เปิดกรีดยางต้นเล็ก..ได้ไม่คุ้มเสีย - เกษตรทั่วไทย
นำเข้าเมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2555 โดย ใครปลูกยางอ่านดูด้วย
อ่าน [47201]  

เปิดกรีดยางต้นเล็ก..ได้ไม่คุ้มเสีย - เกษตรทั่วไทย .....

เปิดกรีดยางต้นเล็ก..ได้ไม่คุ้มเสีย - เกษตรทั่วไทย

ถึงแม้จะมีการแจ้งเตือนชาวสวนยางพาราอย่างต่อเนื่อง เกี่ยวกับผลเสียของการเปิดกรีดยางก่อนกำหนดหรือเปิดกรีดยางต้นเล็ก ทั้งที่รู้ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น เกษตรกรในหลายพื้นที่ยังคงเปิดกรีดยางก่อนกำหนดเพราะหวังจะมีรายได้โดยเร็ว รวมถึงเก็งกำไรจากการขายยางในช่วงที่ราคาปรับตัวสูงขึ้นหรือรีบเปิดกรีดขายผลผลิตก่อนที่ราคาจะลดต่ำลงไปอีก โดยเฉพาะในเขตภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรมส่งเสริมการเกษตรเล็งเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงได้ย้ำเตือนเกษตรกรอีกครั้ง ดังนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจเปิดกรีดยาง ควรคิดให้ถ้วนถี่ เพราะสิ่งที่ได้..ไม่คุ้มกับความสูญเสียที่ตามมา ที่สำคัญอาจกระทบต่อปริมาณผลผลิตยางพาราของไทยในอนาคต
นายอนันต์ ลิลา รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ช่วงปีที่ผ่านมาสถานการณ์ราคายางพาราทั้งน้ำยางสดและยางแผ่นดิบที่อยู่ในเกณฑ์สูงต่อเนื่อง เป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรชาวสวนยางโดยเฉพาะในแหล่งปลูกยางใหม่ทั้งภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เร่งเปิดกรีดยางเร็วก่อนกำหนดเพื่อหวังขายผลผลิตได้ราคาดีและมีผลกำไรเพิ่มขึ้น โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว โดยเกษตรกรเปิดกรีดยางต้นเล็กและไม่ได้ขนาดตามมาตรฐานที่กำหนดให้เปิดกรีดเมื่อมีขนาดเส้นรอบลำต้น 50 เซนติเมตร

การเปิดกรีดยางต้นเล็กทำให้ชาวสวนยางได้รับผลกระทบที่ชัดเจน โดยยางที่มีลำต้นขนาดเล็ก เปลือกจะบางและมีท่อน้ำเลี้ยงน้อย หากเปิดกรีดยางต้นเล็กจะทำให้ยางเติบโตช้า หน้ากรีดเสียหาย สิ้นเปลืองหน้าเปลือกมาก และเกิดปัญหาหน้ายางตาย  ทั้งยังทำให้ผลผลิตน้ำยางลดลงประมาณ 30-60 % ซึ่งเกษตรกรจะสูญเสียผลผลิตเนื้อยางมากถึง ปีละ 117-176  กิโลกรัม/ไร่ ถ้าคิดเทียบราคายางกิโลกรัมละ 100 บาท จะทำให้ชาวสวนยางสูญเสียรายได้ 11,700-17,600 บาท/ไร่/ปี หรือหากเทียบช่วงอายุการกรีดยางประมาณ 25 ปี เกษตรกรจะสูญเสียรายได้ไร่ละประมาณ 3-4 แสนบาท

นอกจากนั้น การเปิดกรีดยางต้นเล็กยังทำให้ช่วงอายุการกรีดยางลดลงไม่ถึง 25 ปี และเนื้อไม้ยางพาราด้อยคุณภาพทำให้เกษตรกรสูญเสียรายได้จากการขายไม้ยางอีกประมาณ60,000 บาท/ไร่ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกยางพาราประมาณ 18 ล้านไร่เศษ มีเนื้อที่ให้ผลผลิตแล้วประมาณ 12 ล้านไร่ ขณะที่มีสวนยางรอเปิดกรีดประมาณ 6  ล้านไร่ ถ้าชาวสวนยางไม่เห็นความสำคัญของการเปิดกรีดยางต้นเล็กที่ไม่ได้ขนาด ประมาณ 50 % ของพื้นที่รอเปิดกรีด คาดว่าจะทำให้ไทยสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงถึงปีละ 3.5-5 หมื่นล้านบาทต่อปี 

