ประเทศไทยจะอยู่รอดใน AEC ต้อง 3 ต.
นำเข้าเมื่อวันที่ 4 ส.ค. 2555 โดย เตรียมคนให้พร้อมครับ
อ่าน [47196]  

ประเทศไทยจะอยู่รอดใน AEC ต้อง 3 ต. .....

ประเทศไทยจะอยู่รอดใน AEC ต้อง 3 ต.

ต้องยอมรับว่าประเทศไทยกำลังคลั่งการจัดสัมมนาระดมความคิดเรื่อง AEC

หลังจากถูกมองว่าประชาชนคนไทยสนใจการเข้าใจ AEC น้อยที่สุดในประเทศอาเซียนมาระยะหนึ่ง

การจัดระดมสมองเรื่อง AEC หรือวาระแห่งชาติ มีมากขึ้นแต่ไม่พอเพียงจะต้องมีการเตรียมตัวในทุกสาขาเพื่อรองรับ AEC หรือเพราะขาด 3 ต. คือ ต่อเนื่อง ต่อเนื่อง และต่อเนื่อง

จัดประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) เรื่องการท่องเที่ยวเเละกีฬา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในโครงการวิจัย “การพัฒนาขีดความสามารถในการบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อรองรับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) โดยมีการจัด Focus Group รวม 6 ภาค คือภาคกลางจัดที่จังหวัดกรุงเทพฯ ภาคเหนือที่จังหวัดเชียงราย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จังหวัดบุรีรัมย์ ภาคตะวันออกจัดที่ชลบุรี ภาคใต้ที่จังหวัดภูเก็ต และภาคตะวันตกจัดที่กาญจนบุรี 

การประชุมตีปี๊บหรือลงในหนังสือพิมพ์ว่าได้จัดประชุมแล้ว ควรมีแผนงานที่ชัดเจนเพื่อนำไปปฏิบัติเพื่อพัฒนาคุณภาพของทุนมนุษย์คนไทยให้รองรับอาเซียนเสรีได้อย่างเป็นรูปธรรม

กระแสการสัมมนาระดมความคิดเรื่อง อาเซียนเสรี จึงเป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่ได้ทดแทนที่จะทำทุนมนุษย์อย่างเป็นรูปธรรมและทำอย่างต่อเนื่อง

แต่การทำงานแบบระยะยาวอย่างต่อเนื่อง ไม่เกิดเพราะ

1.งบประมาณพัฒนาทุนมนุษย์มีจำกัด

2.ทำไม่เป็น คิดว่าการพัฒนาคนคือ แค่การจัดสัมมนาหรือฝึกอบรม เพิ่มความรู้ ข้อเท็จจริง คือการสร้างวิธีการเรียนที่ผมเน้นมากๆ ก็คือ

 

 

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) จัดกิจกรรมการเรียนรู้ หัวข้อ การพัฒนาความร่วมมือทางด้านการต่อต้านทุจริตเพื่อรองรับประชาคมอาเซียน ให้แก่ผู้เข้ารับการอบรม หลักสูตร นักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามทุจริตระดับสูง (นยปส.)รุ่นที่ 3 จำนวนประมาณ 70 คน ที่โรงแรมรอยัลริเวอร์ กรุงเทพฯ

4L’s คือ

-Learning Methodology มีวิธีการเรียนรู้ที่ดี

-Learning Environment สร้างบรรยากาศในการเรียนรู้

-Learning Opportunities สร้าง/เกิดโอกาสจากการเรียนรู้

-Learning Communities สร้าง/เกิดชุมชนแห่งการเรียนรู้

2R’s คือ

-Reality มองความจริง

-Relevance ตรงประเด็น

และ 2 I’s คือ

-Inspiration จุดประกาย

-Imagination จินตนาการ

ขอยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมที่ผมทำอยู่กับหน่วยงานหลายๆ แห่ง มาเป็นตัวอย่างและขั้นตอน (Process) ในการทำงานแบบ 3 ต.

