ถอยแล้ว! ไม่ใช้โอเน็ตจบหลักสูตร หวั่นกระทบเด็กอื้อ-ต้องซ่อม สูตรใหม่ใช้20%พ่วงผลการเรียน
นำเข้าเมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2555 โดย julaju
อ่าน [46751]  

ถอยแล้ว! ไม่ใช้โอเน็ตจบหลักสูตร หวั่นกระทบเด็กอื้อ-ต้องซ่อม สูตรใหม่ใช้20%พ่วงผลการเรียน .....

ถอยแล้ว! ไม่ใช้โอเน็ตจบหลักสูตร หวั่นกระทบเด็กอื้อ-ต้องซ่อม สูตรใหม่ใช้20%พ่วงผลการเรียน

แหล่งข่าวระดับสูงจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีที่นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีนโยบายให้นำผลคะแนนทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติชั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) มาเป็นองค์ประกอบหนึ่งในการจบหลักสูตรของผู้เรียนนั้น ว่า ขณะนี้คณะทำงานของ สพฐ.ได้เสนอร่างประกาศให้นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) พิจารณาเพื่อนำเสนอนายสุชาติ เห็นชอบแล้ว ก่อนจะนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยจะเสนอให้ใช้คะแนนโอเน็ตเป็นองค์ประกอบหนึ่งในผลการเรียนของนักเรียนเท่านั้น จะไม่มีผลต่อการจบหลักสูตร ซึ่งจะใช้คะแนนโอเน็ตสัดส่วน 20% ส่วนผลการเรียนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร (GPAX) ใช้ 80% โดยจะใช้ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มัธยมศึกษาปีที่ 3 และมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในปีการศึกษา2555 นี้

"ผลคะแนนโอเน็ตนี้ จะไม่มีผลต่อการจบระดับชั้น หมายความว่าหากเด็กได้คะแนนโอเน็ตไม่ผ่าน ก็ไม่มีผลต่อการเรียนต่อในระดับชั้นต่อไป แต่ผลคะแนนโอเน็ต จะทำให้ GPAX ของเด็กลดลงได้ หากไม่ตั้งใจสอบโอเน็ตเพื่อให้ได้คะแนนดี โดยเฉพาะนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยคะแนนโอเน็ตนี้ จะระบุไว้ในใบระเบียนแสดงผลการเรียน (รบ.) ของเด็กด้วย" แหล่งข่าวระดับสูงกล่าว

แหล่งข่าวจาก สพฐ.กล่าวต่อว่า คณะทำงานได้พิจารณาแล้วเห็นว่า หากจะใช้ผลคะแนนโอเน็ต เป็นส่วนประกอบในการจบหลักสูตร จะต้องไปเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบว่าด้วยการจบหลักสูตร และหากใช้จะมีผลกระทบอาจทำให้เด็กไม่จบหลักสูตรเป็นจำนวนมาก และสพฐ.ก็ต้องมีการวางแผนเพื่อซ่อมเสริมให้เด็กได้จบตามหลักสูตร นอกจากนี้คณะทำงานยังเห็นว่าการใช้คะแนนโอเน็ตเพื่อจบหลักสูตร จะเป็นวิธีหนึ่งที่เป็นการให้ยาแรง ในขณะที่เด็กยังไม่ได้เตรียมความพร้อม อย่างไรก็ตาม สพฐ.คาดหวังว่าการใช้ผลคะแนนโอเน็ตมาเป็นองค์ประกอบหนึ่งในผลการเรียน จะเป็นตัวถ่วงน้ำหนักคะแนนการประเมินในระดับโรงเรียนได้ ซึ่งจะส่งผลให้โรงเรียนมีการปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนให้ดีขึ้น

ด้านนายสุชาติกล่าวว่า ยังไม่ทราบละเอียดจาก สพฐ. แต่คาดว่าเร็วๆ นี้จะนำเสนอเข้า ครม.เพื่อให้ทันประกาศใช้ในปี 2555 นี้


 

แหล่งข่าวระดับสูงจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีที่นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีนโยบายให้นำผลคะแนนทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติชั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) มาเป็นองค์ประกอบหนึ่งในการจบหลักสูตรของผู้เรียนนั้น ว่า ขณะนี้คณะทำงานของ สพฐ.ได้เสนอร่างประกาศให้นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) พิจารณาเพื่อนำเสนอนายสุชาติ เห็นชอบแล้ว ก่อนจะนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยจะเสนอให้ใช้คะแนนโอเน็ตเป็นองค์ประกอบหนึ่งในผลการเรียนของนักเรียนเท่านั้น จะไม่มีผลต่อการจบหลักสูตร ซึ่งจะใช้คะแนนโอเน็ตสัดส่วน 20% ส่วนผลการเรียนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร (GPAX) ใช้ 80% โดยจะใช้ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มัธยมศึกษาปีที่ 3 และมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในปีการศึกษา2555 นี้

"ผลคะแนนโอเน็ตนี้ จะไม่มีผลต่อการจบระดับชั้น หมายความว่าหากเด็กได้คะแนนโอเน็ตไม่ผ่าน ก็ไม่มีผลต่อการเรียนต่อในระดับชั้นต่อไป แต่ผลคะแนนโอเน็ต จะทำให้ GPAX ของเด็กลดลงได้ หากไม่ตั้งใจสอบโอเน็ตเพื่อให้ได้คะแนนดี โดยเฉพาะนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยคะแนนโอเน็ตนี้ จะระบุไว้ในใบระเบียนแสดงผลการเรียน (รบ.) ของเด็กด้วย" แหล่งข่าวระดับสูงกล่าว

แหล่งข่าวจาก สพฐ.กล่าวต่อว่า คณะทำงานได้พิจารณาแล้วเห็นว่า หากจะใช้ผลคะแนนโอเน็ต เป็นส่วนประกอบในการจบหลักสูตร จะต้องไปเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบว่าด้วยการจบหลักสูตร และหากใช้จะมีผลกระทบอาจทำให้เด็กไม่จบหลักสูตรเป็นจำนวนมาก และสพฐ.ก็ต้องมีการวางแผนเพื่อซ่อมเสริมให้เด็กได้จบตามหลักสูตร นอกจากนี้คณะทำงานยังเห็นว่าการใช้คะแนนโอเน็ตเพื่อจบหลักสูตร จะเป็นวิธีหนึ่งที่เป็นการให้ยาแรง ในขณะที่เด็กยังไม่ได้เตรียมความพร้อม อย่างไรก็ตาม สพฐ.คาดหวังว่าการใช้ผลคะแนนโอเน็ตมาเป็นองค์ประกอบหนึ่งในผลการเรียน จะเป็นตัวถ่วงน้ำหนักคะแนนการประเมินในระดับโรงเรียนได้ ซึ่งจะส่งผลให้โรงเรียนมีการปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนให้ดีขึ้น

ด้านนายสุชาติกล่าวว่า ยังไม่ทราบละเอียดจาก สพฐ. แต่คาดว่าเร็วๆ นี้จะนำเสนอเข้า ครม.เพื่อให้ทันประกาศใช้ในปี 2555 นี้


 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้