จับตาปัญหา “คอรัปชั่น” ภัยร้ายที่อยู่ใกล้ตัวคนไทยทุกคน
นำเข้าเมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2555 โดย pop
อ่าน [48537]  

จับตาปัญหา “คอรัปชั่น” ภัยร้ายที่อยู่ใกล้ตัวคนไทยทุกคน.....

จับตาปัญหา “คอรัปชั่น” ภัยร้ายที่อยู่ใกล้ตัวคนไทยทุกคน

 


“เมื่อยามที่เราเป็นเด็ก บางคนบอกว่าอยากเป็นหมอเพื่อรักษาผู้ป่วย บางคนอยากเป็นตำรวจเพื่อปราบเหล่าอาชญากรร้าย บางคนอยากเป็นครูบาอาจารย์เพื่อสอนเด็กๆ ให้มีความรู้และเป็นคนดี ทว่าวันเวลาผ่านไป เด็กคนแรกโตเป็นนายแพทย์ เขาเริ่มออกไปทำคลินิกเฉพาะทางที่เรียกเก็บเงินได้สูงกว่าในโรงพยาบาล เด็กคนที่สองโตเป็นนายตำรวจใหญ่ที่เริ่มเรียกรับผลประโยชน์จากธุรกิจสีเทา ขณะที่เด็กคนที่สามเป็นครูที่แกล้งสอนในเวลาปกติไม่รู้เรื่อง เพื่อแนะนำให้ไปเรียนกวดวิชาที่เรียกค่าสอนได้แพงกว่าเงินเดือนครูในโรงเรียน”

ใครบางคนเคยเขียนบทความทำนองนี้ด้วยอารมณ์หดหู่ เขากล่าวว่าเมื่อเรายังเด็กเราล้วนเป็นเหมือนผ้าขาวที่สะอาดบริสุทธิ์ แต่เมื่อเราโตขึ้น เราได้รับรู้ถึงสภาพสังคมที่ซับซ้อนมากขึ้น แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ท้ายที่สุดแล้วเด็กเหล่านี้ไม่น้อยก็ละทิ้งความฝันเดิม เพราะพลังแห่งเงินตราและอำนาจในโลกแห่งความจริงมันเย้ายวนและเห็นผลเป็นรูปธรรมมากกว่าความดีงามที่ผลลัพธ์เป็นเพียงหลักลอยเชิงนามธรรมที่ไม่เคยได้อะไรไปมากกว่าแค่คำขอบคุณแล้วก็ถูกลืม ในที่สุดสิ่งเหล่านี้ก็กลายมาเป็นวงจรอุบาทว์ในสังคมไทยที่ต่างชาติพากันเรียกว่า Land of Corruption และ สวรรค์ของอาชญากร เพราะแค่เพียงคุณรวย ในประเทศนี้คุณจะอยู่ได้ราวกับเป็นเทวดาโดยไม่สนว่าที่มาของเงินคุณจะเป็นอย่างไร

คอรัปชั่นกับวัฒนธรรมองค์กรแบบไทยๆ

“ถ้าตามความคิดผม ผมว่าการทุจริตมันฝังอยู่ในรากคิดของคนไทยมาตั้งแต่โบราณ อาจจะเป็นเพราะคนไทยชอบบนบานศาลกล่าว กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ประเภทที่ว่าถ้าเข้าโรงเรียนนั้นได้ ถ้าสอบเป็นข้าราชการตำแหน่งนี้ได้ ถ้าทำธุรกิจแล้วร่ำรวยแล้วจะนำของที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่านต้องการมาถวาย เป็นหัวหมูบ้าง น้ำแดงบ้าง ประทัดบ้าง ก็เลยติดเป็นนิสัยกันไป แบบนี้ก็เรียกว่าสินบน”

เป็นความเห็นที่น่าสนใจของนายเสริมเกียรติ วรดิษฐ์ ผู้ตรวจการอัยการ ผู้ซึ่งคร่ำหวอดในวงการศาลยุติธรรมมาอย่างยาวนานมองว่าค่านิยมในการคอรัปชั่นของไทยนั้นมีมานานแล้ว โดยในสมัยก่อนนั้นเรียกว่าสินบน