โครงการแรก คือ โครงการวิจัยเพื่อสร้างศักยภาพการแข่งขันในการท่องเที่ยวและกีฬาเพื่อรองรับ AEC ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

-เดือนแรก ทำวิจัยเพื่อหาความต้องการว่าจะพัฒนาคนอย่างไรในการท่องเที่ยวและกีฬา

ระเบียบวิจัยคือ

-สำรวจวรรณกรรมที่ผ่านมา

-ออกไปทำ Focus Group ทุกๆ ภาค

-เชิญผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้เชิงลึก จำนวนกว่า 10 ท่าน

-กำหนดแผนปฏิบัติการที่ทำได้

 

มีการจัดโครงการ พัฒนาข้าราชการเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นข้าราชการรุ่นใหม่ (Junior Civil Servant Camp) ร่วมกับ สำนักงาน ก.พ. ระหว่างวันที่ 27 กรกฎาคม-8 สิงหาคม 2555
 

ซึ่งได้ค้นพบว่า ถ้าจะมีการเตรียมทุนมนุษย์รองรับ AEC ในการท่องเที่ยวควรจะเน้น

-จัดเป็น Cluster คือจัดเป็นกลุ่มจังหวัด เช่น ภาคตะวันออกร่วมชลบุรี, ระยอง, ตราด, จันทบุรี และสระแก้ว สร้าง Cluster ทางการพัฒนาทุนมนุษย์เพื่อรองรับ AEC ตะวันออก

-ซึ่ง Cluster ตะวันออกก็ควรจะมีความสัมพันธ์ไปที่ประเทศกัมพูชาเป็นส่วนหนึ่งของ AEC

-และเมื่อมีการพัฒนาทุนมนุษย์ในภาคตะวันออกแล้วควรจะเน้น 3 กลุ่ม มาเรียนรู้ร่วมกัน

-ผู้ประกอบการท่องเที่ยว ระดับ SMEs

-ข้าราชการส่วนกลางและข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่ดูแลการท่องเที่ยว

-ผู้นำชุมชน

ทั้ง 3 กลุ่ม ก็จะมาร่วมกันคิดแผนต่างๆ เช่น โอกาสใน AEC การคุกคามใน AEC

และการพัฒนาด้านทุนมนุษย์ในการท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม เช่น เน้นการพัฒนาที่ยั่งยืน มองไกลว่า จำนวนนักท่องเที่ยวอาจจะเพิ่มขึ้นหลังเปิด AEC แล้ว

แต่คุณภาพของสิ่งแวดล้อมก็ต้องรักษาไว้เพราะท่องเที่ยวไม่ได้เน้นเงินอย่างเดียว ต้องเน้นความสมดุลกับธรรมชาติ

-การเพิ่มทักษะการบริหารจัดการ ไม่ว่าเรื่องภาษาเท่านั้น การสร้างเครือข่าย การทำงานเป็นทีม ความสุขในการทำงาน
การตัดสินใจและการเจรจาต่อรอง

-การค้นหาโครงการใหม่ที่จะรองรับ AEC ร่วมกันในภาคตะวันออก เป็นตัวอย่าง เช่น การท่องเที่ยวและการกีฬา นำกีฬาพื้นเมืองมาเป็นกีฬาใน AEC

-การทำงานบริหารโครงการ (Project) จะเริ่มโครงการใหม่ๆ ที่มีเน้นความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม

-และสุดท้ายจะทำอย่างไรให้งานเหล่านี้สำเร็จ และร่วม Clusterในภาคอื่นๆ ด้วย เช่น Cluster ในภาคใต้ ร่วม ภูเก็ต, สุราษฎร์ธานี, พังงา, กระบี่

