วิพากษ์
นำเข้าเมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2555 โดย pop
อ่าน [46955]  

วิพากษ์'ยิ่งลักษณ์'1ปี'กรณ์'ให้เต็มสิบ .....

 

สัมภาษณ์พิเศษ : 'กรณ์ จาติกวณิช' : วิพากษ์ 1 ปี 'ยิ่งลักษณ์' : 'ผมให้เต็มสิบ' โดย ศรายุทธ สายคำมี

 

          "แต่คุณยิ่งลักษณ์ ก็เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้แก่ประเทศไทยนะครับ หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส ผมว่าเค้าเป็นผู้นำที่หน้าตาดีกว่านายกรัฐมนตรีทั่วโลก ซึ่งประเทศเราก็ได้ชื่อว่าเป็นแลนด์ ออฟ สไมล์ อยู่แล้ว คือขอแค่ว่า อย่าไปทำอะไรให้ต่างประเทศเขาดูถูกก็พอ"

          ครบขวบปีรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในสายตาฝ่ายตรวจสอบจากฟากพรรคประชาธิปัตย์อย่าง กรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กลับมีมุมที่แตกต่างจากคนทั่วไป โดยเฉพาะคะแนนที่ให้นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทยนั้น รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์บอกว่า สำหรับเขาแล้ว ให้คะแนนเต็ม 10 เลยทีเดียว ถึงแม้ในตอนต้นของการสนทนา จะแสดงท่าทีกังวลต่ออนาคตของประเทศภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ตาม

          "ผมยังไม่เห็นว่าที่ผ่านมา หรือแนวโน้มที่จะจะนำพาประเทศให้ไปในทิศใดทิศหนึ่ง ไม่คืบหน้าเลย ส่วนในด้านนโยบายก็แก้ปมที่ได้ประชาสัมพันธ์เอาไว้ เพราะกลัวจะถูกหาว่าดีแต่พูด แต่มันไม่ได้ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงประเทศ"

          กรณ์ อธิบายว่า ถ้าจะพูดในแง่ของการเมืองที่มีสองขั้ว เขาก็ยังหวังว่าจะเห็นยุทธศาสตร์ที่แตกต่างกัน แต่ทว่า 1 ปีที่ผ่านมา ทุกอย่างเป็นเกมการเมืองไปเสียหมด มีแต่เรื่องพรรคเรื่องพวก หรือเรียกว่า มีวาระซ่อนเร้น รัฐบาลก็เลยเสียเวลาไปเปล่าๆ 1 ปี

          "พรรคที่ได้เสียงข้างมากในสภา ผมว่าเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่มากที่จะขับเคลื่อนประเทศ ถ้าหากคิดจะเปลี่ยนแปลงประเทศกันจริงๆ โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยเกิดขึ้นมาเพราะประกาศว่าจะทำเพื่อผู้ที่ด้อยโอกาส แต่ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ด้อยโอกาสกลับไม่ได้ประโยชน์ หรือได้ก็น้อยมาก เมื่อเทียบกับกลุ่มผู้มีอำนาจ"

          รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ชี้ให้เห็นความแตกต่างตรงนี้ด้วยการยกตัวอย่างในเรื่องของการลดภาษีนิติบุคคลจาก 28% เหลือ 23% ซึ่งไม่มีประโยชน์อะไรเลย ถึงแม้ว่าเขาจะสนับสนุนให้เก็บภาษีในอัตราที่ต่ำ แต่จะทำอย่างนั้นได้ ก็ต่อเมื่อรัฐมีรายได้มากกว่ารายจ่าย แต่ในตอนนี้ รัฐมีรายได้น้อย แล้วกลับไปลดภาษีให้อีก แล้วไม่ใช่มีแค่เรื่องภาษีอย่างเดียว ยังมีอย่างอื่นอีก รถคันแรก บ้านหลังแรก แต่รัฐบาลไม่ได้อธิบายเลยว่า ประชาชนได้อะไรจากการลดภาษีนิติบุคคล

          "ผมเห็นได้แต่พูดลอยๆ เป็นทฤษฎีความคิดของทุนนิยม ว่า เป็นการลงทุนในอนาคต ซึ่งผมไม่เชื่อว่ามันจะเกิดขึ้นได้ทันทีทันใด หรือโดยอัตโนมัติ อย่างเรื่องรถคันแรกที่ไปลดภาษีให้ ทั้งที่กลุ่มยานยนต์ เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวที่เติบโตสูงสุด และแทบไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แต่ก็กลับไปลดภาษีสรรพสามิต ซึ่งส่งผลดีให้แก่อุตสาหกรรมยานยนต์ ถามว่าตรงนี้ใครได้"

          กรณ์ กล่าวว่า หากจะช่วยชาวบ้านจริงๆ ทำไมไม่ไปดูเรื่องค่าธรรมเนียมธนาคารที่บ้านเรานั้นเก็บในอัตราที่เกือบจะสูงที่สุดในโลก ซึ่งหากทำตรงนั้นได้ ก็จะทำให้ประชาชนคนทั่วไปได้ประโยชน์

          "หรืออย่างนโยบายปริญญาตรีรับหมื่นห้า ก็ทำได้แค่ภาครัฐ ทำไมไม่ไปตั้งเงื่อนไขกับนิติบุคคลว่า ถ้าคุณจ้างคนเข้าไปหมื่นห้า เราจะลดภาษีให้คุณเหลือ 23% อย่างนี้มันพอรับได้ แต่นี่ไม่มี"

