ลองขับ เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์
นำเข้าเมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 2555 โดย pop
อ่าน [56465]  

ลองขับ เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ .....

ลองขับ เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์

 

ตลาดรถกระบะดัดแปลง หรือ พีพีวี เห็นทีจะต้องดุเดือดขึ้นมาแน่ๆ แล้วครับ เมื่อเชฟโรเลต เริ่มสายการผลิตเชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ รถพีพีวี และจะส่งมอบเทรลเบลเซอร์ ให้กับลูกค้าได้ในสิ้นเดือนต.ค.นี้แล้ว

และผมเอง ก็มีโอกาสได้ลองขับ เจ้าเชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ เรียบร้อยแล้วครับ แม้ว่าจะเป็นการขับที่เรียกได้ว่า "น้อยนิด" ไปหน่อย แต่ก็เพียงพอที่จะ "รู้จัก" เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ ได้พอสมควร

เชฟโรเลต เทรลเบรเซอร์

เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ นั้นเป็นรถในเจนเนอเรชั่นที่ 2 แล้วนะครับ โดยเจนเนอเรชั่นแรก นั้นผลิตและจำหน่านในตลาดสหรัฐและอเมริกา ส่วนในเจนเนอเรชั่นที่ 2 นั้นผลิตขึ้นที่ประเทศไทยครับ  สำหรับตลาดในไทย ผมเชื่อว่า เทรลเบลเซอร์ "มีดี" พอที่จะแข่งกับคู่แข่งในตลาดได้พอสมควร

เริ่มตั้งแต่รูปร่างหน้าตา ที่หลายคนบอกว่า "ดุ" พอสมควร ซึ่งก็น่าจะเป็นอย่างนั้นละครับ เพราะเจ้าเทรลเบลเซอร์ นั้นพัฒนาขึ้นมาจากกระบะโคโลราโด ที่มีภาพความเป็นรถกระบะอเมริกันอยู่ไม่น้อย แต่ส่วนตัวแล้วผมว่าหน้าตาของเจ้าเทรลเบลเซอร์ ยังไม่ค่อยดุเท่าไหร่นัก 

ภายในของ เทรลเบลเซอร์ เริ่มตั้งแต่คอนโซลหน้าก่อนครับ ไม่ต้องคิดอะไรมาก ยกมาจากโคโลราโดเกือบหมด จะมีแตกต่างก็ตรงฟรอนท์เครื่องเสียง ที่เป็นจอสัมผัสขนาดใหญ่ มีทั้งเครื่องเล่นดีวีดี เนวิเกเตอร์ บลูทูธ ดูหรูหราภูมิฐานไม่น้อย และยังมีช่องเสียบ IPOD ข่อง USB และ AUX มาให้อีกด้วย

แผงคอนโซล กระบะโคโลราโด

เบาะนั่งด้านหน้ากว้างขวางใช้ได้ ไม่มีปัญหานั่งสบายๆ หันมาเบาะหลังแถว 2 และแถว 3 เสียหน่อย เพราะรถประเภทนี้ เน้นเรื่องพื้นที่ใช้สอยภายในเป็นหลัก ก็ใส่เบาะมาให้ถึง 7 ที่นั่ง

ลองกระโดดเข้าไปนั่งที่เบาะแถว 2 ต้องบอกว่าเหลือเฟือครับนั่งสบายๆ ไม่อึดอัด แถมเบาะแถว 2 นี้ยังสามารถปรับเอนลงไปได้อีกชอบครับ ชอบ แบบนี้เดินทางไกลๆ อิจฉาคนนั่งแน่นอน

มุดเข้าไปนั่งเบาะแถว 3 ก็ถือว่า "พอนั่ง" ได้ ไม่ได้ขี้เหร่อะไรมากนัก ไม่ถึงขนาดที่เวลาให้ใครไปนั่งเบาะแถว 3 แล้วกลายเป็นถูก "ทำโทษ" สรุปว่า ในเรื่องของพื้นที่ใช้สอยภายในนั้นไม่ต้องกังวลครับ ใหญ่โตอลังการ แต่ที่น่าติสำหรับเบาะนั่งแถว 3 คือการออกแบบครับ

เพราะว่าเบาะนั่งแถว 3 นั้นเมื่อตั้งเบาะขึ้นมาแล้วจะเห็นแผงหลังเบาะแล่บออกมารอบๆ พนักพิง เนื่องจากตัวเบาะมีขนาดเล็กกว่าแผงนี้ โดยเจ้าพื้นแผ่นด้านหลังเบาะจะทำหน้าที่เป็นพื้นรถแบบราบเสมอกันหมดเวลาพับเบาะนั่งแถว 2 และ 3 ลง ซึ่งตรงจุดนี้ผมมองว่าต้องปรับปรุงในเรื่องของการออกแบบอย่างมากครับ เพราะดูแล้วเหมือนยังทำเบาะไม่เสร็จยังไงไม่รู้