ทางด้านนายศักดิ์ศิลป์  โชติสกุล ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการผลิตยางพาราและปาล์มน้ำมัน สำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า ชาวสวนยางควรให้ความสำคัญและใส่ใจในการเปิดกรีดหน้ายางใหม่ โดยควรคำนึงถึงข้อปฏิบัติดังนี้ คือ เปิดกรีดยางครั้งแรกในช่วงต้นฤดูหนาวจะช่วยป้องกันไม่ให้หน้ายางตาย ที่สำคัญควรเปิดกรีดต้นยางที่ได้ขนาดตามเกณฑ์มาตรฐาน มีขนาดเส้นรอบต้นไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร โดยวัดที่ระดับความสูงจากพื้นดิน 150 เซนติเมตร และต้องมีจำนวนต้นยางที่ได้ขนาดดังกล่าวไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสวน ซึ่งต้นยางที่ได้ขนาดส่วนใหญ่จะใช้เวลาในการเจริญเติบโตประมาณ  7-8 ปี

อีกทั้งยังควรใช้ระบบกรีดครึ่งต้นวันเว้นวัน โดยกรีดยางในช่วงเช้าเมื่อมีแสงสว่างแล้ว ด้วยการกรีดให้ตัดท่อน้ำยางมากที่สุดแต่ต้องไม่ถึงเยื่อเจริญ ถือเป็นการกรีดที่ให้ผลผลิตน้ำยางสูงสุดและช่วยถนอมต้นยางให้มีเวลาพักเพื่อผลิตน้ำยางใหม่ประมาณ 36 ชั่วโมง จึงจะได้ปริมาณน้ำยางปกติเท่าเดิม ทั้งนี้ อย่ากรีดยางในขณะที่ต้นยางเปียกหรือฝนตก และหยุดกรีดยางเมื่อยางผลัดใบ สำหรับต้นยางที่แสดงอาการเปลือกแห้ง ควรใส่ปุ๋ยยางทุกปีๆ ละ 1 กิโลกรัม/ต้น แบ่งใส่ 2 ครั้ง ในช่วงก่อนฤดูฝนและปลายฤดูฝน

“การเปิดกรีดยางต้นเล็กจะทำให้เกษตรกรได้ไม่คุ้มเสีย จึงไม่ควรด่วนใจร้อนเปิดกรีดยางต้นไม่ได้ขนาดหรือเปิดกรีดเร็วก่อนกำหนด  ควรคำนึงถึงความเสียหายที่จะตามมา หากเกษตรกรเปิดกรีดยางต้นได้ขนาดมาตรฐาน จะทำให้ชาวสวนยางได้ผลผลิตสูง และได้รับผลตอบแทนคุ้มค่าการลงทุนส่งผลดีต่อภาพรวมด้านเศรษฐกิจของประเทศสูงขึ้น” นายศักดิ์ศิลป์ยังกล่าวต่อไปอีกว่า

“ในช่วงฤดูเปิดกรีดปีนี้ ราคายางในตลาดโลกมีความผันผวนเนื่องจากผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจยุโรป เกษตรกรควรชะลอการเปิดกรีดออกไปเพื่อรอให้ต้นยางเจริญเติบโตได้ขนาด เมื่อเปิดกรีดจะได้รับผลผลิตอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย คุ้มค่ากับการลงทุนในระยะยาว ที่ผ่านมา”

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ “การเปิดกรีดยางใหม่” สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มส่งเสริมการผลิตยางพาราและปาล์มน้ำมัน สำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร โทร. 0-2940-6123 ในวันและเวลาราชการ.

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้