คุณธรรม, ต้นกล้า, คนเก่ง, คนดี, ศึกษาพาที, การศึกษา,
นำเข้าเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 2555 โดย julaju
อ่าน [46983]  

คุณธรรม, ต้นกล้า, คนเก่ง, คนดี, ศึกษาพาที, การศึกษา, .....

ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2555, 06.00 น.

ในการประชุมประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา  เป็นเรื่องเหลือเชื่อว่า ทุกเสียงในการประชุม ที่มาจาก มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ และหน่วยงานทางด้านการศึกษา  ต่างเห็นพ้อองต้องกันว่า ยามนี้ประเทศไทยต้องการคนดีมากกว่าจะต้องการคนเก่งให้มาอยู่ในสังคมไทย

ไม่รู้ว่าจะไปเกี่ยวข้องกับ คนเก่งๆจากบ้าน 111 ที่ กำลังจะเข้ามาช่วยเหลือวิกฤติของประเทศหรือไม่

ที่แน่ๆ คือ กลุ่ม อธิการบดีที่ยกเอาเรื่องคนดีเข้ามาเป็นหัวข้อในการสนทนาและประชุมแลกเปลี่ยนความคิดกัน ก็คือ อยากให้โครงการส่งเสริมนักเรียนผู้มีคุณธรรม จริธรรม และบำเพ็ญประโยชน์เข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา ในระบบโควตาพิเศษ โดยไม่ต้องสอบแข่งขัน  โดยมีการลงนามในบันทึกข้อตกลงร่วมกัน ระหว่าง หน่วยงานของรัฐ และ ผู้บริหารของมหาวิทยาลัย โดยมี นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) ,  ดร.วราภรณ์ สีหนาท รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และศ.ดร.สมคิด เลิศไพทูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง

นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  กล่าวว่า โครงการนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2549 ที่จ.นครปฐม เป็นที่แรก ก่อนจะมีการขยายผลไปยังเขตพื้นที่การศึกษาในจังหวัดต่างๆ ภายใต้ชื่อว่า  “นครปฐมโมเดล” โดยทาง สพฐ.ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน รับเด็กดีเข้าไปศึกษาต่อโดยไม่ต้องสอบแข่งขัน ในสาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ ศิลปะศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ซึ่งพบว่านักศึกษาที่เข้ามาเรียนภายใต้โครงการดังกล่าว มีผลการเรียนที่ดี ไม่แตกต่างจากนักศึกษาที่สอบแข่งขันเข้ามาเรียนในระบบแอดมิชชั่นส์ และรับตรง  ซึ่งวัดจากการประเมินผลการเรียนที่เป็นเครื่องการันตีได้ว่าคุณภาพทางการเรียนของเด็กดี ไม่มีความแตกต่างจากเด็กที่สอบแข่งขันเข้ามา

เรียกว่า โจทย์ตัวแรก ในเรื่องของ ความมีคุณภาพ สามารถสอบผ่าน ที่ได้รับคำรับรองจาก สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา

น.ส.วีณา อัครธรรม ผู้อำนวยการสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สพฐ. ยืนยันว่า จากการติดตามการดำเนินงานโครงการ พบว่า บุคลากรทางการศึกษา ตั้งแต่ ผู้บริหารจนถึงอาจารย์ในมหาวิทยาลัยทุกคนเห็นด้วยกับโครงการ เพราะเป็นการให้โอกาสกับเยาวชนที่ทำความดี มีคุณธรรม ช่วยเหลือสังคม ซึ่งที่ผ่านมาการคัดเลือกเด็กดี จะดูที่ มีความเป็นผู้นำ มีจริยธรรมที่ดี ช่วยอนุรักษ์พัฒนาสิ่งแวดล้อม และช่วยต่อต้านยาเสพติด และเน้นการกลับไปพัฒนาชุมชนของด้วยเอง โดยตั้งแต่ปี 2549 – 2555 มีมหาวิทยาลัยทั่วทุกภาคเข้าร่วมโครงการจำนวน 18 แห่ง แต่ปัจจุบันเหลือ 8 แห่งเพราะบางมหาวิทยาลัยอาจจะมีโครงการของมหาวิทยาลัยเอง โดยมีนักศึกษาเข้าร่วมโครงการตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบันจำนวน  3,300 คน แบ่งเป็นภาคเหนือ จำนวน 178 คนใน 3 มหาวิทยาลัย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจำนวน 328 คนใน 3 มหาวิทยาลัย ภาคกลางและภาคตะวันตกจำนวน 1,632 คน ใน 5 มหาวิทยาลัย   ภาคตะวันออก จำนวน 461 คนใน 3 มหาวิทยาลัย และภาคใต้จำนวน 687 คนใน 4 มหาวิทยาลัย   การลงนามครั้งนี้เป็นความต่อเนื่องของโครงการ เพราะที่ผ่านมาหลังจากเริ่มโครงการ ก็มีการประสานไปยังเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขต มัธยมศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะให้เขตพื้นที่ประสานไปยังทุกโรงเรียนในสังกัดในประชาสัมพันธ์ในวิชาแนะแนวในเด็กๆได้ทราบ และทางโรงเรียนจะเป็นผู้ติดตาม พฤติกรรมของเด็ก แต่ละคนซึ่งไม่ได้ดูแค่เทอมเดียว แต่ต้องดูกันนานๆ ดังนั้นเด็กดีที่จะได้เข้าร่วมโครงการ จะต้องไม่ใช่แค่เป็นคนดีเพียงเพื่อเข้ามหาวิทยาลัยเท่านั้น การลงนามครั้งนี้จึงเป็นการย้ำความต่อเนื่องของโครงการ และเพื่อให้โครงการดีๆยังอยู่ต่อไป