เช่นเดียวกับ พระรักเกียรติ รักขิตะธัมโม หรือ นายรักเกียรติ สุขธนะ ที่ครั้งหนึ่งเคยขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิตด้วยการเป็นรัฐมนตรีมาแล้วหลายกระทรวง จนถูกดำเนินคดีเนื่องจากทุจริต ถูกจำคุกและถูกยึดทรัพย์ เมื่อพ้นโทษแล้วจึงตัดสินใจออกบวชและนำประสบการณ์ที่ผิดพลาดของตนมาเป็นบทเรียนให้กับหลายๆ คน ก็มองว่าวัฒนธรรมองค์กรแบบไทยๆ เป็นสาเหตุสำคัญในการคอรัปชั่นเช่นกัน โดยเริ่มจากระบบอุปถัมภ์ที่ผู้ใหญ่ต้องคุ้มครองผู้น้อย ส่วนผู้น้อยก็ต้องรับใช้ผู้ใหญ่เป็นการตอบแทน

“สมัยอาตมาเป็นนักศึกษา ก็มีอุดมการณ์สูง เป็นพวกหัวรุนแรง เรียกว่ามุ่งมั่นอยากเปลี่ยนแปลงสังคมเลยก็ว่าได้ แต่พอเริ่มเข้าสู่วงการเมือง เริ่มมองเห็นอะไรหลายๆ อย่าง เห็นพวกรุ่นก่อนๆ เขาทำแล้วรวย ทำแล้วมีอำนาจ ตัวเองเห็นแล้วก็อยากได้บ้าง อยากมีบ้าง ท้ายที่สุดอุดมการณ์เริ่มเลือนหาย กลายเป็นกิเลสที่เข้าครอบงำจิตใจแทน”

พระรักเกียรติเล่าย้อนไปเมื่อสมัยท่านยังเป็นนักศึกษาจบใหม่ ก่อนจะเล่าต่อว่าภาพของการเมืองที่เห็นมาตลอด คือชาวบ้านโดยเฉพาะในต่างจังหวัดนิยมเลือกนักการเมืองที่จ่ายเงินให้ตนเองไปลงคะแนน ด้วยเหตุนี้พอนักการเมืองจ่ายมาก เมื่อชนะการเลือกตั้งจึงเข้ามาก็ต้องกอบโกยกลับคืนมากหลายเท่าตัวเพื่อเตรียมพร้อมกับศึกเลือกตั้งในหนหน้า โดยหากได้ ส.ส.เป็นจำนวนมากก็สามารถต่อรองขอโควต้ารัฐมนตรีให้กลุ่มก๊วนของตัวเองได้

“สินน้ำใจ” ช่องว่างของกฏหมาย

เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับคนไทยที่ไม่ว่าจะไปติดต่ออะไรกับทางราชการ หากต้องการความสะดวกสบายก็รู้กันว่าจะต้องจ่ายสินบนให้กับเจ้าหน้าที่รัฐโดยถูกเรียกในหลายชื่อเช่น “แป๊ะเจี้ยะ” , “ค่าน้ำร้อนน้ำชา” , “ค่าหล่อลื่น” ฯลฯ ซึ่งปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งคือช่องว่างของกฏหมายหลายประการ เช่นการเอาผิดเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐผู้รับแต่ไม่เอาผิดผู้จ่าย ทำให้ภาคเอกชนหรือประชาชนทั่วไปยังกล้าจ่ายใต้โต๊ะ หรืออย่างอายุความของความผิดก็เช่นกันซึ่งผู้กระทำผิดมักจะดึงคดีหรือหลบหนีจนกว่าคดีจะหมดอายุความ ซึ่งจะทำให้ไม่ต้องรับโทษตามกฏหมาย

“อันที่จริงคดีทุจริตคอรัปชั่นไม่ควรจะมีอายุความ เรียกว่าไม่ใช่คุณหนีคดีไปสักพัก พอขาดอายุความแล้วกลับมาได้ไม่มีความผิด แต่ควรจะเป็นว่าถ้าคุณผิด คุณจะต้องหนีไปทั้งชีวิตจนกว่าจะตายจากกัน ถ้าเป็นไปได้ผมอยากเห็นภาคประชาชนช่วยกันผลักดันเรื่องนี้แก่สภาด้วย วัดใจนักการเมืองไปเลยว่าจะกล้าเอาจริงกับเรื่องนี้ไหม?”

