บันทึกอาเซียน : 45 ปี ประเทศไทย กับ อาเซียน
นำเข้าเมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2555 โดย เราพร้อมแล้วหือยัง
อ่าน [47098]  

บันทึกอาเซียน : 45 ปี ประเทศไทย กับ อาเซียน .....

บันทึกอาเซียน : 45 ปี ประเทศไทย กับ อาเซียน [4] โดย สมเกียรติ อ่อนวิมล

 

ปี 1994 เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพรายแรกในการจัดงานสำคัญเพื่ออาเซียนด้วยมติจากที่ประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 4 ที่สิงคโปร์ ปี 1992 ประเทศไทยช่วยขยายขอบเขตความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับประเทศนอกภูมิภาคที่เรียกว่าประเทศคู่เจรจาให้กว้างขวางขึ้น และในวันที่ 25 กรกฎาคม 1994 ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งแรกของกลุ่มที่เรียกว่า ASEAN Regional Forum แปลว่า เวทีภูมิภาคอาเซียน เรียกย่อเป็นภาษาอังกฤษว่า ARF  เรียกชื่อภาษาไทยเป็นทางการว่า “การประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก”

ARF เป็นที่พบปะเจรจาระหว่าง 10 ประเทศในอาเซียน กับประเทศคู่เจรจา ซึ่งมี 10 ประเทศ ในการประชุม ARF ครั้งแรกที่กรุงเทพในปี 1994 ต่อมาถึงปี 2011 ARF มีสมาชิกรวม 22 ประเทศ กับอีก 1 กลุ่ม ประกอบด้วย 10 ประเทศในอาเซียน 9 ประเทศ กับ 1 กลุ่มประเทศ คู่ร่วมเจรจาของอาเซียน และ 2 ประเทศนอกภูมิภาค ประเทศคู่เจรจาของอาเซียน คือ ญี่ปุ่น, สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้), สหรัฐอเมริกา, แคนาดา, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, อินเดีย, จีน, รัสเซีย, และ สหภาพยุโรป; ประเทศผู้สังเกตุการณ์คือ ปาปัวนิวกินี; ประเทศนอกภูมิภาค มี มองโกเลีย และ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (เกาหลีเหนือ)                                                                                        

ARF เป็นเวทีปรึกษาหารือ (consultative forum) เกี่ยวกับประเด็นด้านการเมืองและความมั่นคง โดยมุ่งที่จะส่งเสริมความไว้เนื้อเชื่อใจ ความร่วมมือ และความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศผู้เข้าร่วม และพัฒนาแนวทางการดำเนินการทูตเชิงป้องกัน (Preventive Diplomacy) ซึ่งมุ่งป้องกันการเกิดและขยายตัวของความขัดแย้ง และเมื่อผู้เข้าร่วมทุกฝ่ายพร้อมและสะดวกใจ ARF ก็อาจพัฒนาเป็นเวทีหารือแนวทางยุติความขัดแย้งระหว่างผู้เข้าร่วมประชุมได้

ประเทศไทย กับ วิสัยทัศน์อาเซียน 2020

เมื่ออาเซียนเดินทางมาครบ 30 ปี ประเทศไทยได้เสนอความคิดริเริ่มใหม่เรื่องสำคัญเป็นประวัติศาสตร์อาเซียนอีกครั้ง คือ “ASEAN Vision” หรือ “วิสัยทัศน์อาเซียน” ซึ่งเป็นการมองอนาคตอาเซียนกำหนดเป็นเป้าหมายระยะไกลไว้ในปี 2020/2563 เรียกว่า “ASEAN Vision 2020”

หรือ “วิสัยทัศน์อาเซียน 2020/2563” ครั้งที่พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี และ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ประเทศไทยนำเสนอเอกสาร “วิสัยทัศน์อาเซียน 2020” ต่อที่ประชุมสุดยอดอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการครั้งที่ 2 ณ กรุง กัวลาลัมเปอร์ วันที่ 15 เดือนธันวาคม 1997/2540 แล้วอาเซียนก็รับรองวิสัยทัศน์อาเซียน 2020 ด้วยความมุ่งมั่นว่าอนาคตอาเซียนตามที่กำหนดไว้ ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ในประชาคมอาเซียน และความสัมพันธ์กับนานาประเทศนอกภูมิภาค จะก้าวหน้าไปอย่างเป็นระบบ ในทิศทางเดียวกัน

วิสัยทัศน์อาเซียน 2020 อันเป็นผลพวงจากการริเริ่มของไทยในปี 1997 จึงนำไปสู่การประกาศปฏิญญา Bali Concord II เดือนตุลาคม 2003 ให้จัดตั้งประชาคมอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรมและอย่างเป็นระบบตามขั้นตอนที่ตกลงกันในเบื้องต้นที่บาหลีและจะมีแผนงานโดยละเอียดในไม่นานข้างหน้า

บนเสาหลักแห่งการเมืองและความมั่นคง
บนเสาหลักแห่งเศรษฐกิจ, และ
บนเสาหลักแห่งสังคมและวัฒนธรรม

เป็นที่มาของคำอธิบายว่าประชาคมอาเซียนตั้งอยู่บนสามเสาหลักแห่งประชาคมดังที่กล่าวถึงกันหลงัจากปี 2003 เป็นต้นมา

วิสัยทัศน์แห่งประชาคมอาเซียนนำต่อไปสู่แผนปฏิบัติการเวียงจันทน์ เดือนธันวาคม 2004 ที่จัดทำร่างรายละเอียดแผนงานการจัดตั้งประชาคมอาเซียน ตามวิสัยทัศน์อาเซียน 2020 จากนั้นก็นำต่อไปสู่คำขวัญใหม่ของอาเซียน ประกาศ ณ ที่ประชุมสุดยอดอาเซียนกรุงกัวลาลัมเปอร์ เดือนธัันวาคม 2005 ว่า “One Vision, One Identity, One Community” หรือ “หนึ่งวิสัยทัศน์ หนึ่งอัตลักษณ์ หนึ่งประชาคม”

ที่กัวลาลัมเปอร์ครั้งนี้เองที่ผู้นำอาเซียนเริ่มคิดถึงความเป็นไปได้ที่อาจจะร่นระยะเวลาเป้าหมายตามวิสัยทัศน์ปี 2020 เข้ามาให้เร็วอีก 5 ปี เป็นปี 2015 โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งในที่สุดที่ประชุมสุดยอดอาเซียน ณ เมือง Cebu ระหว่างวันที่ 9-15 มกราคม ปี 2007 อาเซียนจึงตกลงประกาศปฏิญญาเซบู (Cebu Declaration) ว่าด้วยการจัดตั้งประชาคมอาเซียน ภายในปี 2015

วิสัยทัศน์อาเซียน 2020 ยังคงอยู่ตามเดิมเป็นฐานแห่งอนาคตของอาเซียน แต่ประชาคมอาเซียนซึ่งเป็นส่วนสำคัญของวิสัยทัศน์อาเซียน ได้รับการสนับสนุนให้บรรลุเป้าหมายเร็วขึ้น 5 ปี

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้