เกมจนตรอก ขุดหลุมฝังตัวเอง
นำเข้าเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 2555 โดย pop
อ่าน [46620]  

เกมจนตรอก ขุดหลุมฝังตัวเอง .....



 

ถูกบันทึกไว้เป็นความอัปยศที่สุดในประวัติศาสตร์สภาผู้แทนราษฎรไทย

ระหว่างการประชุมพิจารณาร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ จำนวน 4 ร่าง

แยกเป็นเสนอโดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ 1 ร่าง อีก 3 ร่างเสนอโดยส.ส.พรรคเพื่อไทยและส.ส.เสื้อแดง 

ภาพที่ปรากฏต่อสายตาประชาชนทั้งประเทศ

ไม่ว่าการบุกขึ้นไปกระชากแขน นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาถึงบนบัลลังก์ การขึ้นไปลากเก้าอี้ประธานสภาลงมา หรือการขว้างปาเอกสารใส่ประธานสภา

ทั้งยังมีคิวหวุดหวิดวางมวยตบตีกันอีกหลายคู่ทั้งส.ส.หญิง ส.ส.ชาย สวมวิญญาณทาร์ซานโห่ฮา ปล่อยตัวเงินตัวทองวิ่งเพ่นพ่าน

นับเป็นปรากฏการณ์สร้างความเสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์สภาไทยร้ายแรง

แม้แต่คนจำนวนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยอย่างมากกับการรวบรัดเสนอร่างพ.ร.บ. ปรองดองเข้าสู่สภา ยังยอมรับไม่ได้กับพฤติกรรมกลุ่มส.สที่ใช้วิธีป่าเถื่อนหยาบคาย

คุกคามประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ

ดั่งภาพนาทีอัปยศถ่ายทอดผ่านสื่อมวลชน หนังสือพิมพ์ โทร ทัศน์ รวมถึงคลิปทุกความเคลื่อน ไหวซึ่งถูกส่งกระจายกว้างขวางทางโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ก

ไม่ว่าส.ส.ประชาธิปัตย์ และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคจะพูดถึงสิ่งที่ลูกพรรคกระทำอย่างไร แต่คนที่ไม่ได้ฝักใฝ่ฝ่ายใดประเมินว่างานนี้

ประชาธิปัตย์เสียมากกว่าได้

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีศักดิ์ฐานะเป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนฯ อันเป็นตำแหน่งที่ต้องได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง

ส่วนประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองก่อตั้งมานาน 66 ปี เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยตอนนี้ อ้างตัวเป็นพรรคที่ยึดมั่นการเมืองในระบบรัฐสภามาตลอด

รุ่นใหญ่ในประชาธิปัตย์เคยดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนฯ คือ นายชวน หลีกภัย นายพิชัย รัตตกุล และ นายมารุต บุนนาค

นั่งบนบัลลังก์ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติตรงที่เดียวกับ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ทำหน้าที่ในปัจจุบัน

รัฐสภาไทยมีประธานสภาผู้แทนฯ มาแล้ว 25 คน แต่ละคนมีสไตล์ของตัวเอง มีทักษะการคุมเกมในสภาแตกต่างกัน แข็งบ้าง ไม่แข็งบ้าง

แต่ไม่มีคนใดโดนคุกคามประชิดตัวเหมือนนายสมศักดิ

พรรคประชาธิปัตย์แสดงจุดยืนคัดค้านร่างพ.ร.บ. ปรองดอง มาตั้งแต่รู้ข่าวประธานสภาจะบรรจุเข้าวาระสภาผู้แทนฯ วันที่ 30 พ.ค.

โจมตีว่าร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวมีเนื้อหาสาระสำคัญในการมุ่งนิรโทษกรรมช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ พ้นจากคดีความทั้งหลายทั้งปวง

ได้ทรัพย์สิน 4.6 หมื่นล้านซึ่งถูกยึดไปกลับคืน

อันเป็นการทำลายหลักนิติรัฐ นิติธรรม และทำลายระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

ส.ส.ประชาธิปัตย์ตั้งแต่ระดับแกนนำ ไล่ไปจนถึงระดับกลางและระดับล่าง ประกาศจุดยืนแจ่มชัดว่าพร้อมคัดค้านร่างกฎหมายดังกล่าวถึงที่สุด

ทั้งในสภาและนอกสภา

แกนนำประชาธิปัตย์สั่งการส.ส.พรรคทุกคนเข้าร่วมประชุมสภาอย่างพร้อมเพรียง เพื่ออภิปรายคัดค้านการนำร่างพ.ร.บ.ปรองดองเข้าสู่การพิจารณาของสภาอย่างแข็งขัน

