ครั้งแรกในโลก! คณะสัตวแพทย์ มก.ผ่าตัดแก้ไขภาวะนิ่วในช้าง
นำเข้าเมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2555 โดย สุดยอดสัตว์แพทย์ มก.ชื่นชมๆครับ
อ่าน [46773]  

ครั้งแรกในโลก! คณะสัตวแพทย์ มก.ผ่าตัดแก้ไขภาวะนิ่วในช้าง .....

 

 

 

 

 
 
 
ครั้งแรกในโลก! คณะสัตวแพทย์ มก.ผ่าตัดแก้ไขภาวะนิ่วในช้าง
       คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพง ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดแก้ไขภาวะนิ่วในช้างเป็นครั้งแรกของโลก ด้าน อธ.มก วอนรัฐบาลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนงบประมาณดูแลสัตว์ใหญ่ที่ได้รับบาดเจ็บ หากจำต้องเลี้ยงไว้เพื่อใช้งาน ควรใส่ใจสุขภาพ ที่อยู่อาศัยและอาหารการกิน

อธิการบดี คณาจารย์คณะสัตว์แพทย์ สอบถามอาการ "ช้างพังคำมูล" หลังจากรับการผ่าตัดนิ่ว นับว่าเป็นครั้งแรกของโลก
       ผศ.น.สพ.ดร.สิทธวีร์ ทองทิพย์ศิริเดช ภาควิชาเวชศาสตร์คลินิกสัตว์ใหญ่และสัตว์ป่าคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน กล่าวถึงความสำเร็จในการผ่าตัดแก้ไขภาวะนิ่วอุดตันทางเดินปัสสาวะในช้างสำเร็จเป็นครั้งแรกในโลก “ตามที่หน่วยสัตว์ป่า โรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ได้รับช้างพังคำมูล อายุ 45 ปี จากเจ้าของ เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันศุกร์ที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา ด้วยอาการบวมบริเวณฝีเย็บใต้ทวารหนักและปัสสาวะกะปริบกะปรอย ขนาดของก้อนที่บวมมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 30 ซม.

 
ช้างพังคำมูล อายุ 45 ปี
       จากการซักประวัติ พบว่า ช้างพังคำมูลเริ่มมีก้อนบวมดังกล่าวตั้งแต่ที่ถูกนำไปเลี้ยงไว้รับนั่งท่องเที่ยวที่เกาะพงัน จ.สุราษฏร์ธานี เมื่อปี 2552 แต่มีขนาดไม่ใหญ่นัก จนกระทั่งเมื่อช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาพังคำมูลได้ย้ายมาอยู่ที่ อ. ปากช่อง จ.นครราชสีมา ช้างพังคำมูลเริ่มมีอาการบวมมากขึ้นที่บริเวณฝีเย็บใต้ทวารหนัก และมีอาการปัสสาวะกะปริบกะปรอย และมีอาการซึม กินอาหารน้อยและไม่ยอมล้มตัวลงนอน เจ้าของจึงตัดสินใจนำส่งโรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เมื่อช้างพังคำมูลมาถึง ทีมสัตว์แพทย์ได้สั่งและทำการตรวจด้วยกล้องเอนโดโคปผ่านทางช่องคลอดและอัลตร้าซาว์ด์ผ่านทวารหนัก และผิวหนังพร้อมทั้งเก็บตัวอย่าง

 
ก้อนนิ่วที่พบจำนวนกว่า 162 ก้อน
       ผศ.น.สพ.ดร.สิทธวีร์ กล่าวต่อว่า ผลการตรวจพบวัตถุแข็งจำนวนมากอยู่ภายในก้อนดังกล่าว มีเศษหนองและเนื้อตายที่ถูกดูดออกมาได้จากการเจาะตรวจ สัตว์แพทย์จึงได้สันนิษฐานว่า น่าจะเป็นภาวะนิ่วอุดตันอยู่หรืออาจจะเป็นส่วนกระดูกของลูกช้างที่มีภาวะคลอดยาก แต่อย่างไรก็ตามช้างพังคำมูลไม่มีประวัติการผสมพันธุ์มาก่อน
       
       “ทีมสัตวแพทย์ได้ทำการรักษาเบื้องต้นด้วยการฉีดยาปฏิชีวนะ ยาลดการอักเสบร่วมกับการให้กินยาลดบวมและทำการเจาะเลือดเพื่อประเมินสุขภาพก่อนการผ่าตัด จากนั้นในเช้าวันที่ 15 กันยายน ทีมสัตวแพทย์ได้ทำการวางยาซึมและให้ยาเฉพาะที่และทำการผ่าตัดให้กับช้างพังคำมูล ผลการผ่าตัด พบว่า จำนวนก้อนนิ่วมากถึง 162 ก้อน โดยนิ่วแต่ละก้อนมีขนาดตั้งแต่เส้นผ่าศูนย์กลาง 10 ซม. จนถึง 2 ซม.ทั้งนี้ไม่รวมก้อนละเอียดเล็กๆที่มีขนาดเม็ดทรายอีกจำนวนมาก ก้อนนิ่วทั้งหมดมีน้ำหนักรวม 8 กิโลกรัม"
       
