จันทนา สุขุมานนท์" ภารกิจกู้โลก (ร้อน) ของเจ้าแม่ปูนอินทรีหัวใจสีเขียว
นำเข้าเมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2555 โดย pop
อ่าน [46978]  

จันทนา สุขุมานนท์" ภารกิจกู้โลก (ร้อน) ของเจ้าแม่ปูนอินทรีหัวใจสีเขียว .....

 
 
Pic_277784

 

โลกยังไม่แตกในปี 2012 อย่างที่ทำนายกันไว้คึกโครมทั่วโลก แต่วันโลกาวินาศอาจมาถึงไม่เร็วก็ช้า ถ้าพวกเราทุกคนไม่ช่วยกันคนละไม้ละมือเพื่อปกป้องโลกใบนี้ไว้อย่างสุดกำลัง!! ท่ามกลางมหันตภัยธรรมชาติที่ส่งสัญญาณเตือนมาอย่างต่อเนื่อง และนับวันจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ องค์กรเอกชนชั้นแนวหน้าของไทยต่างทุ่มงบมหาศาล จัดกิจกรรมรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม กระนั้น จะมีสักกี่องค์กรที่ทุ่มเทหัวจิตหัวใจ เพื่อสร้างโลกสีเขียวให้เขียวขจีแบบยั่งยืนจริงๆ

ในแวดวงอุตสาหกรรมก่อสร้าง คงไม่มีใครไม่รู้จักชื่อหญิงแกร่งแห่งปูนอินทรี “จันทนา สุขุมานนท์” รองประธานบริหาร (การตลาดและงานขาย) บริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด  (มหาชน) นอกจากบอสหญิงคนนี้จะพิสูจน์ให้เห็นฝีมือการบริหารแบบถึงลูกถึงคนแล้ว เจ้าแม่ปูนอินทรียังเป็นหัวหอกสำคัญในการปลุกกระแสการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแบบยั่งยืนในเมืองไทย ภายใต้แนวคิด “Growing GREEN Together” ซึ่งริเริ่มไว้เมื่อหลายปีก่อน

“หลายคนที่มีโอกาสได้ชมภาพยนตร์สารคดีเรื่อง An Inconvenient Truth ของอดีตรองประธานาธิบดีอัล กอร์แห่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งออกฉายเมื่อปี 2006 คงรู้สึกตรงกันว่า  อยากทำอะไรสักอย่างเพื่อแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน เพราะวิกฤตการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นแล้ว และกำลังส่งผลกระทบกว้างขวางเกินจินตนาการ สารคดีเรื่องนี้ปลุกกระแสให้ตระหนักถึงความสำคัญของภารกิจกู้โลก และทำให้ต้องหันมาทบทวนตัวเองว่า การกระทำของเราก่อให้เกิดปัญหา และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไรบ้าง แล้วถ้าเราเปลี่ยนแปลงตัวเองจะช่วยแก้ปัญหานี้ให้ดีขึ้นได้อย่างไร จากประสบการณ์ที่คลุกคลีอยู่ในวงการอุตสาหกรรมมานาน เชื่อมั่นว่า ธุรกิจทุกประเภทสามารถสอดแทรกแนวคิดพื้นฐานเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือแนวคิดสีเขียวเพื่อสิ่งแวดล้อม เข้าไปในผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆได้ ถ้าผู้บริหารมีวิสัยทัศน์และความตั้งใจจริง”...เจ้าแม่ปูนอินทรีบอกเล่าถึงที่มาของแนวคิดรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ที่ถูกบรรจุเป็นวาระสำคัญในนโยบายของบริษัท

“ปูนอินทรี”เป็นผู้นำวงการที่มีนโยบายด้านรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม?

ความห่วงใยของปูนอินทรีที่มีต่อปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม ทำให้เกิดการพัฒนานโยบายสีเขียวอย่างจริงจัง เพื่อให้แน่ใจว่า เราดำเนินธุรกิจอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด นโยบายสีเขียวได้ถูกปลูกฝังในทุกหน่วยงานธุรกิจของปูนอินทรี เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติจริง ตั้งแต่พนักงาน, ชุมชน, ลูกค้า ไปจนถึงหุ้นส่วนธุรกิจ

อะไรคือแก่นสำคัญในการสร้างองค์กรหัวใจสีเขียวแบบยั่งยืน

เราได้นำหลัก 5R ซึ่งเป็นหลักการจัดการสิ่งแวดล้อมมาสนับสนุนนโยบายนี้ ประกอบด้วย Reuse คือใช้ซ้ำ นำสิ่งต่างๆที่ยังมีประโยชน์กลับมาใช้ซ้ำเพื่อประหยัดและลดปริมาณขยะ, Reduce คือใช้น้อย และพยายามใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า โดยใช้ให้น้อยลงเท่าที่จำเป็น, Re-cycle หมายถึงการแปรรูป โดยปรับเปลี่ยนกากของเสียให้เป็นวัตถุดิบหรือพลังงาน, Reinvent คือการปรับเปลี่ยน ด้วยการคิดค้นวิธีการหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ๆที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ Replace ทดแทนการใช้ผลิตภัณฑ์ปกติ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม โดยทางปูนอินทรีได้ทำภาพยนตร์โฆษณาเพื่อหาแนวร่วมเชิญชวนคนไทยทั้งประเทศให้ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และชูแนวคิด “เพราะเรารักโลก โลกจึงรักเรา”

