ชมวิดิทัศน์ขนาดใหญ่ซึ่งบอกเล่าวัฒนธรรมไทยผ่านตัวการ์ตูน
นำเข้าเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2555 โดย julaju
อ่าน [46671]  

ชมวิดิทัศน์ขนาดใหญ่ซึ่งบอกเล่าวัฒนธรรมไทยผ่านตัวการ์ตูน.....

ไทยเราจัดเต็ม!
       “ทางเกาหลีเขาพูดถึงเราในสื่อเลยว่าเป็น The Most Attractive Pavilion ติดหนึ่งในอันดับน่าสนใจที่สุด ถ้ามางานนี้ พลาดไม่ได้ ต้องแวะมาดู “ศาลาไทย” คือถ้าไม่นับรวมเจ้าภาพ ก็มีญี่ปุ่น จีน และไทยเป็น 3 ประเทศมหาอำนาจ ดึงดูดคนได้มากที่สุดในงานเอ็กซ์โปครั้งนี้ อย่างน้อยทุก 5 นาทีจะมี 100 คนเข้ามาแวะชมพาวิลเลียนของเรา เพราะฉะนั้นผมมั่นใจว่าจบงานนี้ ไทยต้องติด 1 ใน 5 อันดับประเทศยอดนิยมแน่นอนครับ” เกรียงไกร กาญจนโภคิน ผู้สร้างสรรค์ไทยแลนด์พาวิลเลียน ประธานบริหารร่วม บริษัทอินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด ทำนายผลล่วงหน้าด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว
       
      
       ไม่ได้ตั้งใจจะเข้าข้าง แต่เทียบกับพาวิลเลียนของชาติอื่นๆ แล้ว ต้องบอกว่าประเทศไทยคะแนนนำไปหลายขุม แค่เดินผ่านก็ต้องตะลึงกับหุ่นยนต์ยักษ์สูง 3.5 เมตร ขยับเขยื้อนเชื้อเชิญให้ชมวิดิทัศน์ขนาดใหญ่ซึ่งบอกเล่าวัฒนธรรมไทยผ่านตัวการ์ตูนน่ารักๆ ประกอบกับการแสดงทั้ง 4 ชุดที่จะสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันออกมาโชว์บนเวทีตลอดทั้งวัน เริ่มตั้งแต่เรื่องราวความรักระหว่างพระอภัยมณี นางเงือก และผีเสื้อสมุทร, วัฒนธรรมการรำเคียวเกี่ยวข้าวแบบดั้งเดิม, การแสดงโขน ตอนศึกมัยราพย์ รวมถึงศิลปะการต่อสู้แบบไทยๆ อย่างกระบี่กระบองและเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติอย่างมวยไทย
       
       เมื่อตกลงใจต่อแถวเข้าชมตัวงานภายในศาลาไทย จะพบกับ “หุ่นยนต์ Actoid (Android+Actress)” หุ่นยนต์นางเงือกเสมือนจริงตัวแรกของโลก ผลิตขึ้นมาจากซิลิโคนชนิดพิเศษ ทำให้ผิวหนังดูยืดหยุ่นจนสามารถแสดงสีหน้าและขยับกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ทั้งริมฝีปาก คอ แขน ขา รวมถึงหางได้อย่างพลิ้วไหวเป็นธรรมชาติด้วยระบบ Hydronewmatic เคลื่อนไหวด้วยแรงลม แถมยังไม่ก่อให้เกิดมลภาวะใดๆ ถือเป็นนวัตกรรมที่น่าตื่นตาตื่นใจอีกหนึ่งชิ้นภายในงานนี้เลยก็ว่าได้
       
       ทุ่มงบเก็บภาพใต้น้ำ 360 องศา
       ความอลังการยังไม่หมดลงเพียงเท่านั้น ทันทีที่เดินมาถึงนิทรรศการอีกห้องหนึ่ง ผู้ชมจะถูกโอบล้อมไปด้วยภาพความสวยงามแห่งท้องทะเลแบบ 360 องศา ฉายความอุดมสมบูรณ์ทั้งบริเวณชายฝั่งและพื้นที่สีฟ้าครามใต้ท้องทะเลทั้งฝั่งอันดามันและอ่าวไทยให้ได้เห็นแบบเต็มๆ ตา ถ้าดูแล้วไม่อยากจองตั๋วมาเที่ยวเมืองไทยสักครั้งคงถือว่าเป็นคนมีภูมิคุ้มกันที่ดีมากๆ เพราะภาพที่ปรากฏในภาพยนตร์ทั้งหมดเกิดจากฝีมือช่างภาพใต้น้ำซึ่งถือเป็นกระบี่มือหนึ่งของเมืองไทยรวมทั้งสิ้น 5 ชีวิต ทั้งยังเลือกสถานที่ที่สวยที่สุดและถ่ายทำในเดือนส.ค.-ต.ค. ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ท้องทะเลสวยที่สุดด้วย
       
