ผู้ป่วยโรคกระดูกและข้อในไทยของมูลนิธิโรคข้อ พบว่าในปี 2549 ไทยมีผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมกว่า 6 ล้านคน
นำเข้าเมื่อวันที่ 20 ส.ค. 2555 โดย pop
อ่าน [49698]  

จากสถิติของผู้ป่วยโรคกระดูกและข้อในไทยของมูลนิธิโรคข้อ พบว่าในปี 2549 ไทยมีผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมกว่า 6 ล้านคน .....

สธ.เตรียมเสนอ ครม.เห็นชอบโครงการ 4 ปี รณรงค์ประชาชนใช้โถส้วมแบบนั่งราบห้อยขาแทนส้วมแบบนั่งยองป้องกันปัญหาโรคข้อเข่าเสื่อม ชี้ผลเสียการนั่งยองงอเข่า ทำให้ผิวข้อเข่าเสียดสีกันมาก เร่งข้อเข่าเสื่อมเร็ว ตั้งเป้าภายในปี 2559 บ้านเรือนร้อยละ 50 สถานที่สาธารณะ 12 ประเภท อาทิ สถานที่ท่องเที่ยว ตลาดร้อยละ 90 จะมีส้วมชนิดนั่งราบห้อยขาใช้ เผยสถานการณ์ล่าสุดพบคนไทยเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมกว่า 6 ล้านคน พบทั้งผู้สูงอายุและวัยกลางคนมากขึ้น ขณะที่บ้านเรือนยังใช้ส้วมนั่งยองมากถึงร้อยละ 86
       
       นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และมีแนวโน้มว่าผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ในปี พ.ศ.2553 ประเทศไทยมีประชากรผู้สูงอายุจำนวน 7.5 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 11.3 ของประชากรทั้งหมด และจากสถิติของผู้ป่วยโรคกระดูกและข้อในไทยของมูลนิธิโรคข้อ พบว่าในปี 2549 ไทยมีผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมกว่า 6 ล้านคน และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอีกทุกๆปี โดยในอดีตโรคข้อเข่าเสื่อมส่วนใหญ่จะพบในผู้สูงอายุ แต่ทุกวันนี้พบในอายุน้อยลง ในกลุ่มที่มีอายุน้อยกว่า 45 ปี ผู้ชายจะเป็นโรคนี้มากกว่าผู้หญิง ในกลุ่มอายุมากกว่า 45 ปี ผู้หญิงจะเป็นมากกว่าผู้ชาย และยังพบอีกว่าทั้งชายและหญิงที่มีอายุ 75 ปีขึ้นไป จะป่วยเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมมากกว่าร้อยละ 80-90 ทั้งนี้เนื่องจากมีปัจจัยเสี่ยงและปัจจัยเสริมหลายๆ อย่างประกอบกัน เช่น อ้วน อายุมาก การนั่งยองๆ หรือนั่งพับเพียบบ่อยๆนานๆ กระทำติดต่อกันเป็นเวลาหลายปี หรือการได้รับบาดเจ็บที่บริเวณข้อเข่า เป็นต้น

 
       อย่างไรก็ตาม เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดข้อเข่าเสื่อมเร็ว และชะลอภาวะข้อเข่าเสื่อมของประชาชน ในปีนี้กระทรวงสาธารณสุขได้มอบให้กรมอนามัยจัดทำโครงการ “ปลดทุกข์ด้วยรอยยิ้ม โถห้อยขาเสริมสุขผู้สูงวัย พ.ศ. 2556-2559” เพื่อรณรงค์และส่งเสริมให้ประชาชนไทยทุกครัวเรือน พร้อมใจกันเปลี่ยนโถส้วมจากชนิดนั่งยองๆ หรือที่เรียกว่าส้วมซึม หันมาใช้โถส้วมแบบนั่งราบห้อยขา หรือที่เรียกกันติดปากว่าส้วมชักโครกให้ได้ร้อยละ 50 ภายในปี 2559 ส่วนสถานที่สาธารณะที่ประชาชนใช้บริการเป็นประจำ 12 แห่ง ได้แก่ 1.สถานที่ท่องเที่ยว 2.ตลาด 3.ร้านอาหาร 4.สถานศึกษา 5.สถานที่ราชการ 6.โรงพยาบาลและสถานบริการสาธารณสุข 7.ศาสนสถาน 8.ห้างสรรพสินค้า 9.สถานีบริการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง 10.ส้วมริมทาง 11.สถานีขนส่ง และ12.สวนสาธารณะ จะรณรงค์ให้ทุกแห่งปรับเปลี่ยนและเพิ่มโถส้วมแบบนั่งราบห้อยขาอย่างน้อย 1 ที่ ภายในปี 2559 และมีระบบการดูแลความสะอาด เพื่อให้เป็นส้วมที่ได้มาตรฐานความสะอาด ปลอดภัยทุกแห่ง โดยจะเสนอโครงการนี้ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อรับทราบ
       ทั้งนี้ ผลสำรวจล่าสุด ขณะนี้ครัวเรือนส่วนใหญ่ยังนิยมการใช้โถส้วมชนิดนั่งยองสูงถึงร้อยละ 86 มีโถส้วมชนิดนั่งราบห้อยขาเพียงร้อยละ 13 และผลการสำรวจสถานที่สาธารณะต่างๆ เช่น ห้องอาหาร ปั๊มน้ำมัน ในปี 2554 พบว่ามีส้วมแบบนั่งราบห้อยขาแล้วร้อยละ 55 เท่านั้น การใช้โถส้วมชนิดนั่งราบห้อยขาจะลดผลกระทบต่อการเกิดข้อเข่าเสื่อม แต่การใช้ส้วมนั่งยองจะทำให้ผิวข้อเข่าเสียดสีกันมาก เพราะข้อเข่าต้องงอชิดกันมาก ทำให้ข้อเข่าค่อยๆเสื่อมลงไปเรื่อยๆโดยไม่รู้ตัว และการนั่งงอเข่าจะทำให้เส้นเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงขาถูกกดทับ ทำให้เกิดอาการขาชา ขาอ่อนแรง และอาจหน้ามืด เกิดอุบัติเหตุ ทำให้เป็นอัมพาต พิการ หรือเสียชีวิตได้ ปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมเข้ารักษาในแต่ละโรงพยาบาลมากกว่า 70 รายต่อปี ผู้ป่วยบางรายเสียค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดเป็นเงินจำนวนมาก และยังไม่สามารถรักษาโรคให้หายขาดได้ นายแพทย์สุรวิทย์ กล่าว

 

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้