ได้ยินมาว่า ตัวจริงของ  “คุณจันทนา” ก็รักษ์โลกสุดๆ จนได้ฉายา “เจ้าแม่กรีน”

(หัวเราะ) ไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศมานาน ตั้งแต่สมัยเรียนที่อังกฤษและอเมริกา  กระทั่งแต่งงานกับสามีชาวฮอลแลนด์ ก็ใช้ชีวิตอยู่ในยุโรปตลอด ทำให้เคยชินกับแนวคิดแบบฝรั่ง ที่ใส่ใจในสิ่งแวดล้อม และเป็นมิตรกับธรรมชาติ อย่างฮอลแลนด์เริ่มรณรงค์เรื่องการแยกขยะ และใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก ซึ่งย่อยสลายได้ยาก ตั้งแต่เมื่อ 30 ปีที่แล้ว พอกลับมาทำงานที่เมืองไทยก็เลยติดนิสัยมาด้วย เวลาอยู่ที่บ้านจะแยกขยะทุกชิ้น และพกถุงผ้าไปช็อปปิ้งจนเป็นนิสัย แม้แต่พวกแม่บ้านก็แจกถุงผ้าให้ไปจ่ายตลาด ส่วนที่ออฟฟิศ พนักงานทุกคนจะต้องหอบขยะมาจากบ้านทุกวันพฤหัสฯ แล้วลงบันทึกไว้ในสมุด  เพื่อนำขยะมาแลกกับไข่ หรือปิ่นโต พอเราแจกไข่แลกขยะ คราวนี้ขยะเข้ามาเต็มเลย จากนั้นเราก็เซ็ตระบบบริหารเรื่องขยะ โดยลงทุนประมาณ 2 พันล้านบาท เพื่อแยกขยะเปียกไปทำปุ๋ย และขยะที่เหลือนำไปรีไซเคิล ทำแบบนี้แล้วทำให้ในบริษัทไม่มีขยะฝังกลบแม้แต่ชิ้นเดียว!! นอกจากนี้ ทุกแผนกยังมีถังขยะ 4 ใบ เพื่อให้ทิ้งขยะแยกตามประเภท ตอนทำใหม่ๆเมื่อ 5 ปีที่แล้ว พนักงานปูนอินทรีอาจทิ้งผิดทิ้งถูกบ้าง แต่ทุกวันนี้ ทุกคนเข้าใจเรื่องพวกนี้แล้ว และมีจิตสำนึกเรื่องสิ่งแวดล้อมมาก หลายคนต่อยอดไปทำที่บ้านด้วย ถือเป็นการจุดประกายให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี ทั้งในแง่พฤติกรรมและความคิด เรื่องนี้จะดีแต่พูดไม่ได้ แต่ต้องลงมือทำจริงๆด้วย เริ่มทำจากระดับเล็กที่สุด คือ ตัวเราเอง แล้วค่อยๆขยายไปสู่สังคมวงกว้างขึ้น

ตั้งแต่เริ่มโครงการมา มีความคืบหน้าแบบก้าวกระโดดขนาดไหน

ถ้าเป็นระดับนโยบาย เราสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 702 กิโลกรัมต่อปริมาณซีเมนต์ที่ผลิตออกมาหนึ่งตัน ในปี 2010 โดยลดลงจาก 750 กิโลกรัมต่อตันในปี 2007 ซึ่งเป็นปีเริ่มต้นโปรเจกต์  “Growing GREEN Together” หมายความว่า เราสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ร้อยละ 6 ถึง 7 จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ร้อยละ 12 ภายในปี 2020 เมื่อถึงเวลานั้น การผลิตปูนซีเมนต์หนึ่งตันควรมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 660 กิโลกรัม ซึ่งจะประสบความสำเร็จได้ก็ด้วยมาตรการต่างๆ อาทิ ลดการใช้ปูนเม็ด เพิ่มการใช้พลังงานทางเลือก  ยกระดับการใช้พลังงานเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในเตาเผา และส่งเสริมการประหยัดพลังงานภายในองค์กรอย่างจริงจัง ส่วนนวัตกรรมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการก็เป็นส่วนสำคัญในยุทธศาสตร์ และกำลังรุดหน้าไปได้ด้วยดี โดยมีเป้าหมายหลักสำคัญคือ ภายในปี 2014 ร้อยละ 40 ของยอดขายทั้งหมด จะต้องมาจากผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรและปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกัน ภายในองค์กรก็มุ่งเน้นการทำกิจกรรม 3 ด้าน เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีกับชุมชนโดยรอบ ได้แก่ ส่งเสริมการเรียนรู้ และการศึกษาเพื่อชุมชนในอนาคต สนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนของชุมชน และพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานที่จำเป็น

โปรเจกต์ไหนที่เป็นผลงานชิ้นโบแดง?