-Cluster ในภาคอีสาน ก็มี บุรีรัมย์, ชัยภูมิ, นครราชสีมา, สุรินทร์เป็นต้น โดยเน้นการพัฒนาทุนมนุษย์ 3 กลุ่ม ตัวละครตามที่กล่าวมาแล้วและการทำงานจะสำเร็จได้ต้องทำงานอย่างต่อเนื่อง ต่อเนื่องและต่อเนื่อง

-เสนองานวิจัยเสร็จและรองรับในการพัฒนาทุนมนุษย์อย่างเป็นรูปธรรมที่รองรับความสำเร็จของ AEC อย่างต่อเนื่องชนิดกัดไม่ปล่อยและเน้นไปที่ผลงานการปรับพฤติกรรมของทุนมนุษย์เหล่านั้นที่น่าเสียดายในองค์กรบางแห่งจะเป็น การตีปี๊บ มีข่าว มีรูปลงหนังสือพิมพ์ แต่ควรทำงานที่ต่อเนื่อง

อีกตัวอย่างหนึ่งที่เป็นรูปธรรมก็คือ ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) โดยการริเริ่มของ อ.วิชา มหาคุณได้ให้ความสำคัญของทุนมนุษย์เพื่อรองรับ AEC จึงเชิญผมและทีมงานไปพูดเรื่อง ป.ป.ช. กับ AEC จะทำงานร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่องอย่างไรเพื่อช่วยทำให้ประเทศไทยลดปัญหาคอร์รัปชั่นในประเทศไทย โดยใช้ AEC เป็นตัวกระตุ้น

ผมภูมิใจมากที่มีแนวคิดแบบนี้

ในการจัดการระดมความคิดที่ผ่านมา 1 วัน ก็ได้ระดมสมองเพื่อค้นหาหัวข้อโครงการที่เป็นรูปธรรมที่เน้น 3 ต.

แต่ผมเห็นว่า หัวข้อที่ปฏิบัติได้และจะเป็นประโยชน์ต่อ ป.ป.ช.ของไทยในบริบท AEC คือการปลูกฝังค่านิยมร่วม (Shared value) เรื่อง Anti Corruption ให้เยาวชน 10 ประเทศใน AEC

สัมมนาเสร็จก็ทำจดหมายถึงคุณวิชา ท่านก็ได้พิจารณาข้อเสนอแนะประชุมร่วมกัน ทีมงานโดยแจ้งให้ผมทราบว่า ป.ป.ช.เห็นด้วยที่จะจัด Asean AntiCorruption Youth Camp 10 ประเทศ ขอให้ผมได้เสนอโครงการและดำเนินการให้เป็นรูปธรรม ซึ่งก็เป็นงานที่ทำอย่างมีขั้นตอนปฏิบัติได้ และทำอย่างต่อเนื่อง

สุดท้ายคือ ผมได้จัดโครงการ พัฒนาข้าราชการเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นข้าราชการรุ่นใหม่ (Junior Civil Servant Camp) ขอขอบคุณสำนักงาน ก.พ.ที่ไว้วางใจให้ผมและมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศได้ร่วมจัดโครงการดังกล่าว หวังว่าจะทำกิจกรรมเหล่านี้อย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างข้าราชการรุ่นใหม่รองรับ AEC

ตัวอย่างที่เกิดขึ้น 3 แห่ง เป็นทฤษฎี 3 ต. คือ ทำงานแบบต่อเนื่องกัดไม่ปล่อย และอย่าคาดหวังแค่ระยะสั้น

AEC ไม่ใช่แค่ปี 2015 เท่านั้นครับ แต่ AEC จะอยู่กับเราตลอดไปหลังปี 2015 ประเทศไทยต้องมีแผนปฏิบัติงานที่เป็นรูปธรรมในทุกๆ หน่วยงาน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพราะถ้าทำแบบการเมือง จัดประชุมใหญ่หรือสื่อบางฉบับคือ มีรูปจัดสัมมนาและเลิกไป

“คงไม่ได้ผลครับ”

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้