ด้าน ศ.ดร.สมคิด  เลิศไพทูรย์  กล่าวว่า ทปอ.มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับโครงการส่งเสริมนักเรียนผู้มีคุณธรรม จริยธรรม และบำเพ็ญประโยชน์เข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งโครงการนี้ถือเป็นต้นแบบที่ดีที่ตนคิดว่ามหาวิทยาลัยทั้งหลายก็อยากจะปรับให้นักศึกษามีความรู้และมีคุณธรรมด้วย ความจริงระยะเวลา 4 ปีที่อยู่ในมหาวิทยาลัยเป็นช่วงที่ไม่ยากนักที่จะปรับในเรื่องคุณธรรม จริยธรรมให้เด็กสามารถเป็นคนที่จบมหาวิทยาลัยแล้วไปรับใช้ประเทศชาติ รับใช้ส่วนรวมที่ดีได้ทั้งหมด ดังจะเห็นได้จากปรากฏการณ์ของประเทศในปัจจุบัน ที่คนจบมหาวิทยาลัยแล้วมาสร้างปัญหาให้มากมายหลาย ๆเรื่องด้วยกัน จึงเชื่อว่าโครงการนี้ จะทำให้มหาวิทยาลัยได้เด็กที่เข้ามาเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดี

เช่นเดียวกับ ดร.วรากรณ์ สีหนาท รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ที่บอกว่า โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ที่ดี  สถาบันอุดมศึกษาทุกภาคส่วนควรสนับสนุนเด็กที่ทำความดี และรู้สึกดีใจที่ระดับนโยบายเห็นความสำคัญและเปิดช่องทางความสามารถพิเศษในเรื่องของการเป็นเด็กดี ทั้งๆที่มีช่องทางเหล่านี้อยู่แล้ว แต่จะเน้นการรับนักศึกษาในโควตาพิเศษด้านกีฬา และโควตาใกล้บ้าน  โดยที่ผ่านมาตั้งแต่ยังเป็นทบวงมหาวิทยาลัยมีหลายมหาวิทยาลัยมีแนวคิดริเริ่มที่จะทำโครงการดังกล่าว ซึ่งจะใช้เกณฑ์คัดเลือกทั้งความเป็นเด็กดี รวมกับผลการเรียน โดยที่นักเรียนไม่ต้องสอบแข่งขัน แต่ก็ไม่ได้ดำเนินการเนื่องจากในเวลานั้นมักเกิดคำถามว่าจะประเมินผลอย่างไรและจะทำให้เป็นที่ย่อมรับและเชื่อถือได้อย่างไร  แต่ครั้งนี้ สพฐ.ได้ทำการศึกษาวิจัยเชิงประจักรที่ชัดเจน พบว่านักเรียนที่เข้ามาในโครงการเด็กดี มีผลการเรียนดีกว่านักเรียนที่เข้ามหาวิทยาลัยแบบรับตรง และในระบบอื่นๆ  ทำให้ นักเรียนที่เข้าโครงการเด็กดีส่วนใหญ่ มีคุณลักษณะที่สามารถสร้างผลสัมฤทธิ์ที่ดีทางการเรียนอยู่แล้ว เมื่อเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยก็จะเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคนอื่นๆ อนาคตหวังว่าสถาบันอุดมศึกษาจะสนับสนุนส่งเสริมโครงการนี้เพื่อที่สังคมจะได้มีทั้งคนเก่งและคนดีต่อไป

สรุปสุดท้าย เลขาธิการ กพฐ.ย้ำหนักแน่นว่า โครงการนี้ ถือเป็นโครงการที่ดี และเป็นการส่งสัญญาณให้นักเรียนและเยาวชนได้ทราบว่า จุดมุ่งหมายของการศึกษานั้นเราไม่ได้มุ่งหวังเฉพาะให้นักเรียนเรียนเก่งเพียงอย่างเดียว แต่เราส่งสัญญาณให้ทราบว่านักเรียนที่มีความประพฤติดี มีโอกาสในการเข้าเรียนในระดับที่สูงขึ้นเช่นเดียวกัน ดังนั้นโครงการนี้จึงต้องได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ดังนั้น การคัดเลือกนักเรียนที่จะเข้าร่วมโครงการนี้ต้องเป็นสิ่งที่เชื่อถือได้และมีความยุติธรรม และเพื่อเป็นการตอกย้ำให้มั่นคงยิ่งขึ้น การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 สพฐ.จะเน้นการเพิ่มโอกาสทางการศึกษา เพิ่มการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและเพิ่มการมีส่วนรวมของสังคมในการจัดการศึกษาให้มากขึ้น ดังนั้น โครงการดังกล่าวก็เป็นส่วนหนึ่งในการปฏิรูปการศึกษาไทยด้วย

ในด้านความคิดเห็นทุกเสียงเห็นตรงกันว่า เป็นการสร้างสังคมที่ดีให้กับประเทศไทย และสังคม แต่ในด้านการปฏิบัติ คงต้องรอให้ ผู้ใหญ่ชั่วๆ(ที่มีอยู่ไม่น้อย)ในสังคมไทยวันนี้ตายไปให้หมดเสียก่อน เด็กคุณธรรมเหล่านี้จึงจะสามารถมาสร้างสรรรค์ให้ประเทศไทยสง่างามและเรืองรุ่งพุ่งสู่ความเป็นสังคมคุณธรรมต่อไป  .... คุณเห็นด้วยไหม???

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้