ก็มีหลายโปรเจกต์นะคะ อย่างเช่น โครงการ “Green Schools” ที่พวกเราไปช่วยก่อสร้างอาคารเรียนให้โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) โดยเกณฑ์นักศึกษาสาขาวิชาช่างก่อสร้างและช่างโยธา ตามวิทยาลัยเทคนิคต่างๆมาช่วยกันสร้างอาคารเรียนสีเขียว ซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ได้เข้าไปช่วยสร้างฝายชะลอน้ำ, แท็งก์น้ำดื่มที่มีสารไอโอดีน, โครงการฝึกอาชีพ โดยใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ในธรรมชาติ และการคัดแยกขยะในโรงเรียน ขณะเดียวกัน ก็มีโครงการ “Green Water Tank” ร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนาจัดสร้างถังน้ำชุมชนเพื่อโลกสีเขียว ช่วยต้านภัยแล้งในพื้นที่ชนบททั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นโปรเจกต์ใหญ่ที่จัดทำขึ้นเพื่อน้อมเกล้าฯถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงมีพระชนมพรรษาครบ 84 พรรษา โครงการนี้ต่อยอดจากโครงการ “80 พรรษา 880 ฝาย อินทรีสร้างถวายในหลวง” เพื่อน้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในด้านการพัฒนาแหล่งน้ำให้ชาวบ้านตามถิ่นทุรกันดารได้มีน้ำใช้อย่างพอเพียง และล่าสุด ปูนอินทรียังจัดทำโครงการ “Green Park by INSEE” ใช้ที่ดินของบริษัทขนาด 20 ไร่ บริเวณถนนมิตรภาพ ใกล้กับที่ทำการเทศบาลตำบลทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เพื่อพัฒนาเป็นสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 84 พรรษา โดยเริ่มก่อสร้างตั้งแต่เดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว และคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปีนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานนามให้ว่า “สวนมิ่งมงคล เฉลิม 84 พรรษา”

พูดถึง “หมู่บ้านต้นแบบสีเขียว” บ้างสิคะ ถือเป็นชุมชนตัวอย่างที่พร้อมรับมือวิกฤติน้ำท่วมในอนาคตได้ไหม

เป็นโครงการที่ภูมิใจสุดๆค่ะ ชื่อเต็มๆว่า “INSEE Green Village” เป็นผลพวงมาจากการนำทีมอินทรีอาสาเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบมหาอุทกภัย ที่อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว ทำให้เห็นสภาพความยากลำบากของชาวบ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำทุกปี และปีที่แล้วต้องเผชิญกับน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร เรียกว่าหนักหนาสาหัสกว่าทุกครั้ง เมื่อกลับมาถึงบ้านจึงคิดหาวิธีที่จะใช้ศักยภาพของปูนอินทรี สร้างหมู่บ้านต้นแบบที่อยู่กับน้ำได้ทุกสภาวะ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยถือเอาชุมชนบ้านคลองทราย ต.บ้านนา อ.มหาราช จำนวน 14 หลังคาเรือน 20 ครอบครัว รวม 83 ชีวิต เป็นชุมชนนำร่องแห่งแรกของประเทศ โปรเจกต์นี้ได้รับการออกแบบโดยศาสตราจารย์ดร.บัณฑิต จุลาสัย คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ นอกจากตัวบ้านจะพร้อมสู้กับน้ำในทุกสภาวะ เพราะสร้างบ้านสูงถึง 3 เมตร ในรูปแบบยกใต้ถุนสูง และมีสะพานเชื่อมทุกบ้านเข้าด้วยกัน ทุกคนในหมู่บ้านยังใช้ชีวิตแบบชุมชนหมู่บ้านสีเขียวจริงๆ โดยมีการจัดตั้งระบบบำบัดน้ำเสีย การแยกขยะเพื่อแปรเป็นปุ๋ยก๊าซชีวภาพและพลังงานไฟฟ้า อีกทั้งยังมีการทำร่องผักและบ่อปลา สำหรับสร้างรายได้เลี้ยงตัวเองในชุมชนด้วย

สร้างสรรค์ผลงานไว้เยอะแยะขนาดนี้ อยากให้คนจดจำในฐานะอะไร

เป็นคนจริงจังกับการทำงานมาก เวลาทำอะไรจะทุ่มเกินร้อย ไม่ชอบสร้างภาพ!! ก็หวังว่าจะจุดประกายให้สังคมได้บ้าง.

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้