          เมื่อถามถึงนโยบายจำนำข้าวที่กำลังถูกวิจารณ์อยู่ในขณะนี้ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ควรจะต้องมีการรับผิดชอบ และจากกรณีนี้ ทำให้เขาอยากให้รัฐบาลอยู่ครบเทอม แล้วค่อยมาเลือกกันใหม่ จะได้หนีวัฏจักรเดิมๆ คือคนเลือกก็จะได้รู้ว่า เมื่อเลือกมาแล้วก็ต้องรับผิดชอบ แล้วอยู่กับมันให้ได้ ส่วนฝ่ายค้าน ก็ทำหน้าที่ไป แต่ตอนนี้มีอีกเรื่องคือการก้าวก่ายระบอบการปกครอง คือพยายามช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ฝายค้านต่อสู้เต็มที่

          "เราค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม แต่เราไม่ได้หวังที่จะล้มล้างรัฐบาลนะครับ อันนี้ต้องแยกแยะให้ชัดว่ามันคนละประเด็นกัน คุณก็บริหารประเทศไป เราแค่ไม่เห็นด้วยที่จะออกกฎหมายไปล้างผิดให้แก่ใคร"

          กลับมาที่นโยบายจำนำข้าว กรณ์ บอกว่า เรื่องนี้พรรคประชาธิปัตย์คัดค้านมาตลอด มีการถกเถียงกัน ชี้ให้เห็นจุดอ่อน รูรั่วในทุกจุด ซึ่งมีการศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปรียบเทียบให้เห็นรูรั่วที่ว่านั้นจากงบประมาณรัฐจ่ายออกไป 100  บาท แต่เมื่อผ่านกระบวนการต่างๆ แล้วเหลือถึงมือชาวนาเพียงแค่ 17 บาทเท่านั้น

          ทั้งนี้ เขายอมรับว่าพรรคกำลังพิจารณาอยู่ว่าจะนำเรื่องนี้ไปเป็นประเด็นในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในสมัยประชุมนี้ด้วย ซึ่งมีแนวโน้มว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในครั้งนี้ จะมีทั้งเรื่องนโยบายและการทุจริต

          เมื่อให้โฟกัสไปที่ตัวนายกรัฐมนตรี หลังทำงานครบ 1 ปี กรณ์ บอกว่า ยากมาก

          "ผมไม่ทราบ คือ 1.ไม่เคยปรากฏว่า คุณยิ่งลักษณ์ จะให้สัมภาษณ์ หรือประชุม หรือทำอะไรที่โดดเด่น ผมไม่เห็น"

          ถามว่า คาดหวังกับตัวนายกรัฐมนตรีคนนี้แค่ไหน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า "ไม่ครับ คือถ้าไม่มีความรู้ ก็เรียกว่าไม่มีบทบาทเสียดีกว่า ได้ไม่ทำอะไรเสียหาย"

          อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่าเต็ม 10 ให้คะแนนเท่าไหร่ กรณ์ ตอบแบบไม่ลังเลว่า "ผมให้เต็ม 10" พร้อมอธิบายต่อว่า เป็นเพราะไม่ได้คาดหวังอะไร แล้วก็ไม่ได้เห็นอะไรที่มากกว่าที่คาด จึงได้ให้คะแนนเต็ม

          ถามว่าคนเป็นนายกรัฐมนตรีควรมีคุณสมบัติอย่างไร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เราทุกคนก็มีนายกฯ ในฝันกันทั้งนั้น แต่คนนี้ไม่ใช่แบบนั้น

          "แต่คุณยิ่งลักษณ์ ก็เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้แก่ประเทศไทยนะครับ หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส ผมว่าเค้าเป็นผู้นำที่หน้าตาดีกว่านายกรัฐมนตรีทั่วโลกทุกคน ซึ่งประเทศเราก็ได้ชื่อว่าเป็น แลนด์ ออฟ สไมล์ อยู่แล้ว คือขอแค่ว่า อย่าไปทำอะไรให้ต่างประเทศเขาดูถูกก็พอ"

          เมื่อถามว่า เชื่อสื่อประเทศฝรั่งเศสที่เขียนรายงานไหมที่อ้างว่า ได้ถามนายกรัฐมนตรีไทยว่า เมื่อเสร็จภารกิจในการพบปะนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีต่างประเทศของฝรั่งเศสแล้วจะไปทำอะไรต่อ และนายกฯ ยิ่งลักษณ์ตอบว่า "ช็อปปิ้ง" กรณ์ตอบในทันทีว่า "ผมเชื่อ...อ้าว!!จริงๆ ผมคิดว่าคุณยิ่งลักษณ์แกไม่ได้คิดอะไร แกแบบคิดอย่างไรก็ตอบมาอย่างนั้น แล้วก็เป็นผู้หญิง ผู้หญิงกับช็อปปิ้งมันก็ธรรมดา"

          อย่างไรก็ดี กรณ์ บอกว่า การเป็นผู้นำประเทศมันต้องมีฟอร์มหน่อย ต้องแคร์อารมณ์ความรู้สึกของประชาชนด้วย ประชาชนจะคิดอย่างไร หากนายกรัฐมนตรีเสร็จสิ้นภารกิจ 3 อย่างแล้วจะไปช็อปปิ้ง ขณะที่คนไทยก็ต้องการความช่วยเหลือความเดือดร้อน ประชาชนเขาก็หวังว่าจะได้เห็นการช่วยเหลือ คือการจะทำอะไรมันก็ต้องดูกาลเทศะด้วย

          "จะสังเกตได้อย่างว่า ฝ่ายค้านเราจะไม่ไปวุ่นวายอะไร เพราะรู้อยู่ว่า ไม่ใช่ตัวจริง พอรู้ว่าไม่ใช่แล้ว เราจะไปเสียเวลาทำไม แล้วก็ไม่รู้ว่ามีเรื่องไหนบ้างที่เขาเอามาทำเอง" กรณ์กล่าวทิ้งท้าย

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้