เบาะนั่งแถว 3 ใหญ่พอใช้ แต่มีแผงหลังเกินตัวเบาะ

แต่ที่น่าปรบมือให้คือ การพับเบาะแถวนั่งทั้งแถว 2 และ 3 นั้นทำได้อย่างงง่ายดาย ง่ายกว่ารถยี่ห้ออื่นๆ มากทีเดียว เรียกว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดียวก็พับเบาะได้

เมื่อปรับเบาะแถว 2 และ 3 ลงแล้ว คุณจะได้พบกับพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ แบบที่เรียกได้ว่าพร้อมสำหรับย้ายบ้านกันเลยทีเดียว

พับเบาะทั้ง 2 แถว กว้างขวางทีเดียว

เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ นั้นมีเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซลเท่านั้น แต่มี 2 ขนาดให้เลือกคือ 2.5 ลิตร และ 2.8 ลิตร โดยรุ่น 2.5 ลิตรนั้นจะมีแต่เกียร์ธรรมดา และขับเคลื่อน 2 ล้อ เท่านั้น

ขณะที่เครื่องยนต์ 2.8 ลิตร นั้นมีให้เลือกเพียบ ทั้งเกียร์ธรรมดา เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ สำหรับรุ่นที่ผมได้ขับคือ เทรลเบลเซอร์ LTZ1 หรือรุ่นท็อป ที่ใช้เครื่องยนต์ 2.8 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อน 4 ล้อ

ขึ้นมานั่งในตำแหน่งคนขับแล้ว ก็ต้องบอกว่าให้ความรู้สึกเหมือนกับขับกระบะโคโลราโดครับ กระจกมองข้างขนาดใหญ่ แผงหน้าปัดสีฟ้ากระจ่างตา ก้านปรับแสดงข้อมูลการขับขี่ต่างๆ มีมาให้ครบเช่นอัตราการสิ้นเปลือง ระยะทางที่เหลือในการขับ

เริ่มออกเดินทางกันแล้ว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น กระชับมือดีครับ น้ำหนักของพวงมาลัยหนักหน่อย สาวๆ อาจจะไม่ชอบ แต่ผมชอบครับ เพราะทำให้รู้สึกมั่นคงเวลาขับ ความแม่นยำของพวงมาลัยก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก

ขณะที่อัตราเร่งของ เทรลเบลเซอร์ ในช่วงความเร็วต่ำ ค่อนข้างอืดไปหน่อย เพราะม้าที่มีอยู่ 180 แรงม้า กับแรงบิดขนาด 470 นิวตันเมตรที่ถือว่ามากกว่าคู่แข่งทุกตัวในตลาด นั้นไม่สะท้อนกำลังที่แท้จริงในการเร่งแซงและการออกตัวในความเร็วต่ำ

อย่างไรก็ตาม ด้วยแรงบิดที่มหาศาลขนาดนี้ ทางเชฟโรเลต เลยโชว์ให้เจ้าเทรลเบลเซอร์ ลากรถพ่วงที่มีน้ำหนักกว่า 1.8 ตันให้ดูเสียเลย ซึ่งน้ำหนักที่เทรลเบลเซอร์สามารถลากได้นั้นมากถึง 3 ตันทีเดียว ทำให้เจ้าเทรลเบลเซอร์นี้ เหมาะกับการใช้งานกับลูกค้าที่มีกิจกรรมเอาท์ดอร์ทั้งหลาย

ลากกันเห็นๆ

ส่วนการใช้งานช่วงความเร็วสูงๆ หรือปล่อยให้ความเร็วไหลไปเรื่อยๆ ละก็ 180 กิโลเมตรไม่ใช่เรื่องยากเลย โดยเชฟโรเลต ได้ล็อกความเร็วไว้ที่ 184 กม./ชม. ครับ แต่ก็ถือว่าเพียงพอแล้วกับการใช้งาน 

อัตราเร่งที่ไม่ตอบสนองในรอบความเร็วต่ำ ทำให้รถคันนี้ไม่เหมาะกับลูกค้าที่ชอบขับรถแบบปรู้ดปร้าดมุดไปมุดมา มากนัก แต่หากเป็นการใช้งานแบบขับไปเรื่อยๆ ละก็สบาย ยิ่งเป็นการใช้งานแบบเดินทางไปต่างจังหวัดละก็แจ่มครับ

