วันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคมนี้ จะเป็นวันประวัติศาสตร์ของการเมืองไทยอีกครั้ง
นำเข้าเมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2555 โดย รู้จักอภัยกันบ้าง
อ่าน [47059]  

วันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคมนี้ จะเป็นวันประวัติศาสตร์ของการเมืองไทยอีกครั้ง .....

วันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคมนี้ จะเป็นวันประวัติศาสตร์ของการเมืองไทยอีกครั้ง เมื่อศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยคดีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ถ้าย้อนไปในปี 2544 ที่ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคดีซุกหุ้นของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถือเป็นคดีใหญ่ระดับประเทศ

การเขียนคำวินิจฉัยส่วนตนของตุลาการ ใช้เวลาในการเขียนนานกว่า 2 สัปดาห์ ตุลาการส่วนใหญ่จะใช้การเขียนด้วยลายมือ ในห้องเงียบๆ ที่เป็นส่วนตัว โดยไม่ต้องห่วงหรือกังวลว่ามติจะ "หลุด" หรือ "รั่ว"

ขณะที่คดีเล็กๆ และคดีทั่วไป จะใช้เวลาในการเขียนเพียงสัปดาห์เดียวเท่านั้น สไตล์การเขียนคำวินิจฉัยส่วนตนของตุลาการแต่ละคน ยังมีสไตล์เฉพาะ เนื่องจากตุลาการบางคนยังนิยมยกร่างด้วยลายมือ ขณะที่บางคนก็ใช้เลขานุการส่วนตัวหรือคนที่ใกล้ชิดไว้ใจได้ ให้เป็นผู้จัดพิมพ์ให้

แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือคณะตุลาการทุกคน ยังต้องเก็บคำวินิจฉัยเป็นความลับ ไม่ให้หลุดออกไป เพราะนั่นจะส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือขององค์กรตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตรงนี้คือเหตุผลสำคัญที่ยังต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

ดังนั้น การเขียนคำวินิจฉัยคดี "ล้มล้างการ ปกครอง" ในวันที่ 13 กรกฎาคมนี้นั้น ทางศาลรัฐธรรมนูญจะจัดระบบดูแลอย่างเข้มงวด

ตั้งแต่เวลา 09.30 น. องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะเดินทางมายังศาลรัฐ ธรรมนูญ อาคารศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ เพื่อประชุมอภิปรายคำวินิจฉัยส่วนตนด้วยวาจาและลงมติ ประธานศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นผู้กำหนดให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเพียง 1 หรือ 2 คนเท่านั้น เข้าไปช่วยเหลือตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญแต่ละคน ในการบันทึกจัดทำคำวินิจฉัยกลางและมติ เพื่ออ่านคำวินิจฉัยคดีให้กับคู่กรณีได้ฟัง ในเวลา 14.00 น. โดยมีรายงานว่าจะไม่มีใครเดินทางออกภายนอกห้องประชุม

นอกจากนี้ การที่หลายฝ่ายเป็นห่วงเรื่องระบบการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตของคอมพิวเตอร์ อาจจะเป็นช่องทางทำให้คำวินิจฉัยรั่วออกไปนั้นก็พบว่าเป็นแบบ "อินทราเน็ต" เป็นระบบการเชื่อมต่อภายใน ยากยิ่งที่บุคคลภายนอกจะเข้ามาล้วงความลับ แม้กระทั่ง "แฮกเกอร์"

ในส่วนของกองทัพม็อบต่างๆ ที่นัดหมายชุมนุมกันในวันศาลตัดสิน

เริ่มกันที่กลุ่มเสื้อแดง โดย "กลุ่มวิทยุชุมชนคนเสื้อแดง" มีกำหนดการจะเดินทางมารวมตัว ที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า เขตดุสิต จะเริ่มชุมนุมตั้งแต่วันพฤหัสที่ 12 ก.ค. ตั้งแต่เวลา 15.00 น. ถึง 24.00 น. วันที่ 13 ก.ค. มาจากวิทยุชุมชนหลายจังหวัด ทั้งปทุมธานี สมุทรปราการ นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร หลายพันคน ภายใต้สโกแกน "หยุดรัฐประหารโดยศาล หยุดขัดขวางรัฐธรรมนูญของประชาชน"

กลุ่มแรก "เครือข่ายวิทยุชุมชนปกป้องประชาธิปไตยและความเป็นธรรม" (ควปค.) นำโดย นายพลท เฉลิมศร เลขาธิการ ควปค.