คุณเสริมเกียรติ ยกตัวอย่างประกอบ เช่นเดียวกับสิ่งที่เรียกว่าสินน้ำใจ หรือการที่มีคนเอาสิ่งของเล็กๆ น้อยๆ มามอบให้ ซึ่งหลายคนบอกว่ารับได้ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร บางครั้งอาจจะไม่ผิดกฏหมายเสียด้วยซ้ำ (มูลค่าสิ่งของไม่เกินสามพันบาท) แต่สิ่งเหล่านี้หากผู้เป็นเจ้าหน้าที่รัฐรับไปแล้ว ก็จะเกิดความเป็นหนี้บุญคุณกับผู้ให้ ดังนั้นก็มีแนวโน้มว่าจะเอื้อประโยชน์บางประการ แก่ผู้ให้ดังกล่าวด้วยสำนึกแบบไทยๆ ที่ว่าเมื่อเขามีบุญคุณเราก็ต้องตอบแทน ซึ่งหากเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ที่มีอำนาจให้คุณให้โทษ โดยเฉพาะวงการยุติธรรมแล้วอาจจะทำให้เกิดการพิจารณาคดีแบบลำเอียงได้

ผู้ใหญ่กำลังสอนเด็กให้คอรัปชั่น?

เมื่อถามถึงมุมมองการอบรมลูกหลาน เยาวชนไทย ทั้งคุณเสริมเกียรติและพระรักเกียรติมีมุมมองที่ตรงกันว่า สังคมไทยปัจจุบันเปลี่ยนไปจากอดีตมาก เนื่องจากการศึกษาไทยสมัยใหม่ละทิ้งการสอนศาสนาและศีลธรรม หันไปมุ่งฝึกฝนทักษะทางวิชาการเพียงอย่างเดียว เราจึงได้แต่เด็กเก่ง แต่ยิ่งเก่งมากก็ยิ่งเห็นแก่ตัว

“สมัยอาตมาเป็นเด็ก ใครโตมายุคเดียวกับอาตมา จะรู้ดีว่าเรามีการสวดมนต์ไหว้พระ สอนศีลธรรมควบคู่กับวิชาการ โดยก่อนจะให้เป็นคนเก่ง เด็กจะต้องเป็นคนดีก่อน แต่เพราะทุกวันนี้เราเอาพระเอาวัดออกจากระบบการศึกษา เราเลยมีแต่คนเห็นแก่ตัว ตีกันฆ่ากันเป็นเรื่องธรรมดาไปหมด” พระรักเกียรติกล่าวต่อไปอีกถึงปัญหาใหม่ในสังคมไทยคือปัญหาเด็กติดเกม ติดอินเตอร์เน็ตแล้วเลียนแบบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเช่นการใช้ความรุนแรงและพฤติกรรมสำส่อนทางเพศซึ่งกำลังน่าเป็นห่วงในสังคมไทยปัจจุบัน

เช่นเดียวกัน...ผู้ใหญ่โดยเฉพาะพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กเองก็กำลังสอนลูกหลานให้เติบโตมาด้วยพฤติกรรมทุจริตคอรัปชั่นโดยไม่รู้ตัว เช่นการสอนเด็กว่าเข้าเรียนในสาขาใดแล้วจะสามารถเข้ารับราชการในหน่วยงานที่สามารถเรียกรับผลประโยชน์ได้ หรือแม้แต่การจ่ายเงินใต้โต๊ะเพื่อให้ลูกเข้าเรียนโรงเรียนดีๆ จะได้ไม่น้อยหน้าลูกคนอื่นก็เช่นกัน

