตใจอื่นๆ

ในภาวะเสพยา อาการอยากยาเกิดขึ้นได้จากฤทธิ์ของเสพติดทางกายของยา ขณะเดียวกันสิ่งแวดล้อมทุกอย่างที่เกี่ยวข้องหรือสัมพันธ์กับการเสพยาในประสบการณ์ของผู้เสพติด เช่น ยาเสพติด กลุ่มเพื่อน ผู้ค้ายา สถานที่ สิ่งของ ความรู้สึกและเวลา ล้วนเป็นสาเหตุร่วมที่จะกระตุ้นให้เกิดความคิดกระบวนการเสพยาได้รุนแรงไม่แพ้ผลจากการเสพติดทางกาย ความคิดที่จะใช้ยาจะเกิดขึ้นทีละเล็กทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว หากผู้เสพติดปล่อยให้ตนเองคิดหมกมุ่นเรื่องการเสพยามากขึ้นเท่าใด โอกาสที่จะกลับไปใช้ยาก็จะมีมากขึ้นเท่านั้น

ตัวกระตุ้น ความคิด ความอยาก การเสพ

ดังนั้น การที่ผู้เสพยาปล่อยตนเองให้คิดเกี่ยงกับการเสพยาอย่างต่อเนื่อง จะเป็นผลให้กลับไปใช้ยาอีก วิธีการที่จะช่วยป้องกันการเสพยาได้สำเร็จ คือ การตระหนักรู้ถึงความอยากยาของตัวเองให้เร็วที่สุดและหยุดความคิดไว้ตั้งแต่เริ่มต้นก่อนที่จะรู้สึกอยากยา และไม่สามารถควบคุมตนเองได้

เมื่อผู้เสพติดสามารถหยุดยาได้แล้ว ต้องไม่ประมาท ควรระมัดระวังการติดยาซ้ำอีก ต้องมีความอดทน ให้สามารถหยุดยาได้อย่างถาวร และตระหนักชัดเจนว่ายาเสพติดเป็นของแปลกปลอมห้ามสัมผัส หรือแตะต้องเด็ดขาด

สำหรับผู้ติดยานั้น เมื่อมีตัวกระตุ้นจะนึกถึงยา ซึ่งสามารถนำไปสู่การอยากยาและส่วนมากก็จะหันกลับไปหายาเสพติดอีกครั้ง การฝึกหยุดความคิด จะป้องกันความคิดถึงยา เพื่อไม่ให้เกิดความอยากยารุนแรงจนควบคุมตัวเองไม่ได้

วิธีการหยุดความคิด สามารถทำได้โดย

  • การสร้างจินตนาการ ภาพที่สร้างขึ้นในใจ จินตนาการว่าคุณปิดสวิทซ์ เพื่อหยุดความคิดที่จะใช้ยา วาดภาพอื่นแทนที่จะคิดถึงการใช้ยา ควรใช้จินตนาการหรือความคิดเป็นสิ่งน่าชื่นชมหรือมีความหมายต่อคุณและไม่เกี่ยวข้องกับยา ถ้าเทคนิคการหยุดความคิดไม่ได้ผล ความคิดที่จะใช้ยายังกลับมาอีก คุณควรเปลี่ยนสภาพแวดล้อมหรือเปลี่ยนไปทำงานที่ต้องใช้สมาธิเต็มที่
  • การเตือนตัวเองด้วยการดีดหนังยาง-คล้องยางที่ข้อมือ ดึงและดีดหนังยางเบาๆที่ข้อมือของคุณขณะที่คุณพูดว่า ไม่ เมื่อมีความคิดที่จะใช้ยาและพยายามสร้างมโนภาพแทนการคิดถึงยา
  • การสวดมนต์ เป็นเทคนิคการหยุดความคิดที่ใช้ได้ผล
  • ฝึกการผ่อนคลาย ความรู้สึกว่ากระเพาะอาหารว่างและเป็นตระคิว เมื่ออยากยา สูดหายใจลึก(ให้เต็มปอด) แล้วผ่อนหายใจออกช้าๆ จะช่วยลดอาการเหล่านี้ได้ ทำอย่างนี้ 3 ครั้ง คุณจะรู้สึกถึงร่างกายที่ตึงแน่น ทำซ้ำเหมือนเดิมเมื่อมีความรู้สึกอยากยากลับมา
  • ปรึกษาคนที่ช่วยเหลือได้ พูดคุยกับคนอื่น เพื่อระบายความรู้สึกของคุณ และเพื่อให้คุณได้รับรู้ว่าความคิดของคุณอยู่ในระยะใดของกระบวนการ คุณควรจะมีเบอร์โทรศัพท์ของคนที่สามารถช่วยคุณได้ และคุณสามารถใช้ได้ทันทีที่คุณต้องการความช่วยเหลือ
  • การทำสมาธิ เมื่อคิดถึงยาให้หลับตา แล้วเพ่งความสนใจกับความรู้สึกของลมหายใจที่ผ่านเข้า-ออกบริเวณปลายจมูกหากจับความรู้สึกของลมหายใจไม่ได้ ให้หานใจเข้า-ออกยาวๆ 2-3 ครั้ง แล้วค่อยผ่อนลมหายใจลงมาเป็นปกติ ทำต่อเนื่องกันอย่างน้อย 1 นาที

วิธีต่างๆที่กล่าวมาแล้ว ควรมีการฝึกทำทุกวันๆ ละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น เพื่อเวลานำมาใช้จะได้สามารถทำได้ผลเพื่อหยุดความคิด เมื่อผู้เสพติดสามารถหยุดยาได้แล้วต้องไม่ประมาท ควรระมัดระวังการติดยาซ้ำอีก ต้องมีความอดทนให้สามารถหยุดยาได้อย่างถาวร และตระหนักชัดเจนว่า ยาเสพติดเป็นของแปลกปลอม ห้ามสัมผัสหรือแตะต้องโดยเด็ดขาด


 

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้