กลุ่มที่สอง "วิทยุชุมชนเรดแดง" นายณัฐชัย หรือ โจ๊ก แอนแทค จากจังหวัดปทุมธานี นอกจากนี้ ยังมีคลื่นวิทยุชุมชนบ้านเรือนไทย คลื่นประชาธิปไตย ปากน้ำ สมุทรปราการ คลื่นของเล็กบ้านดอน 103.90 คลื่นของสนอง การเกต และมี นายชินวัฒน์ หาบุญพาด และกลุ่ม ของคนรักอุดร มาร่วมด้วย

ส่วนแกนนำเสื้อแดงอย่าง นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ระบุจะไม่เข้าร่วมกับกลุ่มวิทยุชุมชน จะรอฟังคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญอยู่ในที่ตั้ง ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล เวิลด์ ลาดพร้าว และจะไม่ทำอะไรให้ฝ่ายอื่นนำไปอ้างได้

ฝ่าย "เสื้อหลากสี" นำโดย นายแพทย์ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ บอกว่า กลุ่มเสื้อหลากสีจะเดินทางมาชุมนุมที่บริเวณด้านหน้าศาลรัฐธรรมนูญ และ จะปราศรัยเกี่ยวกับการทำงานของรัฐบาล โดยจะชุมนุมจนกว่าศาลจะตัดสินคดีเสร็จสิ้น และ จะมีการส่งตัวแทนเข้าไปสังเกตการณ์จากโทรทัศน์ ที่ถ่ายทอดอยู่ภายในอาคาร ไม่ว่าผลการตัดสิน จะออกมาเป็นอย่างไรก็จะต้องประชุมกลุ่มอีกครั้ง

ไม่เพียงเท่านั้น ด้านหน้าศาลรัฐธรรมนูญในวันศุกร์นี้ยังมี "กองทัพปลดแอกประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" โดยมี นายทองดี นามแสง โคตร หรือ "สหายพิชิต" อายุ 68 ปี ในฐานะผู้ประสานงาน บอกว่า ทางกลุ่มจะรวมตัวกันเดินทางมาฟังคำตัดสินของศาลเหมือนเดิม มีจุดยืนคือปกป้องศาลรัฐธรรมนูญให้สามารถทำหน้าที่ได้ ไม่ว่าศาลจะตัดสินอย่างไรก็ไม่ได้มีผลได้ผลเสียอะไรกับทางกลุ่ม

สำหรับการดูแลรักษาความปลอดภัยนั้น ทาง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มอบหมายให้ พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ประสานงานกับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) หมาดๆ ที่ว่ากันว่า ย้ายจาก บช.ภ.1 สลับกับ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.ภ.1 อดีต ผบช.น. เพื่อดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมต่างๆ โดยเฉพาะ

เห็นได้ชัดว่าจากที่ผ่านมา "บิ๊กแจ๊ด" พล.ต.ท.คำรณวิทย์เคยกล่าวถึงกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมต่างๆ ว่า "ในเรื่องการฝึกฝนความพร้อมดีขึ้น ขอให้ผู้ชุมนุมสบายใจได้ว่าทุกอย่างจะอยู่ในกรอบของการเจรจา หากไม่อยู่ในกรอบการเจรจาก็ต้องมีขั้นตอนการปฏิบัติ อุปกรณ์ในการปฏิบัตินั้นจะแถลงกับสื่อมวลชนทุกขั้นตอนว่าต่อจากนี้จะใช้อะไร และวิธีการคือ จะเชิญสื่อมวลชนไปอยู่ในจุดที่ปลอดภัย เริ่มแรกจะใช้มือเปล่า แต่หากผู้ชุมนุมมีอาวุธจะใช้โล่และกระบอง ต้องผลักดันกลับไปในจุดที่ตกลง หากใช้โล่และกระบองแล้วมีการใช้อาวุธยังไม่หยุด ต้องใช้น้ำฉีด หากใช้น้ำฉีดแล้ว ยังไม่เลิกมีพฤติกรรมจะบุกรุกสถานที่ต่างๆ จะใช้น้ำผสมสารเคมี ทุกขั้นตอนจะมีผู้สั่งการ และผมจะเป็น ผบ.เหตุการณ์เอง และจะสั่งการอย่างโปร่งใส และทุกม็อบจะปฏิบัติเหมือนกันหมด"