“ผู้ใหญ่ต้องทำตัวให้เป็นแบบอย่าง ถ้าปากสอนอย่างเดียวว่าอย่าโกงกินแต่ยังรับยังให้สินบน ไม่เป็นตัวอย่างที่ดีแก่ผู้น้อย ผู้น้อยเขาก็ไม่เชื่อถือ ท้ายที่สุดผู้น้อยเหล่านี้ก็จะโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ทุจริตคอรัปชั่นในโอกาสต่อไป” คุณเสริมเกียรติเน้นย้ำมากถึงการทำดีให้เป็นแบบอย่างซึ่งมีคุณค่ามากกว่าแค่การสอนด้วยคำพูดเท่านั้น

ต้องรีบแก้ไขก่อนนานาชาติไม่เชื่อมั่น

จากการจัดอันดับความโปร่งใสของการบริหารงานภาครัฐในปี 2011 (พ.ศ.2554) ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 80 ของโลก มีคะแนนอยู่ที่ 3.4 จาก 10 คะแนนซึ่งถือว่าสอบตกอย่างมาก และหลังการจัดอันดับนี้การทำธุรกรรมทางการเงินในประเทศไทยก็กำลังถูกจับตามองจากนานาชาติโดยเฉพาะในทวีปยุโรป ซึ่งจะทำให้สถาบันการเงินของไทยถูกลดความเชื่อถือในสายตาชาวโลกไปด้วย

“ปัญหาคอรัปชั่นสำหรับประชาชนทั่วไปอาจจะมองว่าไกลตัว แต่รู้ไหมครับ วันนี้ธนาคารของไทยถูกจับตามองจากหลายๆ ชาติโดยเฉพาะในยุโรป ถ้าเรายังปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป การทำธุรกรรมทางการเงินของเราในระดับนานาชาติจะยากขึ้นเพราะเขาไม่เชื่อถือเรา แล้วจะเป็นผลเสียต่อการพัฒนาประเทศได้”

เป็นการรายการสถานการณ์มุมมองประเทศไทยในเวทีโลกโดยนายวิวัฒน์ เจริญพาณิชย์ศิริ ในฐานะผู้อำนวยการภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น ซึ่งมองว่าปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และเป็นปัญหาที่คนไทยทั้งประเทศต้องร่วมกันแก้ไข โดยในส่วนของภาคีฯ กำลังจะมีโครงการใหม่คือโครงการฮั้วไม่จ่าย โดยเริ่มจากการรณรงค์ภาคเอกชนไม่ให้จ่ายเงินใต้โต๊ะ และจะใช้วิธีคว่ำบาตร (Social Sanction) กับหน่วยงานที่จ่ายสินบนดังกล่าวด้วย

“ปัญหาคอรัปชั่นไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ในอดีตประเทศอย่างเกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกงเคยเป็นประเทศที่คอรัปชั่นทุกเรื่อง อย่างฮ่องกงเมื่อสัก 30 กว่าปีก่อน แค่พาคนไข้ส่งโรงพยาบาลยังต้องจ่ายใต้โต๊ะให้เลย ไม่งั้นก็จะปล่อยคนไข้ให้ตาย แต่เพราะเขามีการปราบปรามอย่างจริงจัง ถึงขนาดเอานักการเมือง ที่พัวพันมาดำเนินคดี ถูกยึดทรัพย์ถูกจำคุกได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ช่วงหลังๆ จึงไม่ค่อยมีใครกล้าทุจริต ในขณะที่ไทยเรากลับล้าหลังไปเรื่อยๆ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เรานำพวกเขาด้วยซ้ำ” คุณวิวัฒน์กล่าวทิ้งท้าย

อีกไม่นานไทยจะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ซึ่งไม่ใช่มีแค่ชาติอาเซียนเท่านั้น แต่นักลงทุนทั่วโลกก็จะเข้ามาลงทุนในภูมิภาคนี้ ประเทศไทยนั้นในสายตานานาชาติถือว่ามีความพร้อมในหลายด้านที่จะเป็นผู้นำในภูมิภาคนี้ เว้นเสียแต่ปัญหาทุจริตคอรัปชั่นเท่านั้น

ขึ้นอยู่กับทั้งภาครัฐและเอกชน ตั้งใจจะแก้ปัญหานี้อย่างจริงจังหรือไม่?

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้