       ทั้งนี้ ทีมสัตวแพทย์ มก.กำแพงแสน ได้ใช้เวลาในการผ่าตัด 3 ชั่วโมง ภายหลังการผ่าตัดช้างคำมูลมีภาวะท้องอืดเป็นอย่างมาก แต่ทีมสัตวแพทย์ได้ทำการรักษาอย่างเต็มที่จนทำให้ช้างพังคำมูลกลับมาเป็นปกติ ซึ่งในขณะนี้ช้างพังคำมูลกลับมาเป็นปกติ สามารถกินน้ำและอาหารได้ตามปกติ และสามารถขับถ่ายปัสสาวะได้ดีผ่านทางแผลผ่าตัดที่ทีมสัตวแพทย์ได้ทำไว้ เนื่องจากทางเดินปัสสาวะด้านล่างอุดตันจากภาวะการเกิดนิ่ว ขณะนี้อยู่ในระยะพักฟื้นคาดว่า จะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนจะอนุญาตให้กลับบ้านได้
       
       “ การผ่าตัดครั้งนี้ถือว่าเป็นการผ่าตัดแก้ไขภาวะนิ่วอุดตันทางเดินปัสสาวะในช้างสำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก แต่อย่างไรก็ตาม การศึกษาย้อนหลังถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะนิ่วในช้างเชือกนี้ เราพบว่าน่าจะเกิดจากพฤติกรรมการกินน้ำที่มีแร่ธาตุสูงเกินกว่าปกติ หรืออาจเกิดจากกินอาหารที่มีน้ำน้อย ซึ่งปกติทั่วไปช้างต้องกินหญ้าเป็นอาหารหลัก หรือผลไม้ที่มีน้ำเยอะ ซึ่งทั้งนี้เราต้องทำการศึกษาต่อไป”
       

       นอกจากนี้ ผศ.น.สพ.ดร.สิทธวีร์ ไม่ลืมที่จะกล่าวชมเชยลูกศิษย์ คณะสัตวแพทย์ นิสิตชั้นปี 4 5 6 ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการผ่าตัดครั้งนี้ พร้อมทั้งให้เหตุผลว่า การผ่าตัดครั้งนี้ถือว่าเป็นเคสที่หาดูได้ยาก อีกทั้งยังทีเรียนสำคัญให้นิสิตทุกคนได้ศึกษา และกรณีศึกษาที่มีประโยชน์สำหรับวงการสัตวแพทย์ในอนาคตได้

 
ขนาดใหญ่สุด 10 ชม.เท่ากับลูกแอปเปิ้ล
       ขณะที่ รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์  อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบผู้นำช้างออกมาเดินตามท้องถนน หรือนำช้างมาใช้ในทางธุรกิจ ท่องเที่ยวได้ จึงวอนให้รัฐบาล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยดูแลอย่างเป็นระบบ
       
       “มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีหน้าที่ให้ความรู้และนำศาสตร์ความรู้บริการชุมชนและสังคมเมือง อีกทั้งยังดำเนินการดูแลเรื่องสัตว์ป่ามาโดยตลอด เพราะในปัจจุบันสัตว์ป่าหายยากและมีจำนวนน้อยลง โดยเฉพาะช้าง สมควรที่จะอยู่ในป่ามากกว่าที่จะในเมือง หลายครั้งที่เราพบเจอข่าวร้าย ช้างถูกรถชน ได้รับบาดเจ็บ ทำการรักษาต้องใช้เงินจำนวนไม่น้อย อาทิเช่น การเข้าเฝือกช้าง มีค่าใช้จ่ายถึง 5 แสนบาท ซึ่งรัฐบาลน่าจะช่วยสนับสนุนหรือดูแลให้เต็มรูปแบบ เพื่อการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ เพราะมหาวิทยาลัยไม่สามารถที่เข้าไปตรวจสอบใดๆ ได้ อีกทั้งยังวอนให้หน่วยงานอื่นๆ ช่วยดูแล หากจำต้องใช้เลี้ยงช้างเพื่อใช้ทำงาน ต้องดูแลให้ดี ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย อาหารการกิน และสุขภาพ”

 

 
 

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้