หันมาที่ช่วงล่าง ต้องยกนิ้วให้กับความหนึบ ความแน่น ที่ให้ความมั่นใจอย่างมากเมื่อขับขี่บนเส้นทางปกติ นิ่งมากครับ แม้ว่าจะขับด้วยความเร็วในระดับ 140 กม./ชม.ก็ตาม ยังคงเข้าโค้งได้แบบเนียนๆ ที่สำคัญช่วงล่างยังนุ่มนวล เหมาะสำหรับบรรทุกผู้โดยสารอีกด้วย ถือว่าเทรลเบลเซอร์ นี้มีความเด่นมากๆ กับเรื่องของช่วงล่างที่สามารถใช้งานได้ทั้งแบบโหดๆ และชิลๆ เลยทีเดียว

การขับครั้งนี้ มีเส้นทางออฟโรด นิดหน่อยครับ เพื่อที่จะได้ลองแรงบิดตัวจริงของเทรลเบลเซอร์ กันหน่อย ก็ถือว่าผ่านแบบสบายๆ ครับ ไม่มีปัญหาแค่รู้หลักการขับ การเลี้ยงรอบเครื่องยนต์ แรงบิดขนาด 470 นิวตันเมตร พาคุณไปได้ทุกที่อยู่แล้ว

ขอลุยดูบ้าง

นอกจากนี้ยังได้ลองระบบ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ เมื่อลงทางลาดชัน (HDC) และระบบระบบควบคุมป้องกันการไหลของรถเมื่อขึ้นทางลาดชัน (HSA) ซึ่งถือว่าเป็นระบบที่ไฮเทคพอสมควร สำหรับรถพีพีวี ระบบนี้จะทำให้การขับขี่ง่ายขึ้นมาก โดยระบบ HDC จะช่วยควบคุมความเร็วให้กับเราโดยเฉพาะช่วงลงเนินลาดชันมากๆ ก็ไม่ต้องกลัวว่ารถจะไหลลงมาเร็วเกินไป

ส่วนระบบ HSA นั้นเป็นระบบช่วยเบรกเวลาที่รถไต่ขึ้นเนินชันๆ แล้วต้องไปหยุดเบรกกลางเนินและเมื่อต้องขยับรถเคลื่อนขึ้นเนินต่อ ช่วงที่เราปล่อยเท้าจากแป้นเบรก เพื่อมาเหยียบคันเร่ง อาจจะมีช่วงจังหวะที่รถไหลถอยลงมา แต่ระบบนี้จะช่วยเบรกให้ 2 วินาที ทำให้คนขับมีเวลาที่จะเหยียบคันเร่งเพื่อให้รถเดินหน้าต่อได้

ผมเชื่อว่าระบบนี้หากมีการใช้งานจริง คงจะใช้มากระหว่างที่จอดค้างบนสะพานข้ามแยก ข้ามคลองต่างๆ มากกว่าที่จะไปใช้ไต่เนินชันตามเส้นทางออฟโรดครับ ซึ่งสาวๆ น่าจะจอลกับระบบนี้

หากให้สรุปแล้ว ผมว่า เทรลเบลเซอร์ นี้เหมาะกับครอบครัวที่ชอบการเดินทาง ชอบพื้นที่เก็บสัมภาระกว้างขวาง อัตราเร่งตีนปลายเหลือๆ เดินทางไกลไม่มีปัญหากับช่วงที่ที่ทั้ง หนึบ ทั้งนุ่มนวล จะเสียก็แต่อัตราเร่งในรอบความเร็วต่ำเท่านั้นที่ทำให้รู้สึกรำคาญใจ

อัตราการสิ้นเปลืองอยู่ที่ 9-10 กม./ลิตร หากขับเท้านิ่งความเร็ว 120 กม./ชม.อาจจะเห็นตัวเลข 10 กว่าๆ กม./ลิตร ซึ่งก็ถือว่าน่าสนใจพอควร

สนนราคามีให้เลือกตามใจชอบ ตั้งแต่
-2.5 LT ขับเคลื่อนสองล้อ เกียร์ธรรมดา 1,059,000 บาท
-2.8 LT ขับเคลื่อนสองล้อ/สี่ล้อ 1,249,000/1,299,000 บาท
-2.8 LTZ ขับเคลื่อนสี่ล้อ 1,389,000 บาท
-2.8 LTZ1 ขับเคลื่อนสี่ล้อ 1,489,000 บาท

แถมด้วย แคมเปญรับประกัน 1แสนกิโลเมตร หรือ 3 ปี มีค่าใช้จ่ายในการเข้าศูนย์บริการไม่เกิน 1.9 หมื่นบาท โดยเข้าศูนย์ทุก 2 หมื่นกิโลเมตร

ใครที่กำลังมองหา รถสำหรับครอบครัว ที่พร้อมจะลุยไปได้ทุกที่ เห็นทีต้องเหลือบมองมาที่ เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ บ้างแล้ว!!

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้