ส่วนการเดินเกมนอกสภา ประชาธิปัตย์เตรียมเปิดเวทีในต่างจังหวัดทั่วประเทศ ดึงนักกฎหมาย นักวิชาการเข้าร่วมชี้แจงให้ประชาชนเห็นถึงด้านมืดของร่างพ.ร.บ.ปรองดอง

ซึ่งการเดินเกมทั้ง 2 ทางเป็นการเล่นตามกติกา ไม่ขัดระเบียบข้อห้ามแต่อย่างใด

หรือแม้แต่การที่ประชาธิปัตย์ประกาศสนับสนุน เชิญชวนกลุ่มพลังมวลชนทุกกลุ่ม ทุกสีเสื้อ ทุกสาขาอาชีพออกมาร่วมชุมนุมแสดงจุดยืนคัดค้านร่างกฎหมาย

ไม่ปฏิเสธการจับมือร่วมกับกลุ่มพันธมิตรฯ ที่เป่านกหวีดเรียกรวมพลหน้ารัฐสภา เพื่อเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลเพื่อไทยอีกทางหนึ่ง

ตราบใดที่ไม่มีการล้ำเส้นข้อกฎหมาย ไม่มีการใช้อาวุธความรุนแรง ไม่มีการปิดล้อมขัดขวาง การชุมนุมใดๆ ถือเป็นสิทธิกระทำได้ตามกรอบวิถีทางประชาธิปไตย

แต่หากการชุมนุมล้ำเส้นที่ว่าเมื่อใด

ก็เท่ากับผลักไสความชอบธรรมให้ไปอยู่กับฝ่ายตรงข้ามทันที

หากมองลึกลงไปถึงเบื้องหลัง ความปั่นป่วนวุ่นวายในสภาระหว่างการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ปรอง ดอง เทียบเคียงกับจุดยืนที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้

ทุกอย่างยังเป็นไปตามเกมประชาธิปัตย์

ไม่ว่าการชูธงคัดค้านในสภาถึงที่สุดโดยไม่เลือกวิธีปฏิบัติ หรือการยอมกลืนเลือด หันกลับไปจับมือกับม็อบพันธมิตรฯ เคลื่อนไหวนอกสภา

ปิดล้อมสภา ไม่ให้กลไกประชา ธิปไตยเดินหน้า

กระนั้นก็ตามเป้าหมายในสิ่งที่ประชาธิปัตย์กระทำลงไป คือความพยายามจะยื้อร่างพ.ร.บ.ปรองดองไม่ให้เข้าสู่การพิจารณาของสภา ซึ่งก็กระทำได้เพียงชั่วครู่ชั่วยาม

ถ้าต้องแลกกับศักดิ์ศรีเกียรติภูมิของพรรคที่สูญสลายไปในพริบตา ไม่แน่ว่าจะคุ้มค่าอย่างที่บางคนในประชา ธิปัตย์กล่าวเอาไว้หรือไม่

แทนที่ประชาธิปัตย์จะเล่นการ เมืองอย่างตรงไปตรงมาตามกฎกติกา ด้วยการใช้เวทีสภาอภิปรายชี้ให้เห็นว่าร่างพ.ร.บ.ปรองดองที่รัฐบาลพยายามรวบรัดผลักดัน

มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง มีวาระแอบ แฝงในการช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ อย่างไร คนกลุ่มใดบ้างที่จะได้รับประโยชน์ หรือสูญเสียประโยชน์จากการปรองดองเพียงด้านเดียว

หรือถ้าปล่อยให้กฎหมายดังกล่าวออกมามีผลบังคับใช้ จะสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติในมิติใดบ้าง

เงื่อนงำที่ถูกซุกซ่อนไว้ในร่างพ.ร.บ.ปรองดองเหล่านี้ต่างหาก ที่ฝ่ายค้านจำเป็นต้องคลี่คลาย ตีแผ่ให้ประชาชนในสังคมได้รับรู้รับทราบ

เพราะเชื่อว่าถึงมีคนจำนวนมากที่เห็นด้วยกับการปรองดอง

แต่ไม่เห็นด้วยหากว่าการปรองดองนั้นเป็นเพียงแค่ชื่อตบตา แต่เนื้อหาข้างในกลับ อัดแน่นไปด้วยชนวนความขัดแย้งรอบใหม่

ไม่ใช่ใช้วิธีเล่นเกมอย่างนักการเมืองจนตรอก ป่วยเป็นโรคแพ้ซ้ำซาก

หน้ามืดตามัวยอมกระทั่งบากหน้ากลับไปขอคืนดีกับกลุ่มเคลื่อนไหวนอกสภา ทั้งที่เคยตั้งเวทีด่ากันเละเทะมาแล้ว

เกณฑ์คนมาขุดหลุมฝังตัวเองแท้ๆ

 

 

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้