      
       “ภาพในหนังเป็นภาพที่ถ่ายทำเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ไม่ได้ไปเอาสต็อกช็อตจากที่อื่นเลยค่ะ เราใช้ทีมช่างภาพใต้น้ำมืออาชีพ ติดกล้อง 4-5 ตัวถ่ายรอบทิศเพื่อเก็บภาพให้ได้ 360 องศา เรียกกันว่าเทคนิก Round Aquatic Motion Picture ส่วนเรื่องโลเกชั่น ทางกรมฯ ทำงานด้านทะเลอยู่แล้ว รู้ว่าที่ไหนสวย ตอนไหนเหมาะ อย่างปะการังอ่อนก็ควรจะไปถ่ายที่เกาะรอก ฉลามวาฬควรไปที่หมู่เกาะริชิลิว ตัวช่างภาพ นักดำน้ำเองเขาก็ช่วยแนะนำ เพราะแต่ละคนดำกันเป็นอาชีพ แทบจะนัดเวลากับปลาได้อยู่แล้ว (หัวเราะ)” สุมนา ขจรวัฒนากุล เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อธิบายเพิ่มเติมอย่างอารมณ์ดี
       
      
       แค่นับยอดรวม 3 วันแรกก่อนเปิดแสดงจริงก็มีผู้ตบเท้าเข้าชมความทุ่มเทของชาวไทยเป็นจำนวนถึง 28,599 คนแล้ว คิดเป็น 1 ใน 3 ของจำนวนผู้มีบัตรทั้งหมด เรียกได้ว่าผลตอบรับที่ได้น่าพึงพอใจเกินคาด ถือเป็นการประกาศให้ต่างชาติรับรู้ว่าประเทศไทยพร้อมเป็นหนึ่งในพันธมิตรผู้อนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง ตามคอนเซ็ปต์ “The Living Ocean and Coast: Diversity of Resources and Sustainable Activities” ของงานในครั้งนี้
       
      
       แต่กว่าจะได้ตัวเลขงามๆ ออกมาอย่างที่เห็น ตัวแทนชาวไทยต้องปั่นกระแสกันแทบกระอักเลือดเหมือนกัน คิดดูว่าภายในระยะเวลาที่มีจำกัดกับบัตรราคาเป็นพันที่มีอยู่ในมือ ร้อยทั้งร้อยย่อมเลือกแวะชมพาวิลเลียนของประเทศใหญ่ๆ ก่อนอยู่แล้ว จึงเป็นโจทย์ยากพอสมควรสำหรับงานเอ็กซ์โปในครั้งนี้ที่จะดึงคนให้มาสนใจประเทศเล็กๆ อย่างประเทศไทย
       
      
       อุปสรรคที่ทำให้หืดขึ้นคอไปกว่านั้นคือฝีมือการโปรโมตงานเอ็กซ์โปของเจ้าภาพดันเป็นที่รู้กันแค่ภายในเมืองยอซู สถานที่จัดงานเท่านั้น แต่ในกรุงโซล เมืองหลวงของประเทศ กลับไม่มีกระแสใดๆ ทั้งสิ้น โชคดีที่ผู้ดูแลศาลาไทยไหวตัวทัน จึงวางหมากเดินเกมไว้ได้ถูกทาง เริ่มตั้งแต่การติดต่อขอลงสปอตโฆษณาโปรโมต “ไทยแลนด์พาวิลเลียน” ในรถไฟฟ้ากลางกรุงโซล การใช้ “สุดสาคร” มาสคอตประจำประเทศไทยเดินขบวนทำความรู้จักชาวบ้านเมืองยอซู และการจัดเตรียมงานเสร็จล่วงหน้าเป็นเวลา 15 วันเพื่อรันคิวซ้อมก่อนวันจริงแบบจัดเต็มครั้งแล้วครั้งเล่าจนเป็นที่กล่าวขวัญถึงความทุ่มเทในวงกว้าง
       
       “มีสื่อเกาหลีมาถ่ายรูป มาสัมภาษณ์เรา ตั้งแต่ยังจัดงานไม่เสร็จ เพราะเราซ้อมโชว์เต็มรูปแบบทุกวัน คิดว่าถึงยังไม่เปิดงานจริง แต่อย่างน้อยชาวเกาหลีที่ทำงานในเอ็กซ์โปก็เห็น มีสื่อเกาหลีแวะมาเห็น แล้วสังคมเกาหลีเป็นสังคมออนไลน์ แค่เขาถ่ายคลิปเราไปลงแล้วชวนกันต่อๆ ไปก็เวิร์กแล้ว ผลลัพธ์ที่เห็นวันนี้ต้องบอกว่าน่าภูมิใจที่เราสามารถยืนข้างญี่ปุ่นและจีนได้ ทั้งที่เขาได้พื้นที่จัดงานใหญ่กว่าเราเท่าหนึ่ง เราพื้นที่เล็กกว่า งบน้อยกว่า แต่สู้ขาดใจจริงๆ” ผู้ควบคุมไทยแลนด์พาวิลเลียนย้ำความตั้งใจให้ฟังชัดๆ อีกครั้ง
      