นอกจากนี้ ยังดึง พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รอง ผบช.น. มาจาก บช.ภ.1 เพื่อฝึกฝนตำรวจนครบาลและรับมือเรื่องนี้โดยเฉพาะ ซึ่งได้กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการรักษาความปลอดภัยศาลรัฐธรรมนูญว่า "เบื้องต้น วางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความสงบเรียบร้อยพื้นที่โดยรอบศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งสิ้น 4 กองร้อย และมีกำลังที่คอยสนับสนุนอีก 9 กองร้อย รวม 13 กองร้อย หน้าที่หลัก คือ ดูแลไม่ให้มีการกระทบกระทั่งกันระหว่างกลุ่มมวลชนที่เดินทางมาให้กำลังใจกับกลุ่มมวลชนที่มีความคิดเห็นต่างกันด้วย และให้ชุมนุมกันภายในกรอบกฎหมายที่กำหนดไว้ รวมทั้งไม่ให้ผู้ชุมนุมรุกล้ำเข้ามาในสถานที่ราชการ

"คาดว่าจะมาชุมนุมบริเวณพื้นที่ด้านหน้าศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้น ซึ่งได้มีการจัดพื้นที่ให้ผู้ชุมนุมได้นั่งดูการถ่ายทอดบรรยากาศในศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ส่วนปริมาณของผู้ชุมนุมที่จะเดินทางมาชุมนุมบริเวณหน้าศาลรัฐธรรมนูญนั้น อาจจะมีจำนวนที่ไม่มาก เนื่องจากมีการถ่ายทอดบรรยากาศภายในศาลให้ได้รับชมกันทางโทรทัศน์

"จะไม่ให้เกิดการทะเลาะวิวาทกัน ทุกคนมีสิทธิในการแสดงความคิดเห็น ทางตำรวจได้ประสานงานกับศาลรัฐธรรมนูญไว้แล้วว่าพื้นที่ด้านหน้าศาลสามารถชุมนุมได้ แต่จะต้องไม่รบกวนการทำงานของหน่วยงานอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง ส่วนมาตรการดูแลความปลอดภัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้จัดกำลังเพิ่ม เนื่องจากตุลาการมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลอยู่แล้ว การเข้า-ออก ก็มีช่องทางพิเศษ อีกทั้งตุลาการก็ไม่ได้ร้องขอกำลังอารักขาเพิ่ม

"ส่วนกรณีที่จะมีมวลชนบางส่วนเดินทางมาชุมนุมกันที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้านั้น ด้านการข่าวรายงานว่า เป็นกลุ่มรถแท็กซี่สาธารณะที่จะมาชุมนุมกันในวันพฤหัสที่ 12 กรกฎาคมตั้งแต่เวลา 15.00-24.00 น. จนถึงวันที่ 13 กรกฎาคม เพื่อรอฟังการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ หากผลการวินิจฉัยออกมาในทางลบก็จะมีการชุมนุมต่อไปจนถึงวันเสาร์และวันอาทิตย์ จะวางแผนดูแลความเรียบร้อยต่อไป"

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นคาดว่าไม่น่ามีเหตุ รุนแรงเหนือความคาดหมายแต่อย่างใด อีกทั้งแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงก็ประกาศว่าจะ ไม่มีการกดดันศาล ส่วนหลังจากการตัดสินเหตุการณ์จะเป็นเช่นไรต้องติดตาม..!!

 

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้