      
--------------------------------------------------------------------------------

      
       ไม่มีวันขาดดุลเกาหลี
       จุดขายอีกหนึ่งอย่างของศาลาไทยคือการใช้คนไทยกว่า 30 ชีวิตดูแลทั้งหมด ในขณะที่ชาติอื่นใช้สตาฟชาวเกาหลีแทน เมื่อผู้ชมเข้ามาเจอคนไทยพูดภาษาเกาหลีสำเนียงเหน่อๆ จึงรู้สึกว่าน่ารักไปอีกแบบ นอกจากนี้ยังมีการสอนภาษาแก่ผู้มาเยือน “สวัสดีครับ-ค่ะ” แถมให้ด้วย เป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ส่งให้ประเทศไทยติดท็อปไฟว์ยอดนิยมในงานนี้
       
      
       ถามว่าประเทศไทยจะได้อะไรจากการเข้าร่วมงานเอ็กซ์โปในครั้งนี้ หลักๆ คือการประกาศให้ชาวโลกรู้ว่าประเทศเราเป็นหนึ่งในประเทศที่มีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมราชินีนาถซึ่งทรงสนับสนุนให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ส่วนผลพลอยได้ที่เห็นกันชัดๆ เลยคือเรื่องการท่องเที่ยว มองเผินๆ แล้วระยะหลังๆ มานี้ดูเหมือนประเทศไทยขาดดุลให้แก่แดนกิมจิอยู่ไม่น้อย เนื่องจากกระแสเกาหลีฟีเวอร์หอบคนไทยไปเที่ยวตามรอยซีรีส์กันหมด แต่ถ้าวัดจากตัวเลขสถิติกันจริงๆ แล้ว ข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬาระบุว่าประเทศไทยได้ดุลมากกว่าเห็นๆ
       
      
       “จากการได้พูดคุยกับคนเกาหลีที่นี่ สิ่งที่เขารู้จักประเทศไทยคือแค่กรุงเทพฯ กับภูเก็ตแค่นั้นเองค่ะ กรุงเทพฯ คือเมืองหลวง ส่วนภูเก็ตคือสถานที่ฮันนีมูน แล้วก็เรื่องอาหารไทยที่เขาค่อนข้างรู้จักดี พอได้ดูหนัง 3 มิติ เขาถึงรู้ว่าเรายังมีสถานที่น่าเที่ยวอีกเยอะเลย ที่ผ่านมาอาจจะดูเหมือนเราขาดดุลเรื่องคนไทยเที่ยวเกาหลีเยอะ แต่จริงๆ แล้วคนเกาหลีมาเที่ยวบ้านเราเยอะกว่า มีสถิติออกมาว่าเฉลี่ยแล้วทุกวันนี้คนไทยไปเที่ยวบ้านเขา 3 แสนคนต่อปี แต่คนเกาหลีมาเที่ยวบ้านเรา 1 ล้านคนต่อปีเลยนะคะ และคาดว่าจะยิ่งมากันมากขึ้นหลังจากเราได้แสดงศักยภาพเอาไว้ในงานนี้” เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งประกาศเจตนารมณ์
       
      
       เหลือเวลาดึงดูดนักท่องเที่ยวผ่านงานเอ็กซ์โปครั้งนี้ถึงวันที่ 12 ส.ค. 2555 คิดง่ายๆ คืออีกเกือบ 3 เดือนเต็ม สิ่งที่ต้องทำคือรักษาอันดับความนิยมแบบนี้ต่อไปให้ถึงปลายทาง เพราะนอกจากจะเป็นผลดีต่อการเชื้อเชิญนักท่องเที่ยวให้ตบเท้าเข้ามาสัมผัสวัฒนธรรมในบ้านเมืองเราแล้ว การแสดงงานครั้งนี้ยังถือเป็นการเสนอตัวขอจัดงาน World Expo 2020 ที่อยุธยาอีกด้วย ซึ่งตอนนี้ประเทศไทยกำลังขับเคี่ยวกับอีก 4 ประเทศคือ บราซิล, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, รัสเซีย และตุรกี สงสัยว่าพวกเราชาวไทยคงต้องเอาใจช่วยกันหน่อยแล้ว
      
       คนที่ไม่รู้ว่าจะส่งแรงเชียร์ชาติเราได้อย่างไร เนื่องจากยังวาดภาพความยิ่งใหญ่ของประเทศไทยในงาน Yeosu International Exposition 2012 ไม่ออก สามารถเข้าไปดูคลิปบรรยากาศที่นำมาฝากกันได้ รับรองว่าดูแล้วจะรู้สึกภาคภูมิใจในเลือดชาวสยาม และได้เปิดหูเปิดตาไปกับความอลังการที่เกาหลีทุ่มทุนสร้างในฐานะเจ้าภาพครั้งนี้ด้วย

ลิงค์ตามนี้ครับผม

http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9550000062571
 

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้